วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2563

จีนจะยกเลิกสกุลเงินหยวน ใช้สกุลเงินดิจิตอลแทน ล้มอาลีเพย์ โค่นอำนาจครองความเป็นเจ้าทางการเงิน


จีนจะยกเลิกสกุลเงินหยวน
ใช้ "สกุลเงินดิจิตอล" แทน
ล้มอาลีเพย์ โค่นอำนาจครองความเป็นเจ้าทางการเงิน

(ชมคลิป)

    ..สวัสดีท่านผู้ชมนี่คือรายการ "ไฟลามทุ่ง" วันนี้จะคุยกับท่านผู้ชมถึงเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งของจีน ในที่ประชุมประกาศสถิติทางการเงินเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2020 โจวเสียตรงผู้อำนวยการในการสำนักงานธนาคารกลางชี้ว่า
   "..สกุลเงินดิจิตอลของธนาคารกลางคืบหน้าไปตามแผนเดิม"
เวลาต่อมาบนอินเตอร์เน็ตก็มีการเผยแพร่ภาพถ่าย  เผยโฉมหน้าสกุลเงินดิจิตอลลักษณะจำเพาะของจีน  สกุลเงินดิจิตอลของจีน ได้เข้าสู่สายตาของผู้คนเป็นครั้งแรก จากสื่อที่มีส่วนเกี่ยวข้องเผยว่า..

    "..ปัจจุบันสกุลเงินดิจิตอลตามกฎหมายของธนาคารกลาง  DC / EP ได้สำเร็จลุล่วงแล้วโดยพื้นฐาน งานออกแบบประดับบนกำหนดมาตรฐานพัฒนาฟังชั่น และทดสอบข้อต่อเป็นต้น รวมได้ทำการทดสอบภายในธนาคารเกษตรกรรมแล้ว  โดยให้เสิ่นเจิ้น สงอาน เฉินตู ซูโจว เป็นเมืองทดลอง.."
       ชมถึงตรงนี้ท่านผู้ชมคงจะสงสัย ...สกุลเงินดิจิตอล ก็คือ สกุลเงินดิจิตอล แต่เหตุใดต้องเพิ่มคำว่า DC / EP นั่นหมายถึงอะไร สกุลเงินดิจิตอลกับ Alipay ในปัจจุบันแตกต่างกันอย่างไร ใจเย็นๆเดี๋ยวจะอธิบายให้ฟัง..

สกุลเงินดิจิตอลกับ Alipay แตกต่างกันมาก

      สกุลเงินดิจิตอลที่ธนาคารกลางค้นพบครั้งนี้ อาจเปลี่ยนแปลงโลกทั้งโลก ให้สกุลเงินประชาชนก้าวออกนอกประเทศ ทำให้เจ้าอำนาจทางการเงินของอเมริกาต้องชิดซ้าย 
      จากภาพ DCEP ที่ไหลออกมาจะเห็นตัวพิมพ์  "ธนาคารประชาชนจีน" และ "ธนาคารเกษตรกรรม"  

      คอลัมน์แรกของ DCEP  ผ่านกระบวนการสแกนคิวอาร์โค้ด ชำระเงิน โอนเงิน รับจ่ายเงิน  การทำงานคล้ายคลึงกับ Alipay และ WeChat  ขั้นตอนการทำงานน้อยกว่า ยิ่งสะท้อนให้เห็นสภาพคล่องเเละเรียบง่ายขึ้น เข้าใจง่ายๆ DCEP ก็คือธนบัตรที่แปรเปลี่ยนเป็นดิจิตอลนั่นเอง 

ฟังชั่นกับคุณสมบัติเหมือนกับธนบัตร เพียงแต่ว่ารูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง
  คำจำกัดความของมันแปลออกมาแล้วก็คือ   "เครื่องมือชำระดิจิตอลที่มีสัญลักษณ์แห่งมูลค่า" 

 ลักษณะพิเศษที่สำคัญของสกุลเงินดิจิตอลมีอยู่ ข้อ
1.ไม่ต้องมีสมุดบัญชีธนาคาร  มีมือถือติดตั้งกระเป๋าดิจิตอล DCEP ก็สามารถค้าขายได้ ไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีกับธนาคาร ภายใต้สภาพที่ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต มือถือที่ติดตั้งกระเป๋าดิจิตอล 2 เครื่องแค่เอามาชนกันก็สามารถโอนเงินได้
2.มีนิติวิทยาศาสตร์ไม่จำกัดเหมือนเงินสด จะปฏิเสธไม่รับ DCEP ไม่ได้
3.มีลักษณะไม่เปิดเผยชื่อที่แน่นอน รักษาความลับทางการค้าที่ปกติธรรมดา การชำระออฟไลน์ทั้ง2ฝ่าย คือจุดเด่นของ DCEP  การชำระทางอิเล็กทรอนิกของ Alipay และ WeChat ภายใต้ภาวะแวดล้อมที่เลวร้าย เป็นต้นว่าแผ่นดินใต้ดินบนอากาศ ไม่มีสัญญาณ แต่DCEPไม่จำเป็นต้องมีสัญญาณอินเตอร์เน็ต ฝ่ายรับฝ่ายชำระภายใต้ภาวะออฟไลน์ก็สามารถทำได้ ไม่ต่างกับเงินสด 
ลักษณะพิเศษสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ไม่เปิดเผยชื่อในชีวิตประจำวันเราชำระเงินทางอินเตอร์เน็ตหรือบัตรเครดิตธนาคาร  ล้วนต้องผูกติดกับระบบธนาคารดั้งเดิมไม่สามารถสนองความต้องการในการไม่เปิดเผยชื่อ
DCEP สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ทั้งสามารถสนองความต้องการในคุณสมบัติของธนบัตรในลักษณะมูลค่าที่สำคัญ อีกทั้งสามารถสนองความต้องการที่สะดวกต่อการพกพาและไม่เปิดเผยชื่อ  

ขณะเดียวกัน DCEP ยังเป็นอาวุธต่อต้านการฟอกเงิน
         แล้วไม่ย้อนแย้งกับลักษณะไม่เปิดเผยชื่อหรือ ?? ต้องเข้าใจลักษณะไม่เปิดเผยชื่อของ DCEP เป็นสิ่งสัมพัทธ์ มันทั้งรักษาความลับทางการค้าที่ปกติ แต่ผ่านรูปแบบบิ๊กดาต้าไปล่วงรู้พฤติกรรมฟอกเงิน          ยังสามารถล็อกฐานะที่แท้จริงของบุคคล ธาตุแท้ของ DCEP ทางเทคนิคไม่มี  ลักษณะไม่เปิดเผยชื่อ อำนาจการเข้าถึงข้อมูลยังคงอยู่ในมือธนาคารกลาง ในทางเทคนิค สามารถหยิบใช้ข้อมูลทางการค้าของทุกๆคน   คุณก่ออาชญากรรมก็ต้องตรวจสอบคุณ..   คุณไม่ก่ออาชญากรรมก็รักษาความลับให้คุณ..จะรักษาความลับให้คุณหรือไม่ อำนาจอยู่ในมือของธนาคารกลาง
        พูดง่ายๆก็คือ  "ไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารก็สามารถถ่ายโอน มูลค่าได้" คุณลองคิดถึงธนบัตรคุณก็จะเข้าใจ ตอนที่คุณใช้ธนบัตรไปชำระเงิน คุณไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคาร DCEP ก็เช่นเดียวกัน  ตอนที่คุณจะชำระเงิน ไม่จำเป็นต้องผูกติดกับบัญชีธนาคารใดๆ ไม่เหมือนตอนนี้ที่เราชำระด้วยWeChatก็ดี Alipay ก็ดี ล้วนต้องผูกติดกับบัตรเครดิตธนาคาร
       แต่ DCEP ไม่จำเป็น..สามารถบรรลุได้ด้วยการ "ชำระออฟไลน์ทั้งสองฝ่าย " ซึ่งก็คือภายใต้สภาพที่ออฟไลน์ทั้งสองฝ่ายก็สามารถทำการชำระได้ นี่ก็หมายความว่า  DCEP เหมือนธนบัตรสามารถหมุนเวียนได้ นี่ก็คือทำไมเราถึงพูดว่า คุณสามารถเข้าใจง่ายๆว่า "มันคือธนบัตรที่แปรเปลี่ยนเป็นดิจิตอล"


สกุลเงินดิจิตอลของธนาคารกลางเป็นสกุลเงินตามกฎหมาย เหมือนเงินสด สกุลเงินดิจิตอลของธนาคารกลางก็มีนิติวิทยาศาสตร์ที่ไม่จำกัดเช่นกัน หมายความว่าคุณไม่สามารถปฏิเสธไม่รับ DCEP ถ้าหากในอนาคต "เงิน"ของเราทั้งหมดเบิกจ่ายด้วยสกุลเงินดิจิตอลเช่นนี้แล้วก็ไม่มีใครสามารถหลบเลี่ยงภาษีได้ เส้นทางการเงินใดๆล้วนถูกควบคุมตรวจสอบได้
      ข้างต้นเรากล่าวว่าสกุลเงินดิจิตอล สามารถช่วยให้สกุลเงินของจีนก้าวออกนอกประเทศได้นั้น ก็เพราะถูกกำหนดจากลักษณะพิเศษข้างต้นของสกุลเงินดิจิตอล มิพักต้องสงสัย  สกุลเงินดิจิตอลเป็นแนวโน้มของอนาคต มันล้ำเลิศกว่าธนบัตรดั้งเดิมมากมาย  

   จีนแผ่นดินใหญ่ในปัจจุบันแม้ในเขตเขาที่ห่างไกล ก็ยังสามารถใช้ Alipay และ WeChat ได้ นี่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลอันน่าตกใจของการชำระเงินด้วยมือถือ  ในทางเป็นจริงบริษัทของจีนก็เริ่มเผยแพร่สินค้าที่ชำระเงินด้วยมือถือของตนในต่างประเทศ แล้ว แต่สินค้าเหล่านี้เทียบกับเงินตราดั้งเดิมแล้ว  ยังมีข้อจำกัดชนิดต่างๆมากมาย เป็นต้นว่าต้องผูกติดกับบัตรเครดิตธนาคาร ต้องมีสัญญาณอินเตอร์เน็ตเป็นต้น  

    แนวโน้มของสังคมในอนาคตก็คือ การร่วมมือของกลุ่มเดียวกันแต่ละกลุ่มจะค่อยๆแนบแน่น ความเป็นเอกภาพของเงินตราในอนาคตเป็นสิ่งที่ยากมาก แต่ว่าตอนนี้สกุลเงินดิจิตอลออกมาแล้ว ประเทศจีนถืออาวุธอันคมกริบนี้ เพื่อนพ้องน้องพี่ที่อยู่รอบๆพากันแนบชิดประเทศจีน 
      แล้วข้างต้นที่เราพูดถึงว่าสกุลเงินดิจิตอลสามารถโค่นอำนาจครองความเป็นเจ้าของทางการเงินของอเมริกาที่จริงแล้วเหตุผลง่ายๆ อำนาจเป็นเจ้าทางการเงินของอเมริกาสร้างอยู่บนพื้นฐานอะไร สร้างอยู่บนพื้นฐานที่อเมริกาสามารถปล่อยเงินตราสู่ทั่วโลกเกินขีดจำกัดอย่างไม่ต้องเกรงใจใคร ก่อนหน้านี้อเมริกาไม่ยอมรับว่าปล่อยเงินตราออกมาเกินขีดจำกัด ล้วนมุบๆ มิบๆ พิมพ์เงินออกมาจำนวนมาก
     ไม่มีใครสามารถมุดเข้าไปควบคุมในโรงพิมพ์ธนบัตรของอเมริกา แต่ว่าเมื่อทุกคนหันมาใช้สกุลเงิน ดิจิตอลแล้ว เป็นเงินเท่าไหร่ล้วนมีตัวเลขบันทึกไว้ ถ้าท่านปล่อยเงินออกมาเกินแค่เหรียญเดียวล้วนสามารถตรวจสอบได้  

       ถึงเวลาท่านปล่อยเงินออกมาเกินขีดจำกัด ถ้าอย่างนั้นก็ขอโทษที ประเทศอื่นๆก็จะมองเห็นโฉมหน้าแท้จริงของคุณ ไม่เล่นกับคุณแล้ว เงินเหรียญสหรัฐไม่มีคนใช้ อำนาจครองความเป็นเจ้าก็หมดเป็นธรรมดา ฉะนั้นอเมริกาจึงร้อนใจ  ความจริงอเมริกาคิดอยู่ตลอดจะปล่อยสกุลเงินดิจิตอลของตัวเองออกมา แต่ว่าเทคโนโลยีของทางการอเมริกาด้อยเกินไป ได้แต่ปล่อยให้อุตสาหกรรมเอกชนไปทำเรื่องนี้แต่ว่าเรื่องนี้มันใหญ่โตมหาศาลเกินไป ทางการอเมริกาเกรงว่าอุตสาหกรรมเอกชนจะหลุดจากการควบคุมของตน ก็ภายใต้การยื้อยุดฉุดกระชากนี้เอง ได้เปิดโอกาสให้จีนสามารถแซงรถทางโค้ง ทำให้จีนสามารถนำหน้าพัฒนาสกุลเงินดิจิตอลออกมาก่อน
     ถ้าอย่างนั้นสกุลเงินดิจิตอลของอเมริกาใครเป็นคนพัฒนา  ก็คือบริษัทโซเชียลอินเตอร์เน็ต Facebook ที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา วันที่ 18 มิถุนายน 2019  Facebook ประกาศออกสมุดปกขาว ประกาศว่าจะเปิดตัวสกุลเงินเข้ารหัสลับ ไลบรา เหมือนโยนก้อนหินก้อนใหญ่ลงในสระน้ำ ใหญ่โตมโหฬารมาก ฝูงนกเป็ดน้ำตกใจบินว่อน ละลอกคลื่นซัดยาวไม่ถอย

ไลบราเทียบกับสกุลเงินดิจิตอลของจีนมีพิเศษตรงไหน
1.สกุลเงินเข้ารหัสลับที่เครือข่ายยักษ์ใหญ่รายแรกของโลกริเริ่มนั้น นอกจาก Facebook แล้วยังมีวีซ่าซ่ PayPal อูเบอร์ องค์กรใหญ่ใหญ่หลาย องค์กรเข้าร่วมด้วย
2. สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์
3. มีสมอ ต้องเกาะเกี่ยวอยู่กับตะกร้าเงินฝากหรือพันธบัตรรัฐบาล เงินเหรียญสหรัฐ เงินปอนด์อังกฤษ เงินยูโรและเงินเยนญี่ปุ่นและเงินตราแบบนี้ไม่มีทรัพย์สินใดๆเป็นตัวค้ำยัน
4. Facebook มีเครือข่ายสังคมออนไลน์ 2,400,000,000 เครือข่าย ยังมีบริษัทวีซ่าเป็นต้นหนุนช่วย ความเร็วในการเผยแพร่จะเหมือน WeChat แจกอังเปาในวันตรุษจีน เป็นที่เด่นชัดว่าไลบราหวังจะสร้างระบบสกุลเงินดิจิตอลอันมหึมา สร้างอำนาจครองความเป็นเจ้าทางการเงินของอเมริกาในยุคดิจิตอล มีความละโมภยิ่งกว่า Alipay และ WeChat เป็นไหนๆ ล้อมรอบกับไลบรา ได้มีการประชุมพิจารณามาหลายครั้งแล้ว
         หัวข้อการพิจารณาครั้งล่าสุดของสภาผู้แทนอเมริกาในวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา ตรวจสอบผลกระทบของ Facebook ที่มีต่อการให้บริการทางการเงินและกิจการที่อยู่อาศัย โฟกัสที่แท้จริงมีเพียงหนึ่งเดียวคือ ไลบรา ผู้ที่ไปฟังการพิจารณามีคนเดียวคือ จาคเกอร์แบร์ก ในการพิจารณาครั้งนี้ จาคน้อยโหมโจมตีแบรนด์จีน แข่งขันการเงินดิจิตอลระหว่างบริษัทจีนและระหว่างจีนอเมริกา ว่าเป็นแรงผลักดันสำหรับเขา
     เขาบอกว่าประเทศจีนกำลังใช้ปฏิบัติการอันรวดเร็ว ผลักดันโครงการที่คล้ายคลึงกับ "ไลบรา" ไลบราไม่ทำ สกุลเงินดิจิตอลของธนาคารกลางจีนจะทำไลบราจะยกฐานะการนำทางการเงินแก่อเมริกาช่วยอเมริกาส่งออกค่านิยมไปยังท้องที่ต่างๆทั่วโลกคู่ต่อสู้ของจาคเกอร์เเบร์กคือบริษัทจีน บริษัทจีนจะเป็นคู่แข่งที่สำคัญ ผมมีเหตุผลมีหลักฐานสงสัยโครงการประเภทนี้ สามารถส่งผลต่ออำนาจการนำในปริมณฑลทางการเงินของชาวอเมริกัน
        ตลอดจนความสามารถในการกำหนดบทลงโทษของเราในขอบเขตทั่วโลก  ถ้าหากระบบการเงินของจีนกลายเป็นมาตรฐานของประเทศต่างๆมากขึ้น ถ้าอย่างนั้นในอนาคตเราก็ยากจะกำหนดบทลงโทษและมาตรการป้องกันที่ต่างๆได้ 

      จาคเกอร์เเบร์ก เห็นว่าคู่ต่อสู้ที่แข็งขันดิจิตอลของอเมริกาก็คือประเทศจีน เขาให้ความสนใจทุกอากัปกิริยาของจีน เขาบอกว่าภายหลังประกาศสมุดปกขาวเรื่องไลบราแล้ว ทางจีนก็ได้ทดลองเงินหยวนจีนฉบับดิจิตอลทันทีอีกทั้งเตรียมใช้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 1แถบ 1 เส้นทาง และจะเปิดตัวภายหลังจากนี้ไม่กี่เดือน  การเร่ขาย "ความวิตกกังวล" ของจาคเกอร์เเบร์กประสบความสำเร็จมาก และก็เป็นการเผยให้เห็นความคิดที่แท้จริงของอเมริกา คือดำเนินสงครามการเงินดิจิตอลกับประเทศจีน นอกจากช่วงชิงอำนาจเจ้าการเงินดิจิตอลใหม่กับประเทศจีนแล้ว เงินบิทคอยน์ที่จีนกับอเมริกาปฏิบัติต่อก่อนหน้านี้ กลับมีท่าทีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันต่อสกุลเงินบล็อกเชนชนิดนี้อย่างน่าแปลก เพราะอะไร ???....เพราะว่ามันได้กระทบเค้กก้อนใหญ่ที่สุดของรัฐบาล 
      ถ้าอย่างนั้นสกุลเงินDCEP ดิจิตอลของจีน กับสกุลเงินบิทคอยน์ต่างกันอย่างไร ?? วันนี้ผมจะอธิบายต่อผู้ชมให้แจ่มชัด   ความจริง DCEP กับบิทคอยน์เป็นสรรพสิ่งของคนละโลก  
DCEP โดยธาตุแท้แล้วยังคงเป็นเงินหยวน เพียงแต่ว่าเป็นเงินหยวนฉบับแปรเป็นดิจิตอล

         ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่ DCEP จะท้าทายเงินบิทคอยน์ กล่าวให้แม่นยำยิ่งขึ้น ก็คือ เงินบิทคอยน์มีความเป็นไปได้ไหมที่จะท้าทายเงินตามกฏหมายทั้งหมด รวมทั้งเงินตามกฏหมายฉบับแปรเป็นดิจิตอลเงินบิทคอยน์อันเป็นเงินตราสมมติเหมือนเงินตราส่วนตัวชนิดหนึ่งมากกว่า  ไม่มีพื้นฐานทางเครดิตที่มั่นคงเงินบิทคอยน์ขาดกลไกการควบคุมจากส่วนกลางไม่เพียงแต่ยากจะสนองนโยบายด้านการเงินกระทั่งไม่สามารถรักษาเสถียรภาพของค่าเงิน  หลายปีมานี้ค่าเงินแข็งขึ้นและอ่อนลงอย่างฮวบฮาบ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว 
      ดังนั้นเทียบ DCEP กับเงินบิทคอยน์กับเงินตราอื่นๆ และสกุลเงินเข้ารหัสลับเป็นเรื่องของคนโลกโดยสิ้นเชิง DCEPไม่ใช่หน่วยหนึ่งของสกุลเงินเข้ารหัสลับ ไม่มีลักษณะเก็งกำไร ไม่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับตลาดสกุลเงินเข้ารหัสลับ สกุลเงินรูปใหม่เข้าสู่สายตาของผู้คน แต่ว่าเบื้องหลังกับเกิดการเปลี่ยนแปลงชนิด "พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน"       การทดลองหมุนเวียนของมันหากสอดคล้องกับกฎภววิสัยและแนวโน้มการพัฒนาของสรรพสิ่ง ย่อมต้องมีพลังชีวิตอันมหาศาลและอนาคตอันกว้างไกล การเจริญอย่างทั่วด้านของการปฏิรูปเทคนิคและเศรษฐกิจเป็นแบบดิจิตอ ล  ทำให้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเปลี่ยนจากตัวแสดงที่เป็นเครื่องมือแต่เดิม กลายเป็นพลังที่เป็นแกนผลักดันการปฏิรูปการเงิน      ขั้นตอนต่อไปของคลื่นดิจิตอลก็คือ DCEP ปัญญาประดิษฐ์บริการคราวด์ทางการเงิน  เงินฝากบล็อกเชนเป็นต้น ภายใต้การผลักดันของเทคโนโลยีใหม่กิจการด้านการเงินย่อมจะวิวัฒนาการไม่ขาดสาย 
เมื่อDCEP เเพร่หลายเราก็อาจเข้าสู่ยุคดิจิตอลใหม่อีกยุคหนึ่ง


https://www.youtube.com/channel/UCAQianidBpoX7QHWGio43ng


วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2563

อย่างเป็นทางการ : จีนเปิดตัวเครือข่าย “แพลตฟอร์มบล็อกเชนแห่งชาติ” เพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์แล้ว


อย่างเป็นทางการ : จีนเปิดตัวเครือข่าย “แพลตฟอร์มบล็อกเชนแห่งชาติ” เพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์แล้ว
  •  Radius
  •  เมษายน 27, 2020  

  • 6 เดือนหลังจากการเปิดตัวการทดสอบ ขณะนี้เครือข่าย Blockchain-based Service Network (BSN) ของจีนหรือ BSN นั้นมีการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ทั่วโลกแล้ว 
    เจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนและหัวหน้าหน่วยงานต่าง ๆ ได้รวมตัวกันเพื่อประชุมที่เมืองปักกิ่ง เมื่อวันที่ 25 เมษายนและพวกเขาได้ประกาศเปิดตัว BSN ต่อสาธารณชน
    BSN เป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกที่จะช่วยให้โครงการ blockchain สามารถออกแบบและเรียกใช้แอปพลิเคชัน blockchain ในราคาที่ต่ำกว่า  นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและเศรษฐกิจดิจิทัล 
    บริษัทอย่าง China Mobile, China UnionPay และ Huobi China ก็ได้ทำงานร่วมกันเพื่อสร้าง BSN อีกด้วย
    นักพัฒนาทั้งในระดับองค์กรและรายบุคคล ต่างแสดงความสนใจเข้าร่วมในเครือข่าย Blockchain-based Service Network โดยตามรายงานพบว่ามีนักพัฒนาซอฟต์แวร์กว่า 2,000 คนได้ลองใช้ BSN แล้วในช่วง 6 เดือนนับตั้งแต่เปิดตัวทดสอบรุ่นเบต้าเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2019 โดยมีผู้พัฒนาได้สร้างแอพพลิเคชั่นบน BSN เพื่อช่วยเหลือทั้งในเรื่องของการกุศล , การติดตามสินค้าและใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์
    ในระหว่างการประชุมที่กรุงปักกิ่ง Shan Zhiguang ประธานกลุ่มพันธมิตรพัฒนาเครือข่ายบริการ Blockchain ระบุว่าขณะนี้เครือข่ายมีโหนดสาธารณะ 128 แห่ง โดยมี 76 โหนดที่อยู่ในประเทศจีนและอีก 44 แห่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้างและอีก 8 แห่งที่เหลือเป็นโหนดเมืองต่าง ๆ ในต่างประเทศซึ่งครอบคลุมทั้ง 6 ทวีป โดยในตอนท้ายของปี 2020 Zhiguang เปิดเผยว่าพวกเขาวางแผนที่จะมีอย่างน้อย 200 โหนดในเครือข่าย
    ด้วยการเปิดตัว BSN อย่างเป็นทางการ เครือข่ายจะไม่มีข้อ จำกัด ใด ๆ ในการพัฒนาหรือการปรับใช้แอปพลิเคชันและการบัญชีที่เคยมีในช่วงเบต้า นักพัฒนาบนเครือข่ายจะมีอิสระในการอัปเกรดแอปพลิเคชันได้ตลอดเวลา
    นี่เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของประเทศจีนในด้านการใช้งานและการใช้ประโยชน์จาก blockchain เพื่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นอกจากนี้จีนยังทำงานอย่างแข็งขันกับสกุลเงินของธนาคารกลางอีกด้วย

    วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2563

    “หยวนดิจิตอล” (DCEP) ของจีนคืออะไร ทำไมจีนถึงให้ความสำคัญกับโครงการนี้มาก


    “หยวนดิจิตอล” (DCEP) ของจีนคืออะไร
    ทำไมจีนถึงให้ความสำคัญกับโครงการนี้มาก

         
  •       Radius
  •  เมษายน 27, 2020
  • หยวนดิจิตอล (Digital Yuan :DCEP) ของจีนกำลังใกล้เข้ามา โดยจากรายงานล่าสุดที่บอกว่าโทเค็นจะเปิดทดสอบใน 4 เมืองในเดือนหน้า รวมถึงการเข้าร่วมของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ให้การสนับสนุนในด้านงานวิจัยของโทเค็น สิ่งนี้เป็นการบ่งบอกว่าโครงการนี้มีความสำคัญขนาดไหน

    DCEP ของจีนคืออะไร  

    หยวนดิจิตอล (DCEP) เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่สามารถใช้งานได้ผ่านแอพกระเป๋าเงิน ด้วยการผูกกับสกุลเงินประจำชาติของจีนคือ Renminbi (RMB) แบบ 1: 1 แตกต่างจาก cryptocurrencies ทั่วไปเนื่องจากเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังโทเค็นนี้ไม่ใช่ blockchain แต่เป็นเทคโนโลยีที่มีความหลากหลาย เพราะเทคโนโลยี blockchain ทำความเร็วได้ช้าเกินไป
    สกุลเงินจะแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ประเภทที่จะใช้ในเชิงพาณิชย์คือเพื่อการค้าปลีกและการใช้งานแบบวันต่อวัน ประเภทที่สองใช้สำหรับการโอนเงินภายในธนาคาร  เนื่องจากระบบปัจจุบันนั้นช้าเกินไป และคาดว่าสกุลเงินใหม่นี้จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ 

    ใครเป็นคนสร้างสกุลเงิน

    สร้างขึ้นโดยธนาคารของจีน ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศจีน (People’s Bank of China) ผ่านกลุ่มการวิจัยที่มีชื่อว่า Digital Currency Research Institute ซึ่งพวกเขาก่อตั้งขึ้นในปี 2017 นำโดย Changchun Mu รวมทั้งสมาชิกกว่า 996 คนของสถาบัน
    นอกจากนี้ก็ยังมีธนาคารของรัฐอื่น ๆ ทั้งหมด ที่เชื่อมโยงกับหยวนดิจิตอล  รวมทั้งยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Alipay และอีก 22 บริษัท เช่น Tencent, Huawei และ China Merchants Bank โดยได้ช่วยในการวิจัยและการดำเนินการ 

    ทดสอบที่ไหน

    ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น สกุลเงินนี้จะถูกทดสอบใน 4 เมืองทั่วประเทศจีน ได้แก่ เซินเจิ้น สงอัน เฉิงตูและซูโจว โดยใช้เวลาประมาณ 6-12 เดือน การทดสอบจะเริ่มขึ้นในซูโจวในเดือนพฤษภาคมโดยเจ้าหน้าที่เมืองซูโจวจะได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงค่าเดินทาง 50% เป็นเงินหยวนดิจิตอลในเดือนพฤษภาคม  ขณะที่เมืองสงอัน จะมีการมุ่งเน้นการทดสอบในร้านค้า ร้านอาหารต่าง ๆ เช่น McDonald , Starbucks  นอกจากนี้ยังคาดว่าปักกิ่งและ Zhangjiakou‎ คาดว่าจะเป็นเมืองต่อไปที่ได้เริ่มทดสอบ

    สถาบันนำร่อง

    มีสถาบันหลายแห่งที่จะนำร่องโทเค็นบนแพลตฟอร์มของตนเอง โดยจะเริ่มที่ธนาคารของรัฐได้แก่ China Construction Bank, ธนาคารเพื่อการเกษตรแห่งประเทศจีน, ธนาคารแห่งประเทศจีนและธนาคารเพื่อการอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ของจีน  รวมถึงบริษัทโทรคมนาคมที่กำลังทดสอบเช่น China Mobile, China Telecom และ China Unicom

    สามารถใช้สกุลเงินนี้ได้ที่ไหน

    เนื่องจากมันเป็นโทเค็นที่สามารถใช้งานได้ในร้านค้าปลีก ดังนั้นบริษัทต่างๆจึงสามารถเข้าร่วมได้  โดยล่าสุดนั้นมีถึง 19 ร้านค้าที่เข้าร่วมทดสอบ เช่น McDonald , Subway และ Starbucks โดยในอนาคตจะมีการรวมหยวนดิจิตอลเข้ากับ การขนส่ง การศึกษาและบริการทางการแพทย์

    วิธีใช้ DCEP

    บริษัทยักษ์ใหญ่อื่น ๆ ของจีน ยืนยันว่าผู้ใช้รายย่อยนั้นสามารถเข้าถึงโทเค็นได้ โดยรัฐบาลจีนได้ประกาศว่าผู้ให้บริการชำระเงินทุกรายเช่น Apple pay , Wechat และ Alipay จะต้องรองรับ DCEP ในระบบของตน นอกจากนี้ Huawei ก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมการใช้โทเค็น โดยเคยมีข่าวลือหลุดมาว่าจะรองรับบนแอป Huawei Pay

    แอพ Wallet

    ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ DCEP จะมีแอพกระเป๋าเงินของตัวเอง แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่สามารถพูดอะไรได้มากมาย ก่อนจะถึงการทดสอบอย่างเป็นทางการ แต่ภาพหน้าจอที่รั่วไหลออกมาจากแอพของธนาคารเกษตรแห่งประเทศจีนนั้น ก็เผยให้เห็นคุณสมบัติบางอย่าง และยังมีภาพของแอปธนาคารแห่งประเทศจีนและสถาบันการชำระเงินอื่น ๆ ที่รั่วไหลไหลออกมาบนโซเชียลมีเดีย
    จากภาพหน้าจอกระเป๋าเงิน DCEP พบว่ามีการรองรับฟังก์ชั่นที่สำคัญหลายอย่าง เช่น การแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิตอล , การจัดการกระเป๋าเงิน , การค้นหาธุรกรรมที่ผ่านมาในอดีต และฟังก์ชั่นอื่น ๆ รวมถึงการชำระเงินผ่านรหัส QR , การโอนเงินและรองรับ NFC

    คุณสมบัติอื่น ๆ

    ฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งที่กระเป๋าเงินมี คือการใช้ตัวเลือกการชำระเงินแบบ NFC (near field communication) ซึ่งไม่ต้องการอินเตอรเน็ตในระหว่างการถ่ายโอน ไม่เพียงเท่านั้นรายงานยังแนะนำว่าอาจไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคาร ในการถือสกุลเงินหยวนดิจิตอลแม้ว่าจะยังไม่ได้รับการยืนยัน 

    ทำไมจีนถึงสร้าง DCEP

    จีนมีการวิจัยเกี่ยวกับสกุลเงินที่มาหลายปี รวมถึงการได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากผู้นำสูงสุดอย่าง สีจินผิง ที่ได้พูดในการประชุมเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยบอกกับสมาชิกพรรคว่าเขาต้องการให้จีนขึ้นเป็นผู้นำในด้าน Blockchain เพื่อให้ได้เปรียบเหนือประเทศสำคัญอื่น ๆ
    ขณะที่ ผู้นำสถาบันวิจัยสกุลเงินดิจิตอลก็ให้เหตุผลในการสร้างสกุลเงินว่า: “เพื่อปกป้องอธิปไตยทางการเงินและสถานะทางการเงินของเรา เราต้องวางแผนสำหรับในช่วงคับขัน” 
    อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ การท้าทายโดยตรงกับการครอบงำของดอลลาร์สหรัฐฯ และหวังว่าพวกเขาจะสามารถพลิกขึ้นเป็นผู้นำในด้านนี้ก่อนที่สหรัฐฯจะสามารถคิดได้  นี่เป็นความหวาดกลัวของ Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Facebook ที่เคยพูดถึงข้อกังวลนี้ในการประชุมกับรัฐสภาที่เกี่ยวกับ Libra

    อนาคตของ DCEP

    หยวนดิจิตอล แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของจีนและจะเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่ออำนาจของสหรัฐฯ ซึ่งมีการคาดกาณ์ว่าโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งโครงการเส้นทางสายไหมของจีน ซึ่งมีเป้าหมายไปที่ 70 ประเทศทั่วโลก ซึ่งอาจสร้างความกังวลให้แก่สหรัฐอเมริกาคืมากขึ้น หากฝ่ายตรงข้ามหันไปใช้ cryptocurrencies จากจีนตัวนี้

    เข้าใจประเทศจีน ในปี 2020











    บริษัทเทคโนโลยีจีนยักษ์ใหญ่ อย่าง Huawei, Xiaomi ไปถึงทัวร์จีน และทุนยักษ์ใหญ่ของจีน ต่างก็เป็นสิ่งที่เข้ามามีอิทธิพล และส่งผลกระทบต่อไทย และการขึ้นเป็นมหาอำนาจโลกของจีน ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตอนนี้ จีนเป็นประเทศที่อาจก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของโลก . และในวันตรุษจีนนี้ The MATTER EXPLAINER ขอนำเสนอคลิปที่จะมาเล่าให้คุณฟังถึงจีน ในปี 2020 นี้ว่า จีนก้าวมาเป็นมหาอำนาจในจุดนี้ได้อย่างไร ? มีความท้าทายอะไรถ้าจะก้าวไปเป็นเบอร์ 1 ของโลก รวมไปถึงความยิ่งใหญ่ ของจีนในปีนี้ และทศวรรษ 2020 นั้นจะเป็นอย่างไร ?

    สรุปข่าวเด่นคริปโต ในรอบสัปดาห์ 20 – 26 เมษายน 2020

    สรุปข่าวเด่นข่าวดังของ Bitcoin และ cryptocurrency อื่น ๆ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

    อัพเดทราคาสกุลเงินดิจิทัลในตลาดไทย วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2563




    วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2563

    จีนจัดประชุม เตรียมทดสอบการใช้ “หยวนดิจิตอล” ในร้านค้าชั้นนำมากมาย เช่น McDonald , Starbucks



    จีนจัดประชุม เตรียมทดสอบการใช้ “หยวนดิจิตอล” 

    ในร้านค้าชั้นนำมากมาย เช่น McDonald , Starbucks



    ข่าววันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2563
    สำนักข่าวท้องถิ่นของจีน รายงานว่า รัฐบาลจีนมีการจัดประชุม เพื่อหารือการเปิดทดสอบการใช้ “หยวนดิจิตอล” ในร้านค้าชั้นนำ เช่น McDonald , Starbucks
    เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่เมืองสงอัน ประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่มีการเปิดทดสอบการใช้งาน “หยวนดิจิตอล” หรือ DCEP มีการจัดประชุมโดยมี เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของรัฐและธนาคารหลายแห่ง เช่น Ant Financial, Tencent รวมถึงร้านต่าง ๆ 19 แห่ง ที่จะเข้าร่วมทดสอบ
    การประชุมดังกล่าว เป็นการหารือเกี่ยวกับการเปิดทดสอบใช้งาน “หยวนดิจิตอล” ในร้านค้าชั้นนำทั้งสิ้น 19 บริษัท เช่น McDonald, Starbucks, JD self-serivce supermaket
    นอกจากนี้ยังมีบริษัท cainiao ซึ่งเป็นบริษัทโลจิสติกส์จาก Alibaba ที่จะได้เข้าร่วมการทดสอบ แต่รายงานไม่ได้ระบุว่าการทดสอบจะเริ่มเมื่อใดหรือนานเท่าใด
    ก่อนหน้านี้ ธนาคารแห่งประเทศจีน (Bank of China) ยืนยันว่า สกุลเงินดิจิทัลใหม่ (หรือที่เรียกว่า DC / EP หรือ “Digital Currency / Electronic Payment”) จะมีการทดสอบนำร่องในเมืองเซินเจิ้น ซูโจว สงอัน เฉิงตู
    นอกจากนี้ยังระบุว่า มีฟังก์ชั่นการชำระเงินที่สามารถทำงานแม้อยู่ในที่ ๆ สัญญาณเครือข่ายไม่ดี โดยการนำโทรศัพท์มือถือสองเครื่องที่มีกระเป๋าเงินดิจิตอล DC / EP มาแตะกันเท่านั้น

    ขอบคุณแหล่งข้อมูล
    https://bitcoinaddict.org/2020/04/23/chineses-gov-meeting-to-discuss-the-first-pilot-merchants-for-dc-ep/

    วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2563

    ธนาคารรัฐทั้งหมดของจีน ได้เริ่มใช้งานเทคโนโลยี Blockchains กันแล้ว


    ธนาคารรัฐทั้งหมดของจีน ได้เริ่มใช้งานเทคโนโลยี Blockchains กันแล้ว
    บริษัทผู้ให้บริการทางการเงินกว่า 70 แห่งในประเทศจีน รวมถึงธนาคารของรัฐ และบริษัท เทคโนโลยีรายใหญ่ ได้เริ่มปรับใช้แอพพลิเคชั่น Blockchains ทางการเงินกันแล้ว
    ตามรายงานจาก white paper ของธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน (ICBC) ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ 
    บริษัท ด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดของจีน 4 แห่ง ได้แก่ Baidu , Alibaba, Tencent ,และ JD กำลังทำงานกับแอปพลิเคชันบริการทางการเงินที่ใช้บล็อกเชนของตนเอง
    ใน white paper ยังเผยรายละเอียดแอปพลิเคชันบางอย่างเช่น ICBC เองก็ได้สร้างแพลตฟอร์มการค้าข้ามพรมแดนระหว่างจีนและยุโรปที่ใช้เทคโนโลยี distributed ledger เพื่อรับรองความถูกต้องและการซิงค์ข้อมูลการจัดส่งที่ใช้ร่วมกัน ระหว่างบริษัท , คลังสินค้า , ศุลกากร , ธนาคารและหน่วยงานรัฐบาล 
    ตามเอกสารระบุว่า ธนาคารและบริษัทต่างๆในประเทศจีนใช้บล็อกเชนเพื่อจัดการกองทุน , ควบคุมซัพพลายเชน , ออกหลักทรัพย์และติดตามคะแนน loyalty points ของลูกค้า
    ประมาณ 420 บริษัท blockchain – มีประมาณ 17% ที่อยู่ในด้านการเงิน โดย ICBC กล่าวว่ามีโครงการที่บริการทางการเงินบนบล็อกเชน 120 โครงการที่ได้จดทะเบียนกับ Cyberspace Administration of China เมื่อปลายปี 2019

    วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2563

    การทดสอบแพลตฟอร์มการค้าข้ามพรมแดนผ่าน Blockchain ในจีนประสบความสำเร็จ..ลดเวลาเหลือเพียง 10 นาที


    การทดสอบแพลตฟอร์มการค้าข้ามพรมแดนผ่าน Blockchain ในจีนประสบความสำเร็จ..ลดเวลาเหลือเพียง 10 นาที
    เมื่อเร็ว ๆ นี้แพลตฟอร์มทดสอบสำหรับทำการค้าข้ามพรมแดนผ่าน blockchain ได้เริ่มดำเนินการทดสอบแล้วในเมือชิงเต่าของจีน  โดยบริษัทที่เกี่ยวข้องได้ทำการซื้อขายกับพันธมิตรในอเมริกาเหนือและเอเชียใต้เป็นครั้งแรก
    ตามรายงานของ Sina หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเมื่อวันที่ 22 เมษายน ระบุว่าบริษัท ต่าง ๆ ได้ชื่นชมโครงการนำร่องนี้และอ้างว่าธนาคารของเมืองจะยังคงปรับปรุงการให้บริการต่อไป

    การค้ากับประเทศอื่น ๆ ผ่าน blockchain

    มีธุรกิจประมาณ 37 แห่งในเมืองชิงเต่า ที่ได้เริ่มทำธุรกิจกับผู้ประกอบการจากต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มบล็อกเชน ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก อินเดียและอีกหลายประเทศ
    Sina รายงานว่าแพลตฟอร์มนำร่องมีการจัดการเพื่อตรวจสอบข้อมูลเครดิตขององค์กร ตรวจสอบสินเชื่อเพื่อการส่งออกและการเงิน และจัดการแบบฟอร์มการยื่นภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งโดยรวมแล้วสามารถช่วยให้การทำธุรกรรมหลายล้านดอลลาร์เสร็จสิ้นได้ในเวลาไม่ถึง 10 นาที
    การลดลงของระยะเวลามีความสำคัญมาก เนื่องจากระบบเดิมในกระบวนการการค้าประเภทนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง และบริษัทจะต้องไปที่สำนักงานศุลกากรเพื่อดำเนินการให้เสร็จสิ้น

    บริษัทต่าง ๆ ชื่นชมโครงการนำร่อง

    Borec Brake System Co. , Ltd. ซึ่งเป็นบริษัท ผู้ผลิตเบรกรถยนต์ที่มีฐานอยู่ในเมืองชิงเต่า ได้มีส่วนร่วมในโครงการนำร่องและได้แสดงความคิดเห็นว่า:
    “เราไม่ได้คาดหวังว่าการปล่อยสินเชื่อเพื่อการค้าจะเร็วมากาดนี้ และการดำเนินการนั้นก็สะดวกมาก ๆ ต้องขอบคุณแพลตฟอร์มบริการทางการเงินผ่านบล็อกเชนทที่ช่วยทำให้ปัญหาของบริษัทเราได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว”
    เจ้าหน้าที่ของเมืองบอกกับ Sina ว่าพวกเขาจะยังคงพัฒนาโครงการนำร่องนี้ต่อไป นอกเหนือจากการพยายามขยายเครือข่ายไปยังธนาคารอื่น ๆ แล้ว ตอนนี้พวกเขาจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มจำนวนแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่บนแพลตฟอร์มอีกด้วย

    ธนาคารรายใหญ่ของจีน เปิดตัว “White Paper” เกี่ยวกับการใช้ Blockchain ในภาคการเงิน


    ธนาคารรายใหญ่ของจีน เปิดตัว “White Paper” เกี่ยวกับการใช้ Blockchain ในภาคการเงิน

    ธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ของจีน (industrial and Commercial Bank of China ICBC) ได้ออก white paper เกี่ยวกับการใช้งานเทคโนโลยี Blockchain ในด้านการเงิน รายงานจาก Sina Finance
    white paper ดังลก่าวได้ทำการวิเคราะห์จุดที่เป็นปัญหาในปัจจุบันในภาคการเงิน และเปรียบเทียบแนวโน้มของจีนในการพัฒนา blockchain กับสิ่งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ และชี้ให้เห็นว่าภาคการเงินเป็นพื้นที่ที่มีการใช้งานมากที่สุดสำหรับแอพพลิเคชั่นที่ขับเคลื่อนด้วย blockchain: 
    “มีผู้ให้บริการข้อมูลและบริการบล็อกเชน 420 รายในจีน โดยมีบริษัท 72 แห่งที่เสนอบริการทางการเงินแบบ blockchain,คิดเป็น 17 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด และมีการจดทะเบียนบริการทางการเงินถึง 120 ประเภท”

    ก้าวไปข้างหน้าตามแผนที่วางไว้ 

    ธนาคาร ICBC ได้ทำการวิจัยและสำรวจการใช้ blockchain กับ big data, artificial intelligence, internet of things หรือ IoT, และเทคโนโลยี 5G มาตั้งแต่ปี 2016
    ธนาคารได้สร้างแพลตฟอร์ม blockchain ระดับองค์กรและเปิดตัวบริการติดตามธุรกรรมระหว่างการระบาดใหญ่ของ COVID-19 โดยบริการเหล่านี้ได้ถูกรวมเข้ากับสภากาชาดในกวางสีของจีน และ Zhuhai Charity Federation รวมถึงจะถูกนำไปใช้กับองค์กรการกุศลอื่น ๆ ของจีนในอนาคตอันใกล้
    ธนาคารยังเชื่อว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถช่วยเปลี่ยนแปลงในภาคส่วนต่าง ๆ ได้ด้วย เช่น supply chain finance , trade financing, fund management, payment management, payment settlement และ digital assets

    วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2563

    หลุดภาพโครงการเหรียญ Cryptocurrency ล่าสุดของจีน จ่ายผ่านแอพแทนเงินจริงได้