วันอังคารที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

การสอนภาษาแบบธรรมชาติ (Whole Language Approach)



การสอนภาษาแบบธรรมชาติ (Whole Language Approach) 
เขียนโดย นฤมล เนียมหอม   
        การสอนภาษาแบบธรรมชาติ ( Whole Language Approach ) คือ ปรัชญาและระบบความเชื่อซึ่งทำให้เกิดแนวการสอนภาษาโดยองค์รวม ทั้งด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ( Moss and Noden, eds., 1993; Spodek and Saracho, 1994; Stanek,1993 ) ปรัชญาและระบบความเชื่อนี้มีทฤษฎีพื้นฐานมาจากทฤษฎีว่าด้วยระบบของภาษา ทฤษฎีว่าด้วยภาษา ความคิด และสัญลักษณ์สื่อสาร และทฤษฎีว่าด้วยการอ่านเขียนในระบบภาษา ( บุษบง ตันติวงศ์, 2536 ) การสอนภาษาแบบธรรมชาติมีแนวคิดและหลักการที่สอดคล้องกับลักษณะและหน้าที่ของภาษา คือ ใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารอย่างมีความหมายและเหมาะสมกับพัฒนาการด้านการรู้หนังสือของเด็ก

        การสอนภาษาแบบธรรมชาตินับว่ามีคุณค่าอย่างยิ่งต่อพัฒนาการทางภาษาของเด็ก คือ ช่วยให้เด็กมีความสนุกสนานในการเรียนภาษา และมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ ช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนาทางภาษาทั้งด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียนอย่างครอบคลุมทุกด้านและเต็มศักยภาพ อีกทั้งยังช่วยให้ครูและผู้ปกครองเกิดความเข้าใจในพัฒนาการทางด้านภาษาด้านการอ่านและการเขียนของเด็กเพิ่มขึ้น (ฉันทนา ภาคบงกช, ม.ป.ป. )
        จากความเชื่อ แนวคิด และหลักการสอนภาษาแบบธรรมชาติที่นักการศึกษาหลายท่านได้อธิบายไว้ สรุปเป็นหลักการสำคัญของการสอนภาษาแบบธรรมชาติ ดังนี้

        1. การจัดสภาพแวดล้อม การสอนภาษาต้องสร้างสภาพแวดล้อมให้เด็กได้คุ้นเคยกับการใช้ภาษาอย่างมีความหมายและเป็นองค์รวม ตัวหนังสือที่ปรากฏในห้องเรียนต้องมีเป้าหมายในการใช้จริงๆ หนังสือที่ใช้จะต้องเป็นหนังสือที่ใช้ภาษาที่มีความหมายสมบูรณ์ในตัว ไม่แบ่งเป็นทักษะย่อยๆ และจะต้องให้เด็กมีส่วนร่วมในการจัดสภาพแวดล้อมด้วย

        2. การสื่อสารที่มีความหมาย การสอนภาษาควรให้เด็กมีโอกาสสื่อสารโดยมีพื้นฐานจากประสบการณ์จริงที่มีความหมายต่อเด็ก ครูจะต้องจัดเวลาให้เด็กมีโอกาสอ่านเขียนอย่างมีจุดมุ่งหมายจริงๆ ไม่ใช่เป็นเพียงกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อการฝึกหัด และให้เด็กได้ใช้เวลาในการอ่านและเขียนตามโอกาสตลอดทั้งวัน โดยไม่ต้องกำหนดตายตัวว่าช่วงเวลาใดต้องอ่าน หรือช่วงเวลาใดต้องเขียน

        3. การเป็นแบบอย่าง การสอนภาษาจะต้องให้เด็กเห็นประโยชน์ของการใช้ภาษาในความมุ่งหมายต่างๆ ครูต้องอ่านและเขียนโดยมีจุดมุ่งหมายในการใช้จริงๆให้เด็กได้เห็น เช่น เพื่อการสื่อสาร เพื่อความเพลิดเพลิน เพื่อค้นหาวิธีการ ฯลฯ นอกจากนี้ครูยังต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กเห็นว่าการอ่านเป็นเรื่องสนุก เพื่อสร้างให้เด็กเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการอ่าน

        4. การตั้งความคาดหวัง การสอนภาษาจะต้องเป็นไปในลักษณะเดียวกันกับที่เด็กเรียนรู้ที่จะพูด ครูควรเชื่อมั่นว่าเด็กจะสามารถอ่านและเขียนได้ดีขึ้นและถูกต้องยิ่งขึ้น เด็กมีความสามารถในการอ่านและการเขียนตั้งแต่ยังอ่านและเขียนไม่เป็น ดังนั้น เด็กจึงควรได้รับโอกาสที่จะอ่านและเขียนตั้งแต่วันแรกที่มาโรงเรียน และที่สำคัญคือครูไม่ควรคาดหวังให้เด็กอ่านและเขียนได้เหมือนผู้ใหญ่

        5. การคาดคะเน การสอนภาษาควรให้เด็กมีโอกาสที่จะทดลองกับภาษา สร้างสมมุติฐาน-เบื้องต้นของตน และมีโอกาสเดาหรือคาดคะเนคำที่จะอ่าน และมีโอกาสคิดประดิษฐ์สัญลักษณ์และคิดสะกดเพื่อการเขียน 

        6. การให้ข้อมูลย้อนกลับ การสอนภาษาควรตอบสนองความพยายามในการใช้ภาษาของเด็กในทางบวก ยอมรับการอ่านและการเขียนของเด็กว่าเป็นสิ่งที่มีความหมายแม้ว่ายังไม่ถูกต้องสมบูรณ์ และพยายามตอบสนองเด็กให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ ครูอาจให้เด็กได้เห็นตัวอย่างที่ถูกต้องอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น การอ่านหนังสือเล่มที่เด็กชอบอ่านให้เด็กฟังในโอกาสอื่นๆ หรือเขียนให้ดูเมื่อมีการสนทนาในกลุ่มใหญ่ เป็นต้น 

        7. การยอมรับนับถือ การสอนภาษาจะต้องตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก ว่าเด็กเรียนรู้การอ่านและเขียนอย่างแตกต่างกัน ตามช่วงเวลา และอัตราที่แตกต่างกัน ครูต้องศึกษาเด็กเป็นรายบุคคล ศึกษาความสนใจ ความสามารถ และสอนเด็กตามความสามารถที่แตกต่างกันของเด็ก เด็กต้องได้ตัดสินใจเลือกกิจกรรมที่จะเรียนรู้ด้วยตนเอง ในช่วงเวลาเดียวกันเด็กไม่จำเป็นต้องทำกิจกรรมอย่างเดียวกัน หรือทำกิจกรรมตามลำดับขั้นตอน เพราะการเรียนรู้ภาษาไม่มีลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องตายตัว

        8. การสร้างความรู้สึกเชื่อมั่น การสอนภาษาต้องส่งเสริมให้เด็กรู้สึกปลอดภัยที่จะคาดคะเนในการอ่านหรือเขียน แม้ว่าไม่เคยอ่านหรือเขียนมาก่อน ครูต้องทำให้เด็กไม่กลัวที่จะขอความช่วยเหลือด้านการอ่านและเขียนเมื่อจำเป็น เด็กต้องไม่ถูกตราหน้าว่าไม่มีความสามารถในการอ่านและเขียน ดังนั้น การสอนภาษาจึงต้องเป็นไปอย่างเหมาะสมกับพัฒนาการและความสามารถของเด็ก เพื่อให้เด็กมีความเชื่อมั่นว่าตนมีความสามารถที่จะอ่านและเขียนได้


การสอนภาษาแบบธรรมชาติในโรงเรียนอนุบาล
การจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียน
        การจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียนเป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนความเชื่อหรือปรัชญาของผู้จัด จากหลักการสอนภาษาแบบธรรมชาติที่กล่าวไว้ว่าการสอนภาษาจะต้องสร้างสภาพแวดล้อมให้เด็กได้คุ้นเคยกับการใช้ภาษาอย่างมีความหมาย และเป็นองค์รวมนั้น แสดงให้เห็นว่าการจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียนที่สอนภาษาแบบธรรมชาติเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง นักการศึกษาหลายท่านได้อธิบายลักษณะการจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียนที่สอนภาษาแบบธรรมชาติซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่สามารถส่งเสริมการเรียนภาษาของเด็กไว้ สามารถสรุปได้ ดังนี้

        1. สภาพแวดล้อมทางกายภาพ ในห้องเรียนที่สอนภาษาแบบธรรมชาติจะจัดให้มีมุม-ประสบการณ์ต่างๆ โดยมีมุมที่เด่นชัด คือ มุมห้องสมุด มุมอ่าน มุมเขียน ส่วนมุมอื่นๆที่อาจจัดไว้ ได้แก่ มุมบทบาทสมมุติ มุมวิทยาศาสตร์ มุมบล็อก ฯลฯ โดยมุมทุกมุมสามารถจัดให้เอื้อต่อการเรียนภาษาได้โดยจัดให้มีป้ายสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายต่างๆที่มีความหมายในการสื่อสารกับเด็ก มีวัสดุอุปกรณ์ที่สามารถกระตุ้นให้เด็กต้องการที่จะเรียนรู้และอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ภาษาของเด็ก

        2. บรรยากาศภายในห้องเรียน ในห้องเรียนที่สอนภาษาแบบธรรมชาติจะมีบรรยากาศของการเรียนรู้แบบร่วมมือ เด็กมีโอกาสและเวลาที่จะตัดสินใจเลือกลงมือปฏิบัติกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง เด็กๆสนใจที่จะอ่านและเขียนจากความเข้าใจและประสบการณ์ ทั้งนี้ จะต้องเป็นห้องเรียนที่เด็กได้เรียนรู้อย่างมีความสุข

บทบาทของครูที่สอนภาษาแบบธรรมชาติ
        เนื่องจากการสอนภาษาแบบธรรมชาติเป็นปรัชญาและระบบความเชื่อซึ่งเป็นกรอบให้ครูในการตัดสินใจและออกแบบการสอน ดังนั้น เมื่อมีการนำการสอนภาษาแบบธรรมชาติมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ครูจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบทบาทของตนจากการสอนแบบเดิม มีนักการศึกษาหลายท่านได้อธิบายบทบาทของครูที่สอนภาษาแบบธรรมชาติไว้ สรุปได้ดังนี้

        1. ครูเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ ครูต้องเป็นผู้ที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดสภาพ-แวดล้อม การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ หรือแหล่งข้อมูลสำหรับเด็ก และเป็นผู้ที่จัดให้ห้องเรียนมีบรรยากาศของการเรียนรู้ ซึ่งได้แก่การให้เด็กมีโอกาสเลือกทำกิจกรรม ส่งเสริมให้เด็กแสดงความคิดเห็น จัดให้เด็กมีโอกาสอ่านและเขียน สนับสนุนให้เด็กกล้าเสี่ยงที่จะอ่านและเขียนคำที่ไม่เคยพบมาก่อน ยอมรับสิ่งที่เด็กอ่านและเขียน และตอบสนองต่อความพยายามของเด็กในทางบวก ไม่ตำหนิหรือวิพากษ์วิจารณ์เมื่อเด็กอ่านหรือเขียนยังไม่ถูก

        2. ครูเป็นแบบอย่างของการเรียนรู้ ครูต้องเป็นแบบอย่างในการใช้ภาษาในลักษณะต่างๆ ทั้งในลักษณะของการสาธิตกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการรู้หนังสือ เช่น การอ่านหนังสือให้เด็กฟังทุกวัน การชี้คำขณะที่อ่าน การถ่ายทอดความคิดโดยการเขียน ฯลฯ หรือในลักษณะที่ครูเป็นนักอ่านหรือนักเขียน เช่น การเขียนบันทึกถึงกัน การอ่านเพื่อความมุ่งหมายต่างๆตามโอกาส

        3. ครูเป็นผู้จัดการให้เกิดการเรียนรู้ ครูต้องจัดการให้การเรียนรู้ดำเนินไปอย่างราบรื่น ต้องให้เด็กได้เรียนรู้แบบร่วมมือ และต้องให้เด็กได้ทำงานร่วมกัน

        4. ครูเป็นผู้ประเมินพัฒนาการ ครูต้องประเมินพัฒนาการของเด็กเพื่อดูความก้าวหน้า และสามารถส่งเสริมเด็กได้อย่างเหมาะสมต่อไป

บทบาทเด็กในห้องเรียนที่สอนภาษาแบบธรรมชาติ
        นักการศึกษาหลายท่านได้อธิบายบทบาทของเด็กในห้องเรียนที่สอนภาษาแบบธรรมชาติไว้ สรุปได้ ดังนี้

        1. เด็กเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองเด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับการอ่านและการเขียนด้วยการอ่านและการเขียนอย่างมีความหมายจริงๆ

        2. เด็กมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ตั้งแต่การสร้างหัวข้อที่จะเรียนร่วมกัน การตัดสินใจเลือกทำกิจกรรมที่ตรงกับความต้องการและใช้ในชีวิตจริงของเด็ก และ การประเมินผลงานของตัวเอง

        3. เด็กเรียนรู้โดยการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนและครู ซึ่งเป็นการสนับสนุนการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เด็กได้เรียนรู้แบบร่วมมือมากขึ้น
การประเมินพัฒนาการทางภาษาตามแนวการสอนภาษาแบบธรรมชาติ
        การประเมินพัฒนาการทางภาษาตามแนวการสอนภาษาแบบธรรมชาติสามารถสรุปได้ดังนี้

        1. การประเมินต้องเป็นไปตามธรรมชาติการรู้หนังสือของเด็ก ครูต้องศึกษาพัฒนาการด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนของเด็กแล้วนำหัวข้อเหล่านี้มาสร้างเป็นตัวบ่งชี้ (Indicators) ในการประเมิน ( Bolton and others, 1989; Sulzby, 1990; Morrow, 1990 )
        2. การประเมินเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอน และต้องประเมินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้ครูทราบพัฒนาการของเด็ก เข้าใจเด็ก และรู้ว่าจะพัฒนาเด็กอย่างไร (Blanche, 1996; Cutting, 1992; Mason and Stewart, 1990; Schlosser and Phillips, 1991 )

        3. การประเมินพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัย ควรเป็นการประเมินแบบไม่เป็นทางการ เพื่อให้ได้ผลการประเมินที่แท้จริง วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เหมาะสม คือ การใช้พอร์ทโฟลิโอ (Portfolio) ซึ่งจะต้องมีทั้งการสังเกตแล้วบันทึกอย่างเป็นระบบ และการเก็บตัวอย่างงาน โดยครูจะต้องแปลผล (Interpret) ข้อมูลอย่างรอบคอบเพื่อให้ผลการประเมินมีความตรงและความเที่ยง (ประทีป จินงี่, 2538; Morrow, 1990; ; Teale, 1990 )

        ทั้งนี้ การประเมินที่ไม่สอดคล้องกับปรัชญา และหลักการสอนภาษาแบบธรรมชาติ คือ การประเมินโดยใช้แบบทดสอบ ( Blanche, 1996; Schlosser and Phillips, 1991; Stallman and Pearson, 1990 ) จากการที่สทอลแมนและเปียสัน ( Stallman and Pearson ) ได้นำแบบทดสอบความพร้อมด้านการอ่านที่ใช้ในอเมริกามาวิเคราะห์ พบว่า แบบทดสอบส่วนใหญ่จะมีรูปแบบของการเลือกตอบ และประเมินทักษะย่อยๆในการอ่าน เขาสรุปว่า แบบทดสอบเหล่านี้มีลักษณะคล้ายๆกัน คือ ผลจากการทดสอบไม่สามารถสะท้อนความคิดเกี่ยวกับพัฒนาการด้านการรู้หนังสือได้

การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง
        ผู้ปกครองเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเรียนรู้ของเด็ก จึงจำเป็นต้องจัดให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปลี่ยนแปลงการจัดการศึกษามาเป็นการสอนภาษาแบบธรรมชาติ นักการศึกษาหลายท่านได้เสนอแนะแนวทางการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในโรงเรียนที่สอนภาษาแบบธรรมชาติสรุปได้ ดังนี้

        1. ผู้ปกครองควรศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร และการเรียนรู้ในโรงเรียนอนุบาล ซึ่งครูควรเป็นผู้ที่สื่อสารให้ผู้ปกครองรับทราบด้วยวิธีการต่างๆ การที่โรงเรียนแจ้งให้ผู้ปกครองทราบเกี่ยวกับการจัดการศึกษาและแนวทางที่ผู้ปกครองควรปฏิบัติจะทำให้ผู้ปกครองสามารถพัฒนาเด็กในทิศทางเดียวกันกับทางโรงเรียน ทั้งนี้ ผู้ปกครองควรใจเย็นและมีความอดทนเพียงพอที่จะเฝ้ารอดูผลงานของเด็กซึ่งจะพัฒนาขึ้นทีละน้อย

        2. ผู้ปกครองอาจมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาโดยการร่วมกิจกรรมของโรงเรียน เช่น เข้าร่วมประชุมกับทางโรงเรียน เยี่ยมชมชั้นเรียน สังเกตการสอน ฯลฯ หรือให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการดำเนินการของโรงเรียน เช่น ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเด็ก เป็นอาสาสมัครในการอ่านหนังสือให้เด็กฟังที่โรงเรียน ฯลฯ 

        3. ผู้ปกครองสามารถช่วยพัฒนาภาษาของเด็กได้โดยการสนทนาและตอบคำถามของเด็กอย่างสม่ำเสมอ จัดหาหนังสือนิทานให้เด็ก อ่านหนังสือให้เด็กฟังเป็นประจำทุกวัน ส่งเสริมให้เด็กอ่านจากสิ่งแวดล้อม เช่น ป้ายโฆษณา กล่องสินค้า ป้ายประกาศ ฯลฯ จัดให้เด็กมีโอกาสอ่านและเขียนทุกวัน ให้ความสนใจในสิ่งที่เด็กอ่านหรือเขียนเพื่อเป็นกำลังใจแก่เด็กและเพื่อให้เด็กมีทัศนคติที่ดีต่อการอ่านและการเขียน พยายามไม่วิพากษ์วิจารณ์หรือตำหนิสิ่งที่เด็กเขียนเพราะจะทำให้เด็กขาดความมั่นใจว่าตนเองมีความสามารถในการอ่านและเขียน และผู้ปกครองควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ภาษา


ขอบคุณความรู้จากห้องเรียนครูแมว
แบ่งปันมาเพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทานด้านความรู้แก่คุณครูปฐมวัย
http://www.nareumon.com/index.php?option=com_content&task=view&id=17&Itemid=50


วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559

หัวข้อการวิจัยในชั้นเรียน ระดับก่อนประถมศึกษา

หัวข้อการวิจัยในชั้นเรียน   ระดับก่อนประถมศึกษา

1.การศึกษาความสามารถในการสังเกตและการจำแนกของเด็กปฐมวัยที่เล่นเกมการศึกษาด้วยวิธีต่างกัน (มาลี  วะระทรัพย์ปริญญานิพนธ์)
2. ลักษณะของเนื้อเรื่อง และตัวละครในนิทานสำหรับเด็กที่เด็กวัยก่อนเรียนชอบ (วิชราภรณ์  พิมพ์ใจพงศ์วิทยานิพนธ์)
3. ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเล่นน้ำเล่นทราย (รัชนี  สมประชาปริญญานิพนธ์)
4. ความสามารถทางการวาดภาพคน ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์ต่างกัน (ลัดดา  ลี้ตระกูลปริญญานิพนธ์)
5. การพัฒนาสติปัญญาของเด็กปฐมวัยด้วยเกมการศึกษามิติสัมพันธ์ (เยาวพรรณ ทิมทอง,  ปริญญานิพนธ์)
6. การศึกษาพฤติกรรมการร่วมมือของเด็กปฐมวัยที่ทำกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์เป็นกลุ่มแบบครูมีส่วนร่วม และแบบครูไม่มีส่วนร่วม (สุทธิพรรณ  ธีรพงศ์)
7. การเล่นมุมไม้บล็อค เพื่อพัฒนาความสามารถทางสติปัญญาของเด็กปฐมวัย (อิชยา แสงบรรเจิดศิลป์)
8. การศึกษาความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยในกิจกรรมการเล่นน้ำ  เล่นทราย  แบบครูมีปฏิสัมพันธ์และแบบครูไม่มีปฏิสัมพันธ์ (ขวัญตา  แต่พงษ์โสรัถ,ปริญญานิพนธ์)
9. ผลของการจัดประสบการณ์การเล่นมุมช่างไม้ที่มีต่อความพร้อมทางคณิตศาสตร์ของเด็กระดับ  ก่อนประถมศึกษา (จรัสศรี  คำใสปริญญานิพนธ์)
10. การใช้เกมเพื่อพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัยที่มีปัญหาในการจำแนกเสียงต้นของคำ (อดิฉันท์  คูณภัคพิมลปริญญานิพนธ์)

11. การเปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเล่นสร้างสรรค์ประกอบการใช้คำถามและการเล่นสร้างสรรค์แบบไม่ได้ใช้คำถาม (อนงค์  แสงเงินปริญญานิพนธ์)
12. พัฒนาการด้านสติปัญญาของเด็กก่อนประถมศึกษาที่ครูมีการใช้คำถามในระหว่างการทำกิจกรรมและหลังการทำกิจกรรมในวงกลม (จันทนีย์  เหมาะผดุงกุลปริญญานิพนธ์)
13. วินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานก่อนกลับบ้าน (ทิศนีย์  อินทรบำรุงปริญญานิพนธ์)
14. การศึกษาผลการใช้แบบของคำถามหลังจากฟังนิทานที่มีต่อความสามารถในการฟังคำสั่งของเด็กปฐมวัย (วิลเลียม  วิมุกดายนปริญญานิพนธ์)
15 ผลของการเล่นเกมแบบร่วมมือนอกห้องเรียนที่มีต่อพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัย (วราลี  โกศัสปริญญานิพนธ์)
16 การพัฒนาความพร้อมทางคณิตศาสตร์ของเด็กก่อนประถมศึกษา  ที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเล่นมุมคณิตศาสตร์อย่างมีแบบแผน (ฉวีวรรณ นิยมชาติ,  ปริญญานิพนธ์)
17. การศึกษาเปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ ระหว่างเด็กปฐมวัยที่ทำกิจกรรมวาดรูปเป็นกลุ่มกับเป็นรายบุคคล (เพียงจิต  โรจน์ศุภรัตน์ปริญญานิพนธ์)
18. การศึกษาเปรียบเทียบผลของการจัดประสบการณ์แบบปฏิบัติการทดลองกับแบบผสมผสานที่มีต่อทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย (อัญชลี  ไสยวรรณ, 2531)
19. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กก่อนประถมศึกษา  ที่ได้รับการจัดมุมวิทยาศาสตร์แบบปฏิบัติการทดลอง (อรัญญา  เจียมอ่อนปริญญานิพนธ์)
20. การเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  ด้านการวัดและการสื่อความหมายของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์แบบใช้เกมประกอบการสาธิตกับแบบปฏิบัติการทดลอง  (สุภาวดี  ลัภยานุกูลปริญญานิพนธ์)

21. การเปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยที่ได้จากการฟังนิทาน  ด้วยการเล่าโดยใช้หุ่นกับรูปภาพ (ขวัญฟ้า  รังสิยานนท์วิทยานิพนธ์)
22. ผลของการจัดประสบการณ์การเล่นมุมช่างไม้ที่มีต่อความพร้อมทางคณิตศาสตร์ ของเด็กระดับก่อนประถมศึกษา (จรัสศรี  คำใสปริญญานิพนธ์)
23 การพัฒนาความพร้อมทางคณิตศาสตร์ของเด็กก่อนประถมศึกษาที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเล่นมุมคณิตศาสตร์อย่างมีแบบแผน (ฉวีวรรณ  นิยมชาติปริญญานิพนธ์)
24. พัฒนาการอ่านของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์กิจกรรมสนทนาประกอบกิจกรรมการอ่าน (บำเพ็ญ  การพานิชย์ปริญญานิพนธ์)
25. ผลของการใช้คำถามทางคณิตศาสตร์ประกอบบัตรภาพ กับกิจกรรมการเล่นเครื่องเล่นสนาม ที่มีต่อความพร้อมทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย (วราภรณ์  แก้วแย้มปริญญานิพนธ์)
26. การเปรียบเทียบความสามารถทางการฟังของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการฝึกทักษะโดยใช้เกมและแบบฝึก (วรี  เกี๋ยสกุลปริญญานิพนธ์)
27. ผลการจัดประสบการณ์หน่วยเน้นวิทยาศาสตร์นอกชั้นเรียน  ที่มีต่อทักษะการสังเกตของเด็กปฐมวัย (ศรีนวล  รัตนานันท์ปริญญานิพนธ์)
28. ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะที่เป็นองค์ประกอบพื้นฐาน (สุนทรี  สราญชาติปริญญานิพนธ์)
29. การเปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเล่นสร้างสรรค์ประกอบการใช้คำถาม และการเล่นสร้างสรรค์แบบไม่ได้ใช้คำถาม (อนงค์  แสงเงินปริญญานิพนธ์)
30. การพัฒนาความสามารถในการจับใจความของเด็กวัยอนุบาล  โดยใช้เทคนิคการเล่านิทานแบบเล่าเรื่องซ้ำ (อลิสา  เพ็ชรรัตน์วิทยานิพนธ์)

31. ผลของการใช้กิจกรรมการเล่นทรายเปียกที่มีต่อทักษะการคิดของเด็กปฐมวัย (จิราพร  ไชยเผือกปริญญานิพนธ์)
32. การศึกษาการเล่นสร้างสรรค์กลางแจ้งแบบอิสระกับแบบกึ่งชี้แนะที่มีผลต่อความสามารถในการสังเกตและการจำแนกของเด็กปฐมวัย (ทวีพร  ณ นครปริญญานิพนธ์)
33.ผลของการใช้เกมการศึกษาที่ใช้กิจกรรมทางกายที่มีต่อความพร้อมทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย (นิภาภรณ์  ดีสมโชควิทยานิพนธ์)
34. การเปรียบเทียบมโนทัศน์ทางจริยธรรมของนักเรียนอนุบาลโดยใช้นิทานและเกม (บรรพต  พรประเสริฐวิทยานิพนธ์)
35. ผลของการเล่นของเล่นประเภทเสริมต่อที่มีต่อทักษะการใช้กล้ามเนื้อของเด็กก่อนวัยเรียน (บุญยืน  วิฑูรย์สฤษฎ์ศิลป์วิทยานิพนธ์)
36. การเปรียบเทียบความพร้อมในการอ่านโดยการจำรูปคำของเด็กอนุบาลที่ฝึกด้วยเกมการศึกษา กับแบบฝึก (ภาวิณี  สิทธิชัยจารุวิทยานิพนธ์)
37. การศึกษาความสามารถในการสังเกตและการจำแนกของเด็กปฐมวัยที่เล่นเกมการศึกษาด้วยวิธีต่างกัน (มาลี  วะระทรัพย์ปริญญานิพนธ์)
38. การเปรียบเทียบความสามารถในการจำแนกด้วยการมองเห็นของเด็กปฐมวัย  ที่ได้รับการฝึกทักษะโดยใช้เกมการศึกษาและใช้แบบฝึกหัด (รุ่งรวี  กนกวิบูลย์ศรีปริญญานิพนธ์)
39. การศึกษาการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยที่ได้รับประสบการณ์การเล่นวัสดุสามมิติแบบชี้นำ และ แบบอิสระ  (ลดาวัลย์  กองช่างปริญญานิพนธ์)
40. การศึกษาความสนใจในการเล่นเกมการศึกษาของเด็กปฐมวัย  โดยมีครูชี้แนะและเล่นด้วยตนเอง (วิยะดา  บัวเผื่อนปริญญานิพนธ์)

41. การศึกษาความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์ศิลปสร้างสรรค์และการเล่นตามมุมโดยครูสร้างกฏเกณฑ์ และเด็กสร้างกฏเกณฑ์ (สายพิน  ปรุงสุวรรณ์ปริญญานิพนธ์)
42. การศึกษาพฤติกรรมการร่วมมือของเด็กปฐมวัยที่ทำกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์เป็นกลุ่มแบบครูมีส่วนร่วมและแบบครูไม่มีส่วนร่วม (สุทธิพรรณ  ธีรพงศ์ปริญญานิพนธ์)
43. การสร้างเสริมลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัยโดยใช้การเล่นตามมุมตามข้อตกลงกับการเล่นแบบมีปฏิสัมพันธ์ (สุภา  สุขวิบูลย์ปริญญานิพนธ์)
44. ลักษณะของแบบเส้นต่างๆ  ที่ส่งผลต่อการเขียนอักษรไทย สำหรับชั้นอนุบาล
45. การเปรียบเทียบแบบคัดลายมือตัวพยัญชนะไทยที่เหมาะสมสำหรับชั้นอนุบาล 2
46. ผลการจัดกิจกรรมการสังเกต การจำแนก ที่มีต่อความพร้อมทางภาษาและการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย  (คะนึง  สายแก้ว สรภ.สุรินทร์)
47. ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรมมุ่งเน้นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการจัดประสบการณ์ของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ   (คะนึง  สายแก้ว สรภ.สุรินทร์)
48. การศึกษาผลของการเล่นต่างกลุ่มอายุ  ที่มีต่อพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัย
(ธีราพร  กุลนานันท์  สรภ.นครสวรรค์)
49. การเปรียบเทียบมโนทัศน์ทางจริยธรรมของนักเรียนอนุบาลที่ได้รับการสอนโดยใช้นิทานและเกม   (บรรพต  พรประเสริฐ สรภ.ยะลา)
50. ผลการจัดประสบการณ์แบบปฏิบัติการทดลองประกอบอาหารกับแบบปกติที่มีต่อทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย  (วไลพร  พงษ์ศรีทัศน์ สรภ.นครสวรรค์)

51. การเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ด้านการวัดและการสื่อความหมายของเด็กปฐมวัย  ที่ได้รับการจัดประสบการณ์แบบใช้เกมประกอบการสาธิต  กับการปฏิบัติการทดลอง (สภาวดี  ลัภนายุกูล  สรภ.เพชรบุรี)
52. การพัฒนารูปแบบการเสริมความพร้อมในการอ่านสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน  (อัญชลี  วงศ์หล้า  สรภ.อุตรดิตถ์)
53. การฝึกทักษะการฟังของนักเรียนอนุบาลโดยใช้การละเล่นของเด็กไทยที่มีบทร้องและบทเจรจาโต้ตอบแบบประยุกต์  (สุภาวดี ศรีวรรธนะ  สรภ.นครสวรรค์)
54. การเปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเล่นสร้างสรรค์ประกอบการใช้คำถาม  และการเล่นสร้างสรรค์แบบไม่ใช้คำถาม (สรภ.พิบูลสงคราม)
55. การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนสาธิตอนุบาลละอออุทิศ  โดยใช้วิธีสอนแบบปกติกับวิธีสอนแบบใช้สื่อประสม (เจริญใจ  บุณยทัต  สรภ.สวนดุสิต)
56. การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์โดยการฉีกปะกระดาษ ระดับก่อนประถมศึกษา(นันทนิจ  กาญจนามัย   สปช.)
57. ผลการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แบบปฏิบัติการทดลองสำหรับเด็กก่อนประถมศึกษา (บุปผา  บุญอนันต์  สปช.)
58. การทดลองใช้เทคนิคการสอนภาษาไทยเป็นภาษาที่สองแบบรับภาษาในชั้นเด็กเล็กที่ใช้ภาษาส่วย  (สปจ.นครราชสีมา)
59. การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เด็กก่อนประถมศึกษา  โดยใช้เครื่องเล่นอิสระกระดาษทรายและไหมพรมหลากสี  (โณทัย  อุดมบุญญาภาพ  สปช.)
**************************************************************** 
แหล่งข้อมูล 
https://www.gotoknow.org/posts/207965
ผู้รวบรวมข้อมูล 
สุกัน  เทียนทอง 


วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

กลยุทธ์ในการเลือกวารสารนานาชาติเพื่อการตีพิมพ์


กลยุทธ์ในการเลือกวารสารนานาชาติเพื่อการตีพิมพ์

 ๑. กรอบแนวคิดในการเลือกวารสารนานาชาติเพื่อการตีพิมพ์

               ๑.๑ กลุ่มเป้าหมาย ถ้าเราคิดว่าเหมือนลูกค้า เราจะหาลูกค้าที่จะอ่านงานวารสารของเราได้อย่างเราฉะนั้นอันดับแรกจะมีวารสารอยู่ให้เลือกลงแบบไหน

                      ๑) วารสารที่เป็นเนื้อหาแบบกว้าง ๆ เช่น การศึกษา เขาไม่ได้เน้นว่า การศึกษาผู้ใหญ่
การศึกษาแบบไหน หรือ วิทยาศาสตร์ เป็นวิทยาศาสตร์แบบทั่วไป หรือวิทยาศาสตร์เฉพาะทาง เพราะฉะนั้นเราเลือกวารสารที่มี theme เนื้อหาแบบมุมกว้าง ๆ มีผู้อ่านเยอะ ผู้อ่านเยอะก็คือ ผู้อ่านไม่จำเป็นต้องรู้ศัพท์เฉพาะก็ได้ ผมไม่ใช่นักศึกษาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้รู้ทางนี้ แต่ผมอย่างรู้ทางนี้ ถ้าต้องผู้อ่านแบบเยอะ ๆ ผมจะเน้นเนื้อหาแบบกว้าง ๆ ใครอ่านก็ได้และก็ ผู้อ่านไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ฉะนั้น อย่างเราใช้ภาษาไทยเป็นภาษาพื้น ไม่จำเป็นว่าเราจะอ่านภาษาอังกฤษเข้าใจทุกประโยค ลักษณะที่เป็นอย่างนี้เราก็เลือกแบบตีพิมพ์ที่ไม่ได้เป็นฝรั่ง ไม่ได้เป็นเจ้าของภาษาอังกฤษ ตีพิมพ์ที่ไหนก็อ่านได้ทั่วโลก แต่ถ้าเกิดว่าเราเลือกขายเฉพาะกลุ่มของเรา พวกนี้ต้องอ่านลึกในรายละเอียดต้นตอของงาน ใช้แล้วประยุกต์เป็นอย่างไร มีศัพท์เฉพาะเยอะ ๆ กลุ่มที่จะใช้ต้องเป็นกลุ่มเฉพาะที่มีความรู้ศาสตร์ทางนี้เป็นหลัก ซึ่งอาจจะเป็นคนกลุ่มน้อย แต่ถ้าเราเน้นเนื้อหากลาง ๆ กลุ่มนี้ก็จะมีคนอ่านมาก ซึ่งจะอยู่ในกลุ่มที่ ๑ นั่นเอง

                     ๒) เราจะดูว่าวารสารไหนที่ตรงกับสาขาเรามากที่สุด เช่น วารสารที่สมมติว่าเป็นทันตกรรม ผมต้องการตีพิมพ์ ซึ่งผมทำเรื่องฟันผุ แต่วารสารที่ต้องการลงนั้นเขาไม่ได้เน้นเรื่องฟันผุ เขาเน้นเรื่องจัดฟัน ตรงนี้เขาก็จะปฏิเสธเพราะไม่ตรงตามศาสตร์สาขาย่อย เหมือนเราที่เกี่ยวกับการศึกษา แต่เขาอาจจะเล่นในเรื่องการศึกษาพิเศษ เป็นต้น ตรงนี้เราต้องดู         scope เนื้อหาของเขาก่อนตรงกับสาขาที่เรากำลังจะส่งหรือไม่

                     ๓) อันดับต่อมาคือ ไปถามรุ่นพี่ที่เขาเคยตีพิมพ์ในศาสตร์นี้มาก่อน มามีรายชื่ออะไรแนะนำเราบ้างอันนี้ก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

                     ๔) ความจำเป็นเร่งด่วน อันนี้ต้องไปดูว่าเราถูกบีบด้วยกรอบเวลาหรือไม่ เช่น เราตีพิมพ์ภายใน ๖ เดือน หรือภายในกี่เดือน อันนี้ต้องไปดูว่าขั้นตอนที่เราส่งงานใช้เวลาเท่าไร่ในการพิจารณา สู่ขั้นตอน peer review หรือ ผ่าน peer review แล้ว ตอบรับใช้เวลาเท่า กว่าจะได้ตีพิมพ์ใช้เวลาเท่าไหร่

                    ๕) อีกอันหนึ่งก็คือ Issue per year คือปีหนึ่งออกกี่ฉบับ ดังนั้นถ้าปีหนึ่งมันออกฉบับเดียว คิวอาจจะยาวมากและมีคนส่งเยอะคู่แข่งก็จะเยอะ ลักษณะนี้ก็จะใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา แต่ถ้าเกิดมี issue per year ต่อปีมาก หลายครั้ง โอกาสที่จะได้ตีพิมพ์ก็มีมากเช่นกัน

                    ๖) การวางสินค้ามาขาย ถ้าเราทำอาหารอร่อย แต่ร้านเราอยู่ในมุมมืด คนซื้อก็จะซื้ออยู่ในแต่หมู่บ้านเรา อันนี้เราจะทำอย่างไรให้อาหารของเรานั้นได้ขายตาม seven ตรงนี้เราหมายความว่า Index ก็คือถ้าเราตีพิมพ์ในวารสารนี้ไม่ใช่ต้องซื้อหรืออาจเฉพาะคนอ่านที่รับเฉพาะวารสารนี้เท่านั้น บทความของเราต้องเข้าไป Index ในฐานข้อมูลอื่น ๆ มากกว่า ๑ ที่ นั่นหมายความว่า มันมีช่องทางในการจำหน่ายบทความนี้หลายช่องทาง ฉะนั้นแต่ละวารสารจะมีฐานข้อมูลของเขาว่าวารสารมี Index อยู่ในฐานข้อมูลไหนบ้าง อย่างเช่น Index อยู่ใน ProQuest ซึ่งเป็น Aggregated publication มันเป็น supermarket ลงทุนน้อยแต่ได้บทความวารสารหลายแหล่ง เหมือนกันกับ Medline/Scopus เพราะฉะนั้นวารสารที่มีตัวแทนจำหน่ายเยอะ ๆ ไม่จำเป็นต้องมาค้นที่ตัวเขาที่เดียว ค้นที่ไหนก็เจอวารสารของเขาก็จะสามารถเข้าถึงได้ง่าย วิธีการดูก็คือดูที่ about ในส่วนนี้วารสารแต่ละชนิดจะบอกว่าวารสารของเขานั้นมี Index อยู่ที่ใดบ้าง ซึ่งบางวารสารก็จะมีช่องทางวางจำหน่ายหลาย ๆ ร้าน ดังนั้นงานของเราจะมีช่องทางจำหน่ายได้มาก ถ้าไปที่ไหนก็จะเจองานของเรา นั่นคือความหมายของคำว่า Index

                     ๗) อีกอันหนึ่งเราจะดูว่าร้านนี้ดีหรือไม่ดี เราจะดูจาก ๑. ความถี่ที่จะนำไปใช้ในวงวิชาการคือดูว่าวารสารนั้นมี Impact หรือเปล่า ๒. วารสารนั้นมีการใช้ข้อมูลยาวนานอย่างต่อเนื่องไหม (Cited half life) หรือ การประเมินอายุเฉลี่ยของมันว่าถ้าวารสารไหนที่มีคนใช้ในฉบับเก่า ๆ คือ ไม่ล้าสมัย หรือ ใช้ข้อมูลย้อนหลังต่อเนื่อง ดังนั้นฐานข้อมูลส่วนใหญ่ ถ้าข้อมูลของเขาใช้เยอะเขาก็จะบอกค่า Impact ไว้ด้วย
                      ๘) ค่าธรรมเนียม เราต้องจ่ายเองหรือมีคนจ่ายให้เรา บางวารสารเก็บค่ารูปสี บางวารสาร อย่าง springer ไม่เก็บค่าภาพสี ให้ดูในเงื่อนไขของเขา อีกอันคือ open access หมายความว่า เราเป็นผู้เขียนแต่เราจ่ายเงินให้ผู้อ่านอ่านฟรี เพราะฉะนั้นต้องดูให้ดี กับอีกแบบหนึ่งก็คือวารสารแบบปิด หรือ subscription หมายความว่า ผู้อ่านต้องจ่ายเงินเข้าไปอ่าน ฉะนั้นการใช้แบบ open access มันดีตรงที่ว่าใคร ๆ ก็เข้าถึงบทความของเราได้ง่ายขึ้นโดยที่ไม่ต้องมาติดในเรื่องของการจ่ายเงินเพื่อดู fulltext

                      ๙) ค่าใช้จ่ายในเรื่องของการตรวจเรียกว่าการตรวจ plagiarism เดี๋ยวนี้บางยี่ห้อบังคับ คุณต้องไปตรวจมาก่อน หรือ รับมาแล้วต้องเสียเงินตรวจ บางยี่ห้อจะบอกไว้เลยว่ากี่เหรียญ

                      ๑๐) ส่วนถัดมาก็คือเรื่องของภาษา มันจะบอกไว้เลยว่าถ้าเจ้าของงานไม่ใช่เจ้าของภาษาอังกฤษ ถ้าตรวจงานจะต้องมีค่าใช้จ่าย ใครจ่าย เสียเงินหรือเปล่า ต้องตรวจสอบดูด้วย

 ๒. การเตรียมต้นฉบับ
                เราต้องดูว่าสาขาตรงหรือเปล่า
               ความยาว เช่น การจำกัดคำ ไม่เกินกี่คำ ฉะนั้นต้องไปดูว่าถ้าเราตัดคำเสร็จแล้วอยู่ในขอบวารสารหรือไม่ เพราะบางยี่ห้อต่ำกว่า 5,000 คำ เรียกว่า letter ถ้ามากกว่านั้นก็จะเรียกว่า บทความ ประมาณนี้
                โครงสร้าง บทคัดย่อ กี่คำ Keyword จะมีอย่างน้อยกี่คำ เราต้องคิดให้ดีว่า key word ตัวไหนที่จะทำให้เราขายได้ ฉะนั้นให้งานของเราเรียกเข้ามาง่าย ๆ อย่างน้อยหนึ่งคำต้องเจอแน่ ๆ
                รูปแบบ วารสารบางแห่งไม่ได้ใช้รูปแบบพื้นฐานเหมือนมหาวิทยาลัย เช่น APA บางวารสารบังคับใช้รูปแบบของเขาเอง ตรงนี้ก็ต้องดูให้ดี

๓. การจัดส่งต้นฉบับ (manuscript submission)
                ไฟล์ที่จะส่งเป็นไฟล์ประเภทใด ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะไม่เหมือนกัน นามสกุลอะไร ไฟล์กับรูปภาพต้องแยกกันหรือเปล่า
สมมติว่าเราเอางานส่วนหนึ่งที่เราเคยประชุมทางวิชาการไปใช้ในบทความดังกล่าว อันนี้เราต้องเขียนบอกเขาด้วย (cover letter)
                ภาษาอังกฤษต้องตรวจสอบให้ดี ลองเอางานของเราให้คนอื่นอ่านบ้าง (proof reading)
                การอ้างอิงครบถ้วนไหม
                มหาวิทยาลัยเรามีตัวตรวจที่ชื่อว่า turnitin
                ห่วงเรื่องลิขสิทธิ์ เอารูปภาพหรือตารางเขามาใช้ต้องมีหนังสือขออนุญาตของเขาด้วย
                สามารถตามงาน

 ๔. เมื่อถูกปฏิเสธ
                อันดับแรกเตรียมชื่อสำรองไว้ห้าถึงสิบชื่อ แต่ห้ามส่งพร้อมกันทีเดียวสิบชื่อ เวลาเรามีรายชื่อสิบรายชื่อแล้วไม่ควรส่งไปพร้อมกัน เราจะดำเนินการส่งชื่อที่สอง ชื่อที่สามได้ จนกว่าเขาปฏิเสธชื่อนั้น (ชื่อแรก) ที่นี้เวลาเขาปฏิเสธเขาจะบอกเหตุผลว่าเพราะอะไร ส่วนไหนไม่ได้ตามเกณฑ์ให้เราแก้ไขใหม่ ปรับปรุงใหม่ และส่งไปในชื่อใหม่ เพราะฉะนั้นชื่อนี้ไม่ได้ ชื่อนั้นไม่ได้ หลาย ๆ ครั้ง จนกว่าเราจะได้รับการตีพิมพ์ เขียนไว้ สัก ๑๐ – ๒๐ ชื่อ ก็ว่าไป สำหรับเว็บที่ใช้ Impact factor ก็จะใช้เว็บ Journal citation report และ เว็บที่ใช้หาวารสารจาก Keyword ก็จะใช้ Web of science

๕. จริยธรรมในการทำวิจัย
                เกณฑ์ก็คือ ๑) duplicate ก็คือว่าต้นฉบับที่มีหลายชื่อตีพิมพ์พร้อมกน ถ้าเราส่งไปหลายอันพร้อมกันจะถูกปฏิเสธทั้งหมด ถือว่าเป็น duplicate ซ้ำซ้อน ๒) self-plagiarism หมายถึงว่าเอางานของตนเองไปส่งอีกครั้งหรือเอางานตนเองบางส่วน เช่น method, discussion มาใช้ใหม่ ๓) เป็น copy method เอา method ของเขามาใช้ เปลี่ยนตัวเลขใหม่ เปลี่ยนแค่ตัวเลข ชายเป็นหญิง เป็นต้น แต่ถ้าวิธีการที่เป็นทฤษฏี ที่ต้องใช้วิธีนี้ถึงจะได้ผลลัพธ์แบบนี้ ทางออกก็คือต้องใช้สำนวนของตนเอง เขียนใหม่ ใช้ภาษาของตนเอง อธิบายแนวคิดหรือทฤษฏี ๔) ไม่อ้างอิงแหล่งที่มาของทฤษฏีนั้น หรือ ยกคำพูดของเขามาเกินจำเป็น และ ๕) ข้อมูลที่เป็นเท็จ เช่น สร้างผลลัพธ์ก่อน หรือการทำ lab แห้ง
                คราวหน้าผมจะมาสรุปเรื่องการใช้เว็บ ในการหาค่า impact การดู half of life การดูว่าวารสารใดอยู่ใน ranking เท่าไรนะครับ... และก็การใช้ web of science ในการค้นหาแหล่งที่มาของวารสาร ขอเวลานิดหน่อยครับ... น่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยครับ....

ขอบคุณผู้เขียนค่ะ  :  มนตรี (๑/๐๗/๒๕๕๕)
แหล่งข้อมูล : https://goo.gl/u2lBs8




วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

งานวิจัยระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


(ภาพประกอบ : เมนูอาหารมื้อกลางวันที่ตุรกี การประชุมนำเสนองานวิจัยระดับนานาชาติ)

งานวิจัยระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  
ฉบับภาษาอังกฤษ


http://eprints.qut.edu.au/28481/1/Tippawan_Nuntrakune_Thesis.pdf

http://etd.ohiolink.edu/send-pdf.cgi/Bruggeman%20Shana%20M.pdf?toledo1114706238

http://www.niagara.edu/assets/assets/cctl/documents/JET.pdf

http://www.educationinindia.net/download/Research_Abstracts.pdf  ดูรายละเอียดต่างๆเมนูด้านซ้ายมือ

http://www.tablelearning.com/uploads/File/EXHIBIT-B.pdf

http://socialfamily535.pbworks.com/f/slavin1996%5B1%5D.pdf   Robert E. Slavin

http://www.cal.org/crede/pdfs/rr7.pdf

http://www.knjc.edu.tw/admin/aa/publish/pic-1/book/3/4%E9%99%B3%E7%90%87%E5%A8%9F.pdf

http://cclp.mior.ca/Reference%20Shelf/PDF_OISE/Cooperative%20Education.pdf

http://scimath.unl.edu/MIM/files/research/NebesniakA.pdf

http://www.fcas.nova.edu/student/student_symposium/documents/srs04abs.pdf

http://www.celea.org.cn/teic/92/10120608.pdf

http://scholarship.utm.edu/500/1/LD5300_M29P_022.pdf

http://www.suu.edu/faculty/shwalb/pdf/Cooperative_Learning.pdf

http://www.cs.cornell.edu/dis/CL3/Proposals/proposal042004.pdf

http://www.redalyc.org/src/inicio/ArtPdfRed.jsp?iCve=169213805008

http://www.investigacion-psicopedagogica.org/revista/articulos/16/english/Art_16_181.pdf

http://www.tojet.net/articles/918.pdf

http://www.idsia.ch/~luca/acs-ec97.pdf

http://www.ipsi.fraunhofer.de/~publications/concert/2000/NTCL_Wessner_Pfister.pdf

http://escholarshare.drake.edu/bitstream/handle/2092/251/Keyser%23251.pdf?sequence=1

http://www.iaie.org/download/turin_paper_chan.pdf

http://scimath.unl.edu/MIM/files/research/SnyderS.pdf

http://www.aare.edu.au/08pap/nun08573.pdf

http://www.esp-world.info/Articles_17/PDF/Collaborative%20learning.pdf

http://tecfa.unige.ch/tecfa/publicat/dil-papers-2/Dil.7.1.10.pdf
  https://www2.rit.edu/tlc/events/archived_events_presentations/111/presentations/Presentation%20and%20presentation%20materials.pdf

http://www4.ncsu.edu/unity/lockers/users/f/felder/public/Papers/Prince_AL.pdf

http://www.sig-ed.org/jier/v8n3/JIERv8n3_article2.pdf

http://www.cimt.plymouth.ac.uk/journal/morgan.pdf

 http://gerrystahl.net/pub/collabcognition.pdf

http://faculty.fuqua.duke.edu/~clemen/bio/CLearn.pdf

http://www.edu.helsinki.fi/media/mep8/passi_vahtivuori.pdf

http://snicker.nebrwesleyan.edu/~mcclung/beck.pdf

http://inform.nu/Articles/Vol13/ISJv13p073-086Cheong549.pdf

http://www.readingmatrix.com/conference/pp/proceedings/jacobs.pdf

http://www.celea.org.cn/pastversion/lw/pdf/wangkexian.pdf

http://www.edutopia.org/pdfs/edutopia-teaching-for-meaningful-learning.pdf

http://www.tojet.net/articles/337.pdf

http://www.iaie.org/download/turin_paper_govaris.pdf

http://www.naun.org/journals/educationinformation/19-108.pdf

http://course.bnu.edu.cn/course/hjdx/JXZY/gaodengjiaoyu/1.pdf

http://hss.fullerton.edu/linguistics/cln/SP10PDF/Rahvard-Coop-ED.pdf

http://www.ceeindia.org/esf/download/paper36.pdf

http://eku.comu.edu.tr/index/2/2/sum_kyildirim_ktarim_aiflazoglu.pdf

http://www.math.tamu.edu/~scarboro/dissertationabstract.pdf

http://www.icme-organisers.dk/tsg15/Faggiano&Faggiano.pdf

http://www.lrc-tnu.edu.vn:8080/gsdl/collect/Tap_chi_KHCN/archives/HASH5acc.dir/doc.pdf

http://www.iaie.org/download/turin_paper_casal.pdf

http://archives.math.utk.edu/CTM/FIFTH/Ahmadi/paper.pdf

http://www.journal.lapen.org.mx/may08/LAJPE%20166F%20Zafer%20Tanel.pdf

http://www.ipsi.fraunhofer.de/~publications/concert/2001/Quality-in-language-training.PDF

http://www.usca.edu/essays/vol162006/ahmad.pdf

http://www.niu.edu/CEET/p20/scholarship/vol2/B13D.pdf

http://www.paaljapan.org/resources/proceedings/PAAL11/pdfs/17.pdf

 http://fe.um.ac.id/wp-content/uploads/2009/11/ABSTRACT.pdf

http://egitim.ankara.edu.tr/TEZ_ABD/OE/OE_DR/07InceNC_oe_Dabs.pdf

http://eprints.uny.ac.id/4160/1/MUKHTAR_WIDIYANTO.pdf

http://www.hiceducation.org/edu_proceedings/Monica%20A.%20Magner.pdf

http://fie-conference.org/fie97/papers/1509.pdf

http://lib.unnes.ac.id/8836/1/10767a.pdf

http://74.55.31.242/atareeh//klasio/71/1480.pdf


บทคัดย่อ

http://www.bsc.edu.ph/index.php/research/abstracts

http://www.resjournal.uvt.ro/files/Arhiva/Abstracte%202pe2006%20-%20eng.pdf

บทคัดย่อ 19 เรื่อง

http://eprints.uny.ac.id/5403/1/INCREASING_SOFT_SKILLS_OF_VOCATIONAL_SCHOOL_STUDENTS_THROUGH_COORPERATIVE_LEARNING_IN_SMK_MUHAMMADIYAH_PRAMBANAN.pdf

 http://ro.ecu.edu.au/cgi/viewcontent.cgi?article=1315&context=ajte&sei-redir=1&referer=http%3A%2F%2Fwww.google.co.uk%2Furl%3Fsa%3Dt%26rct%3Dj%26q%3Dabstract%2520about%2520%2520cooperative%2520learning%2520research%26source%3Dweb%26cd%3D67%26ved%3D0CFQQFjAGODw%26url%3Dhttp%253A%252F%252Fro.ecu.edu.au%252Fcgi%252Fviewcontent.cgi%253Farticle%253D1315%2526context%253Dajte%26ei%3D_zzvTt7FO8LB8gOp-NTwCQ%26usg%3DAFQjCNEEE4akRGZvFIdYUdqpyAz6CeeV9Q%26sig2%3DTinYd52NB5knkzsSnW0Z2w#search=%22abstract%20about%20cooperative%20learning%20research%22

ขอบคุณข้อมูลดีๆ  จากเว็บไซต์  https://sites.google.com/site/prapasara/6-4
เพื่อการศึกษาค้นคว้าต่อ

งานวิจัยต่างประเทศ ด้านการเรียนการสอน ฉบับ Full Text

(ภาพประกอบ :นักเรียนโรงเรียนวัดป่าเป้า สาขาชุมชนบ้านบวกครกน้อย สพป.เชียงใหม่ เขต 1)

งานวิจัยต่างประเทศที่เกี่ยวกับ 4 MAT


https://www.uleth.ca/dspace/bitstream/handle/10133/794/Craven_Sandra_E.pdf?sequence=1

http://www.4mat.eu/media/17158/research%20guide%204mat.pdf

บทคัดย่อเกี่ยวกับการสอบแบบ 4MAT  ยอดเยี่ยมมาก

http://www.4mat.eu/media/17167/rg2.research%20in%20pre-k%20through%2012%20school%20settings.pdf

http://www.madnotes.com/essays/4-mat-Mcminn/4241.html

http://ukpmc.ac.uk/abstract/MED/19093896/reload=0;jsessionid=XJoQeGGWQidrVxjyPrPJ.125

http://www.iaeng.org/publication/WCECS2011/WCECS2011_pp234-239.pdf

http://ukpmc.ac.uk/abstract/MED/19093896/reload=0;jsessionid=XJoQeGGWQidrVxjyPrPJ.125

หมายเหตุ......เข้าไปดูฉบับเต็มได้แต่ต้องสมัครสมาชิกก่อน




งานวิจัยต่างประเทศที่เกี่ยวกับทฤษฎีคอนสตรัคติวิสม์

http://www.intentionalitymodel.info/pdf/SOCCONST.pdf

http://igitur-archive.library.uu.nl/USBO/2007-0205-200537/hosking_99_socialconstructionprocess21.pdf

http://www.ualberta.ca/~iiqm/backissues/5_1/PDF/MILLS.PDF

http://www.wlv.ac.uk/PDF/uwbs_04%20WP004-04%20Wright.pdf

http://www.tused.org/internet/tused/archive/v2/i1/fulltext/tusedv2i1s1.pdf

http://www.math.kent.edu/~edd/ICMIPaper.pdf

http://www.sam.gov.tr/perceptions/volume%20xii/ExplainingSocial.pdf

http://www.utas.edu.au/infosys/publications/research/phil_research/Social_Constructionism_and_Pragmatism.pdf

http://www.cardet.org/vrasidas/pubs/continuum.pdf

http://www.gla.ac.uk/media/media_129772_en.pdf

http://digilib.bc.edu/reserves/sw877/gergen877.pdf

http://www.de-research.com/PhDFinalPapers/CT_ConstructivismWBI.pdf

http://jthomasniu.org/class/Stuff/PDF/Work/socialconcrit.pdf

http://www.oup.com/uk/orc/bin/9780199285433/jackson_chap06.pdf

http://www.nwp.org/cs/public/download/nwp_file/104/OP12.pdf?x-r=pcfile_d

http://www.ibf.uu.se/PERSON/jim/commers/const.pdf

http://www.ibf.uu.se/PERSON/jim/commers/compara.pdf

http://tap.sagepub.com/content/11/3/433.short

Articles citing this article
Realism, Relativism, and Evolutionary Psychology Theory & Psychology August 1, 2010 20: 467-487
Abstract
Full Text (PDF)

Irony and Origami Philosophy of the Social Sciences March 1, 2007 37: 100-104
Abstract
Full Text (PDF)

What Follows?: Mind Dependence, Fallibility and Transcendence According to (Strong) Constructionism's Realist and Quasi-Realist Critics Theory & Psychology October 1, 2002 12: 651-669
Abstract
Full Text (PDF)

Social Constructionism as Ontology: Exposition and Example Theory & Psychology October 1, 2002 12: 701-713
Abstract
Full Text (PDF)

The Construction of `Social Constructionism': A Case Study in the Rhetoric of Debate Theory & Psychology October 1, 2002 12: 671-683
Abstract
Full Text (PDF)




งานวิจัยต่างประเทศที่เกี่ยวกับการเรียนแบบร่วมมือ

วิจัยฉบับเต็ม

http://eprints.utm.my/6550/1/tokhoonsengmp041194d06ttt.pdf

http://www.asian-efl-journal.com/Thesis_Liang_Tsailing.pdf

http://repository.lib.ncsu.edu/ir/bitstream/1840.16/3736/1/etd.pdf

http://platinum.lambton.on.ca/internal/mcfilemanager/files/linc/teaching_and_learning/cooplearningactivities11.pdf

http://drum.lib.umd.edu/bitstream/1903/3764/1/umi-umd-3603.pdf

http://eprints.soton.ac.uk/166259/1.hasCoversheetVersion/Thesis.pdf

http://theses.gla.ac.uk/885/01/2009mcalistermphil.pdf

http://www.co-operation.org/wp-content/uploads/2011/01/ER.CL-Success-Story-Pub-Version-09.pdf  David W. Johnson and Roger T. Johnson

http://groups.physics.umn.edu/physed/People/Hollabaugh%20Dissertation.pdf

http://digitalcommons.liberty.edu/cgi/viewcontent.cgi?article=1385&context=doctoral&sei-redir=1&referer=http%3A%2F%2Fwww.google.co.uk%2Furl%3Fsa%3Dt%26rct%3Dj%26q%3Dabstract%2520about%2520%2520cooperative%2520learning%2520research%26source%3Dweb%26cd%3D293%26ved%3D0CCwQFjACOKIC%26url%3Dhttp%253A%252F%252Fdigitalcommons.liberty.edu%252Fcgi%252Fviewcontent.cgi%253Farticle%253D1385%2526context%253Ddoctoral%26ei%3DSknvToO1NpTe8QPrkLH7CQ%26usg%3DAFQjCNEjGkRujuJ7iDlbGFkqfQT3OLVhuA%26sig2%3DxES09mn1SnsFeXyu8yQuqw#search=%22abstract%20about%20cooperative%20learning%20research%22

http://digitalcommons.liberty.edu/cgi/viewcontent.cgi?article=1166&context=doctoral&sei-redir=1&referer=http%3A%2F%2Fwww.google.co.uk%2Furl%3Fsa%3Dt%26rct%3Dj%26q%3Dabstract%2520about%2520%2520cooperative%2520learning%2520research%26source%3Dweb%26cd%3D80%26ved%3D0CG0QFjAJOEY%26url%3Dhttp%253A%252F%252Fdigitalcommons.liberty.edu%252Fcgi%252Fviewcontent.cgi%253Farticle%253D1166%2526context%253Ddoctoral%26ei%3DYT3vToPrC5TL8QOk97iDCg%26usg%3DAFQjCNH7W8qUmoaNkEQeLy5CGEfsHMDJOQ%26sig2%3Dk0aLU6trAoJDKHw9JbAocA#search=%22abstract%20about%20cooperative%20learning%20research%22

 http://www.gifted.uconn.edu/nrcgt/reports/rbdm9106/rbdm9106.pdf
*******************************************************

ขอบคุณแหล่งข้อมูล  https://sites.google.com/site/prapasara/6-4
เพื่อประการศึกษาค้นคว้า


วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ตัวอย่างงานวิจัย ระดับปริญญาเอก ด้านหลักสูตร


การพัฒนาหลักสูตรเน้นกระบวนการถ่ายทอดภูมิปัญญาล้านนา : กลองสะบัดชัย
โดย...พระชยสร สมบุญมาก (สมปุญฺโญ).

http://thesis.swu.ac.th/swudis/Adu_Ed/Chayasara_S.pdf

การพัฒนาหลักสูตรบูรณาการเนื้อหารายวิชาคณิตศาสตร์กับวิชาคำนวณของช่างอุตสาหกรรมระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
ทักษิณา เครือหงส์
; วิชัย วงษ์ใหญ่, มนัส บุญประกอบ, ราชันย์ บุญธิมา, อาจารย์ที่ปรึกษา.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Cur_Re_Dev/Tugsina_K.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมวิธีสอนศีลธรรมระดับมัธยมศึกษาตอนต้นของพระสอนศีลธรรมตามโครงการของกระทรวงศึกษาธิการ
โดย...พระราชรัตนมงคล (มนตรี ยางธิสาร)

http://thesis.swu.ac.th/swudis/Adu_Ed/PhrarajrattanamongkolMontri_Y.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะความเป็นคนทันสมัยด้านจิตใจสำหรับนักศึกษาสาขาครุศาสตร์ของสถาบันราชภัฏ
โดย...สมศรี ทองนุช.

http://thesis.swu.ac.th/swudis/Hi_Ed/Somsri_T.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมครูวิทยาศาสตร์เพื่อออกแบบบทปฏิบัติการที่สอดแทรกภูมิปัญญาท้องถิ่น
โดย...วิชาญ พันธุ์ประเสริฐ.

http://thesis.swu.ac.th/swudis/Sci_Ed/Vichan_P.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการจัดการเรียนแบบที่ใช้ปัญหาเป็นหลักสำหรับอาจารย์พยาบาล / ยุวดี ฦาชา.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Cur_Re_Dev/Yuwadee_L.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรฝึกอาชีพการทอผ้าไหมมัดหมี่สำหรับประชาชนในชนบท / ทองสุข วันแสน.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Cur_Re_Dev/Thongsook_W.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดไตร่ตรองของอาจารย์พยาบาล / ของ วิยะดา รัตนสุวรรณ.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Ed_Adm/Wiyada_R.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ด้านพลศึกษาของนักศึกษาในสถาบันการพลศึกษา / นรินทร์
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Hi_Ed/Narinth_S.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรพิเศษทางเรขาคณิตเสริมสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีความสามารถพิเศษทางคณิตศาสตร์ / พิชากร แปลงประสพโชค.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Math_Ed/Pichakorn_P.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรพีชคณิตสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ที่มีความสามารถพิเศษทางคณิตศาสตร์ / ยุพร ริมชลการ.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Math_Ed/Yuporn_R.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยการนำตนเองของผู้เรียนในระดับประถมศึกษา / ลาวัณย์ ทองมนต์ 
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Cur_Re_Dev/Lawan_T.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการจัดการตนเองโดยใช้กิจกรรมแนะแนว สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 / อดุล นาคะโร.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Cur_Re_Dev/Adun_N.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่เพื่อส่งเสริมการคิดวิจารณญาณ / นาวาอากาศตรีหญิง ภัทรภรณ์ ภัทรโยธิน
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Cur_Re_Dev/Patraporn_P.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรเรขาคณิตวิยุตสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์สูง / จิณดิษฐ์ ละออปักษิณ.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Math_Ed/JINNADIT_L.pdf
 
 การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนเพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น : กรณีศึกษาชุมชนแห่งหนึ่งในเขตภาคกลางตอนล่าง / รัตนะ บัวสนธ์.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Cur_Re_Dev/Rattana_B.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรวิชาชีววิทยาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเรื่อง พื้นฐานทางเทคโนโลยีชีวภาพ ที่เน้นการปฏิบัติการทดลองโดยใช้ประโยชน์จากสารเหลือทิ้ง / เปรมจิตร บุญสาย.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Sci_Ed/premchit_b.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตร์แบบพหุวิทยาการร่วมกับวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษสำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย / พูนสุข อุดม.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Sci_Ed/Poonsuk_U.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรเสริมเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู / จันทิมา แสงเลิศอุทัย.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Cur_Re_Dev/Chanthima_S.pdf
 
รูปแบบหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารจัดการสื่อสารในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน / สิทธิชัย เทวธีระรัตน์.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Hi_Ed/Sittichai_T.pdf

 
การพัฒนาหลักสูตรเน้นกระบวนการถ่ายทอดภูมิปัญญาล้านนา : กลองสะบัดชัย / พระชยสร สมบุญมาก (สมปุญฺโญ).
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Adu_Ed/Chayasara_S.pdf
การพัฒนาหลักสูตรบูรณาการเนื้อหารายวิชาคณิตศาสตร์กับวิชาคำนวณของช่างอุตสาหกรรมระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล / ทักษิณา เครือหงส์ ; วิชัย วงษ์ใหญ่, มนัส บุญประกอบ, ราชันย์ บุญธิมา, อาจารย์ที่ปรึกษา.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Cur_Re_Dev/Tugsina_K.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมวิธีสอนศีลธรรมระดับมัธยมศึกษาตอนต้นของพระสอนศีลธรรมตามโครงการของกระทรวงศึกษาธิการ / พระราชรัตนมงคล (มนตรี ยางธิสาร)
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Adu_Ed/PhrarajrattanamongkolMontri_Y.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะความเป็นคนทันสมัยด้านจิตใจสำหรับนักศึกษาสาขาครุศาสตร์ของสถาบันราชภัฏ / สมศรี ทองนุช.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Hi_Ed/Somsri_T.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมครูวิทยาศาสตร์เพื่อออกแบบบทปฏิบัติการที่สอดแทรกภูมิปัญญาท้องถิ่น / วิชาญ พันธุ์ประเสริฐ.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Sci_Ed/Vichan_P.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการจัดการเรียนแบบที่ใช้ปัญหาเป็นหลักสำหรับอาจารย์พยาบาล / ยุวดี ฦาชา.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Cur_Re_Dev/Yuwadee_L.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรฝึกอาชีพการทอผ้าไหมมัดหมี่สำหรับประชาชนในชนบท / ทองสุข วันแสน.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Cur_Re_Dev/Thongsook_W.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดไตร่ตรองของอาจารย์พยาบาล / ของ วิยะดา รัตนสุวรรณ.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Ed_Adm/Wiyada_R.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ด้านพลศึกษาของนักศึกษาในสถาบันการพลศึกษา / นรินทร์
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Hi_Ed/Narinth_S.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรพิเศษทางเรขาคณิตเสริมสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีความสามารถพิเศษทางคณิตศาสตร์ / พิชากร แปลงประสพโชค.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Math_Ed/Pichakorn_P.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรพีชคณิตสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ที่มีความสามารถพิเศษทางคณิตศาสตร์ / ยุพร ริมชลการ.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Math_Ed/Yuporn_R.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยการนำตนเองของผู้เรียนในระดับประถมศึกษา / ลาวัณย์ ทองมนต์ 
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Cur_Re_Dev/Lawan_T.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการจัดการตนเองโดยใช้กิจกรรมแนะแนว สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 / อดุล นาคะโร.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Cur_Re_Dev/Adun_N.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่เพื่อส่งเสริมการคิดวิจารณญาณ / นาวาอากาศตรีหญิง ภัทรภรณ์ ภัทรโยธิน
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Cur_Re_Dev/Patraporn_P.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรเรขาคณิตวิยุตสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์สูง / จิณดิษฐ์ ละออปักษิณ.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Math_Ed/JINNADIT_L.pdf
 
 การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนเพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น : กรณีศึกษาชุมชนแห่งหนึ่งในเขตภาคกลางตอนล่าง / รัตนะ บัวสนธ์.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Cur_Re_Dev/Rattana_B.pdf
 
 การพัฒนาหลักสูตรวิชาชีววิทยาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเรื่อง พื้นฐานทางเทคโนโลยีชีวภาพ ที่เน้นการปฏิบัติการทดลองโดยใช้ประโยชน์จากสารเหลือทิ้ง / เปรมจิตร บุญสาย.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Sci_Ed/premchit_b.pdf
 
 การพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตร์แบบพหุวิทยาการร่วมกับวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษสำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย / พูนสุข อุดม.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Sci_Ed/Poonsuk_U.pdf
 
การพัฒนาหลักสูตรเสริมเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู / จันทิมา แสงเลิศอุทัย.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Cur_Re_Dev/Chanthima_S.pdf
 
รูปแบบหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารจัดการสื่อสารในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน / สิทธิชัย เทวธีระรัตน์.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Hi_Ed/Sittichai_T.pdf
การพัฒนาเกณฑ์สมรรถนะในการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน / ประมา ศาสตระรุจิ.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Adu_Ed/Prama_S.pdf

 
ขอบคุณที่มา  ::  http://library.swu.ac.th/#focus   , Srinakharinwirot University 
เรียบเรียงโดย  ::   ประภัสรา  โคตะขุน  ;   
http://prapasara.blogspot.com
 การคัดลอกส่วนใดส่วนหนึ่งของงานวิจัย  อย่าลืมอ้างอิงที่มาด้วย
จรรยาบรรณนักวิจัย  http://www.prapasara.co.uk/EthicsResearch.html