"..ปัจจุบันสกุลเงินดิจิตอลตามกฎหมายของธนาคารกลาง DC / EP ได้สำเร็จลุล่วงแล้วโดยพื้นฐานงานออกแบบประดับบนกำหนดมาตรฐานพัฒนาฟังชั่นและทดสอบข้อต่อเป็นต้น รวมได้ทำการทดสอบภายในธนาคารเกษตรกรรมแล้วโดยให้เสิ่นเจิ้น สงอาน เฉินตู ซูโจว เป็นเมืองทดลอง.."
ชมถึงตรงนี้ท่านผู้ชมคงจะสงสัย ...สกุลเงินดิจิตอล ก็คือ สกุลเงินดิจิตอล
แต่เหตุใดต้องเพิ่มคำว่า DC / EP นั่นหมายถึงอะไรสกุลเงินดิจิตอลกับ Alipay ในปัจจุบันแตกต่างกันอย่างไร
ใจเย็นๆเดี๋ยวจะอธิบายให้ฟัง..
สร้างขึ้นโดยธนาคารของจีน ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศจีน (People’s Bank of China) ผ่านกลุ่มการวิจัยที่มีชื่อว่า Digital Currency Research Institute ซึ่งพวกเขาก่อตั้งขึ้นในปี 2017 นำโดย Changchun Mu รวมทั้งสมาชิกกว่า 996 คนของสถาบัน
นอกจากนี้ก็ยังมีธนาคารของรัฐอื่น ๆ ทั้งหมด ที่เชื่อมโยงกับหยวนดิจิตอล รวมทั้งยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Alipay และอีก 22 บริษัท เช่น Tencent, Huawei และ China Merchants Bank โดยได้ช่วยในการวิจัยและการดำเนินการ
มีสถาบันหลายแห่งที่จะนำร่องโทเค็นบนแพลตฟอร์มของตนเอง โดยจะเริ่มที่ธนาคารของรัฐได้แก่ China Construction Bank, ธนาคารเพื่อการเกษตรแห่งประเทศจีน, ธนาคารแห่งประเทศจีนและธนาคารเพื่อการอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ของจีน รวมถึงบริษัทโทรคมนาคมที่กำลังทดสอบเช่น China Mobile, China Telecom และ China Unicom
ธนาคารแห่งประเทศจีน (Bank of China) ยืนยันว่าการทดสอบสกุลเงินดิจิทัล ทำให้ชาวจีนตื่นเต้นกันมาก โดยธนาคารได้เปิดเผยถึงวิธีการทำงานออกมาอย่างเป็นทางการ
ตัวแทนธนาคารยืนยันใน China Central Television เมื่อวันที่ 19 เมษายนว่า สกุลเงินดิจิทัลใหม่ (หรือที่เรียกว่า DC / EP หรือ “Digital Currency / Electronic Payment”) ได้ทำการทดสอบนำร่องในเมืองเซินเจิ้น ซูโจว สงอัน เฉิงตู
ธนาคารดำเนินการออกแบบ top layer เสร็จสมบูรณ์แล้ว พร้อมด้วยสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้สถาปัตยกรรม two-layer และระบบการจัดส่งสองชั้น
หากฟังก์ชั่นการชำระเงินของธนาคารออนไลน์และแพลตฟอร์มการชำระเงินหยุดทำงาน เนื่องจากสัญญาณเครือข่ายไม่ดี , เทคโนโลยี dual offline ของ DC / EP จะทำให้แน่ใจว่าเงินหยวนดิจิทัลจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนกับเงินกระดาษหยวน
“ในกรณีที่ไม่มีสัญญาณของเครือข่าย แต่ตราบใดที่มีโทรศัพท์มือถือสองเครื่องที่มีกระเป๋าเงินดิจิตอล DC / EP แค่นำมาแตะกัน ฟังก์ชั่นการโอนหรือการชำระเงินก็ยังทำงานได้
Central Bank Digital Currency (CBDC) หรือเหรียญดิจิทัลที่จะออกโดยธนาคารของแต่ละประเทศ
ซึ่งในปีที่ผ่านมา The Bank of International Settlements (BIS) ได้มีการทำการสำรวจและพบว่า มากกว่า 63 ธนาคารกลางทั่วโลก
ได้มีการทำการทดลองและพิจารณาที่จะออก CBDC โดยประเทศที่โดดเด่นที่สุดก็หนีไม่พ้นประเทศจีน
ที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ได้มีการประกาศแล้วว่า
จีนจะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนของโลก และมีความคาดหวังว่า Chinese
Digital Currency Electronic Payment (DCEP) ที่เป็นองค์กรที่ดูแลโดยตรงของจีน
จะประกาศใช้งานเงินดิจิทัลของจีนผ่านแพล็ตฟอร์มชื่อดังของจีน ไม่ว่าจะเป็น Alipay
หรือ Wechat ที่มีคนใช้อยู่แล้วหลายร้อยล้านคน
โดยเหรียญดิจิทัลของรัฐบาลกลางนี้จะช่วยให้รัฐบาลสามารถตรวจสอบที่มาที่ไป
การใช้จ่ายของคนได้ดียิ่งขึ้นในแบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อนบนเงินแบบกระดาษ