แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ China Digital แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ China Digital แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ธนาคารกลางจีนเริ่มทดสอบเหรียญหยวนดิจิตอลในร้านค้าปลีกแล้ว

 

ธนาคารกลางจีนเริ่มทดสอบเหรียญหยวนดิจิตอลในร้านค้าปลีกแล้ว

แม้จะมีรายงานออกมาหลายแห่งที่เผยว่าธนาคารกลางของจีนกำลังทดสอบการทำธุรกรรมเหรียญดิจิตอลหยวน (CBDC) ด้วยจำนวนเม็ดเงิน volume ขนาดใหญ่ โดยทางธนาคารกล่าวว่าพวกเขากำลังโฟกัสไปที่การทำธุรกรรมขนาดเล็กบนร้านค้าปลีก แต่ก็ยังมีการคอนเฟิร์มว่าการทดสอบดังกล่าวนี้อยู่ในบางมณฑลอีกด้วย

เหรียญดิจิตอลหยวนของจีนถูกนำไปทดสอบทำธุรกรรมขนาดเล็ก

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานที่ออกมาเคลมว่าทางธนาคารกลางแห่งประเทศจีนได้ทำการทดสอบสกุลเงินดิจิตอลสำหรับธนาคารกลาง หรือหยวนดิจิตอล โดยการทดสอบหลักๆของเขาจะเป็นการทดสอบด้วย volume จำนวนมหาศาลเพื่อที่จะดูว่ามันสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน

นอกจากนี้แล้วยังมีข่าวลืออีกด้วยว่าในเมืองเซินเจิ้น หรือทางใต้ของจีนโดยเฉพาะในมณฑลกวางตุ้งได้มีการรองรับการใช้งานเจ้าเหรียญดังกล่าวแล้วหลังจากที่ประชาชนบางคนออกมาเคลมว่าพวกเขาได้รับเหรียญดังกล่าวเป็นจำนวนมากจากธนาคารหลังจากที่ทำการขายอสังหาริมทรัพย์ได้

อย่างไรก็ตามสำนักข่าว Global Times ได้ออกมายืนยันข่าวลือดังกล่าวด้วยการอ้างอิงรายงานของธนาคารกลางจีน โดยรายงานจากวันนี้เผยว่าธนาคารกลางนั้นกำลังทดสอบเหรียญ CBDC ในร้านค้าปลีกบางแห่ง

“ในขณะนี้ จุดมุ่งหมายของการทดสอบนั้นก็เพื่อที่จะให้แน่ใจว่าขั้นตอนการทำงานของเหรียญดังกล่าวนั้นสามารถทำงานได้อย่างลื่นไหลและปลอดภัย และเพื่อที่จะดูว่าเหรียญดิจิตอลของธนาคารกลางนั้นสามารถถูกแจกจ่ายจากธนาคารกลางไปสู่สถาบันการเงินได้ดีขนาดไหน

เมื่อการทดสอบจับร้านค้าปลีกนั้นประสบความสำเร็จ พวกเขาก็จะมีการทำธุรกรรมขนาดใหญ่เกิดขึ้น” กล่าวโดยศาสตราจารย์ Wang Peng จาก Gaoling School of Artificial Intelligence ที่มหาวิทยาลัย Renmin University

การทดสอบเหรียญดิจิตอลดังกล่าวนั้นถูกทำขึ้นในเมืองเซินเจิ้น, ซูโจว, เฉิงตู, และเหอเป่ย

อย่างไรก็ตามการทดสอบเทคโนโลยีดังกล่าวในเมืองเซินเจิ้นนั้นดูเหมือนว่าจะมีมานานแล้วนะแต่ว่าก่อนหน้านี้บริษัทหลายๆที่ในเมืองดังกล่าวเริ่มมีการโพสรับสมัครงานด้านบล็อกเชนและอื่นๆอีกมากมายที่เกี่ยวกับคริปโต

https://siamblockchain.com/2020/08/24/68185peoples-bank-of-china-cbdc-tested-on-small-retail-transactions/

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

“ความฝันของจีน” (China Dream) อาจขัดขวางการพัฒนา “หยวนดิจิตอล”

“ความฝันของจีน” (China Dream) อาจขัดขวางการพัฒนา “หยวนดิจิตอล”

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

อดีตประธานกรรมการหลักทรัพย์จีนกล่าวว่า “จีนจำเป็นต้องปฏิรูปกฎหมาย Crypto ใหม่”

Xiao Gang อดีตประธานคณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์ของจีนกล่าวว่า ประเทศจีนกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจดิจิทัล และต้องยอมรับกฎเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับตลาด crypto ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว 
Xiao Gang ได้กล่าวในงาน Pushan Lectures of China Finance 40 Forum ครั้งที่ 19 หรือ CF40 ซึ่งจัดขึ้นทางออนไลน์เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม โดยได้พูดถึงบทเรียนที่ได้เรียนรู้จากการพัฒนาตลาดทุนของจีนตลอดระยะเวลา 30 ปี 
ตามรายงานข่าว Xiao กล่าวว่า จีนมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนเกี่ยวกับการปฏิรูประบบดิจิทัล:
“การพัฒนาตลาดทุนดิจิทัลกำลังประสบปัญหากับการเปลี่ยนแปลง เช่นเว็บเทรด cryptocurrency ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต วิธีจัดการกับการเปลี่ยนแปลงองค์กรเช่นนี้เป็นปัญหาที่เราอาจประสบ”
Xiao กล่าวว่า ขอบเขตของผลิตภัณฑ์และบริการบางอย่างในตลาดทุนดิจิทัลกำลังเจอปัญหาในด้านกฎหมายและข้อบังคับในปัจจุบันที่ไม่สามารถติดตามพวกเขาได้  โดยเขากล่าวว่าความสมดุลที่ผิดจากการพยายามปกป้องนักลงทุนและผู้บริโภคอาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่
Xiao ตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาสำหรับการพัฒนาของตลาดทุนดิจิตอลรวมถึงการเกิดขึ้นของการผูกขาดเส้นทางการพัฒนาการกระจายอำนาจและการเปิดเผยข้อมูลยังคงมีอยู่ ซึ่งยังต้องมีการชี้แจง หารือและวิจัยเพิ่มเติม
“เราต้องยึดมั่นในหลักการของความเปิดกว้างการ แบ่งปัน และความเป็นธรรมในการพัฒนาตลาดทุนดิจิตอล [… ] เราควรจะยอมรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ และเร่งสร้างโมเดลธุรกิจที่ชาญฉลาด [… ] รวมถึงส่งเสริมการเชื่อมต่อของข้อมูลและสร้างสภาพแวดล้อมของตลาดที่ยุติธรรม” 
ก่อนหน้านี้ ก็มีรายงานว่าโรงเรียนของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้ตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับ crypto เช่น Bitcoin และ Blockchain

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2563

“ระบบหลังบ้านของ “หยวนดิจิตอล” พัฒนาเสร็จสมบูรณ์แล้ว” เจ้าหน้าจากจีนกล่าวยืนยัน

“ระบบหลังบ้านของ “หยวนดิจิตอล” พัฒนาเสร็จสมบูรณ์แล้ว” เจ้าหน้าจากจีนกล่าวยืนยัน     

มิถุนายน 23, 2020

Wang Zhong­min รองประธานคณะกรรมการกองทุนเพื่อการประกันสังคมแห่งชาติของจีน ประกาศว่าจีนได้เสร็จสิ้นการพัฒนาในส่วนของสถาปัตยกรรมของระบบหลังบ้าน หรือ backend architecture development ของ หยวนดิจิตอล หรือ สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางของจีน (CBDC)
การประกาศดังกล่าว เกิดขึ้นที่ 2020 Fin­tech Fo­rum ที่จัดโดย Tencent Fintech สถาบันวิจัยและ Fintech 50 ฟอรั่ม ในกรุงปักกิ่ง
ด้วย cryptocurrencies ในปัจจุบันที่มีจำนวนมากและที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา จีนกำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่สกุลเงินเหล่านี้สามารถอยู่ร่วมกับสกุลเงินดิจิตอลอื่นๆ  โดย Wang กล่าวว่า ระบบดังกล่าวจะทำให้เกิดการแข่งขันและความร่วมมือที่ดีขึ้นในพื้นที่ของ Crypto
จากข้อมูลของ Wang การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ได้เพิ่มการแข่งขันในพื้นที่ของสกุลเงินดิจิทัล โดยมียักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและรัฐบาลที่ให้ความสนใจในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินดิจิทัลที่ดีขึ้น และเขายังได้กล่าวถึงการพัฒนาของ Libra โดยเฉพาะ ซึ่ง Facebook กำลังพยายามใช้กระเป๋าเงินดิจิตอลที่เชื่อมต่อกับโซเชียลมีเดียของตนเอง

CBDC ของจีนอยู่ในขั้นตอนการทดสอบ

ขณะนี้ CBDC ของจีนอยู่ในขั้นตอนการทดสอบ โดย Wang กล่าวระหว่างการประชุม ซึ่งก่อนกน้านี้ก็มีรายงานว่าจีนได้เริ่มร่างกฎหมายที่จะช่วยในการเปิดตัวและการดำเนินการเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลของตนเอง
 Alibaba, Tencent, Huawei, China Merchants Bank  จะได้เข้ามาทำงานร่วมกับธนาคารประชาชนจีนในการพัฒนาและทดสอบ หยวนดิจิตอล
ในขณะที่ทุกคนยังไม่แน่ใจเมื่อไหร่จีนจะเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลอย่างเป็นทางการ หัวหน้า Ledger Vault ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Glenn Woo กล่าวว่า เงินหยวนดิจิตอลน่าจะเป็นสกุลเงินดิจืตอลที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐที่จะเปิดตัวไปทั่วโลก
อ้างอิง : LINK

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2563

จีนอาจเปิดใช้งานเหรียญหยวนดิจิทัลโดยที่ไม่มีใครรู้

จีนอาจเปิดใช้งานเหรียญหยวนดิจิทัลโดยที่ไม่มีใครรู้


ล่าสุดนั้นประเทศจีนดูเหมือนว่าจะกลายมาเป็นผู้นำโลกในด้านสกุลเงินดิจิตอลของธนาคารกลางหรือ CBDC แล้ว ซึ่งส่งผลทำให้บริษัทเอกชนภายในประเทศต่างก็พยายามแข่งขันกันเพื่อปรับตัวเพื่อใช้เทคโนโลยี บล็อกเชน
นาย Glenn Woo หัวหน้าฝ่าย Asia Pacific  ของบริษัท Ledger Vault ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อแห่งหนึ่ง ไปแสดงความเห็นว่าสกุลเงินหยวนดิจิทัลของจีนนั้นจะเป็นสกุลแรกของโลกที่ถูกเปิดตัวขึ้น

นาย Woo เน้นย้ำถึงความรวดเร็วในการพัฒนาและติดตั้งระบบดังกล่าวของรัฐบาลจีน พร้อมชี้ว่าเหรียญคริปโตของพวกเขานั้นได้ถูกนำไปทดสอบกับบริษัทใหญ่ๆแล้วถึง 19 บริษัท ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงสตาร์บัคและ McDonalds  อีกด้วย โดยเขากล่าวว่า
“ผมเชื่อว่าเมื่อมันมาถึง มันจะเป็นอันดับ 1  เพิ่งจะเป็นเหรียญ CBDC ที่มีกรณีการใช้งานได้จริงๆทั่วโลก”

จะไม่มีใครรู้ถึงความแตกต่าง

นักวิเคราะห์เป็นจำนวนมากมองจีนว่าจะกลายมาเป็นผู้นำทางด้านการชำระเงินภายในประเทศผ่านเหรียญคริปโตของพวกเขา โดยนาย Woo คาดการณ์ว่าปัจจุบันมีร้านค้าเล็กๆภายในประเทศทั้งหมด 96 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้งาน อาลีเพย์หรือ WeChat pay อยู่
อย่างไรก็ตามนาย Woo เน้นย้ำว่าการเติบโตของแปลกปลอมด้านการจ่ายเงินผ่าน Digital ในประเทศจีนหนังกำลังถูกควบคุมและสนับสนุนโดยทางรัฐบาลจีนไปพร้อมพร้อมกัน ซึ่งนั่นถือเป็นอีกหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้อุตสาหกรรมการจ่ายเงินผ่าน Digital ในจีนประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว
 นาย Woo คาดการณ์ว่าเหรียญคริปโตของจีนนั้นจะถูกนำไปเชื่อมต่อและใช้งานกับระบบการจ่ายเงินดิจิทัลแทบทั้งหมดในประเทศ ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องดีสำหรับรัฐบาลเนื่องจากว่าพวกเขาจะสามารถตามติดการทำธุรกรรมทุกอย่างของประชาชนได้ละเอียดมากขึ้น
“ในแง่ของผู้ใช้งานรายย่อยนั้น คุณจะไม่รู้สึกว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย มันจะเป็นเหมือนเดิมทั้งหมด พวกเขาจะยังคงใช้ WeChat  หรือเจ้าสุดยอด App พี่สามารถทำอะไรได้หลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นการซื้อของ, เรียกแท็กซี่, โอนเงิน, หรือแม้กระทั่งการส่งอั่งเปาให้เพื่อน” 
“มันจะต้องทำงานได้แบบไร้รอยต่อ และจะไม่มีใครรู้ถึงความแตกต่าง” เขากล่าว

จีนเตรียมใช้เหรียญหยวนดิจิตอลโดยไม่สนใจเงินดอลลาร์

ในแง่ของนานาชาตินั้น นาย Woo ทำนายว่าทางประเทศจีนจะใช้เหรียญคริปโตของพวกเขาเพื่อค้าขายกับประเทศอื่นๆ แทนที่ดอลล่า
นาย Woo ทำนายว่ารัฐบาลประเทศจีนจะพยายามสร้างแรงจูงใจให้กับคู่ค้าของพวกเขาหันมาใช้เหรียญคริปโตของพวกเขา โดยหลักๆนั้นอาจมุ่งเป้าไปที่ประเทศที่เน้นการนำเข้าจากจีนเป็นอันดับต้นๆ
อย่างไรก็ตามนาย Woo ยังคงเคลือบแคลงใจว่ากลยุทธ์ดังกล่าวนั้นจะประสบความสำเร็จได้ในระยะสั้นหรือไม่ เนื่องจากว่าปัจจุบันแต่ละประเทศต่างก็กำลังมีการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับระบบเศรษฐกิจของตัวเองเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจในตอนนี้

https://siamblockchain.com/2020/06/15/china-could-roll-out-its-cbdc-without-anyone-realizing/

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ธนาคารกลางสิงคโปร์ เตรียมร่วมมือกับจีน ในด้านของสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC)

ธนาคารกลางสิงคโปร์ เตรียมร่วมมือกับจีน ในด้านของสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC)

มิถุนายน 20, 2020

ธนาคารกลางของสิงคโปร์ และหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงิน ต้องการที่จะร่วมมือกับจีนในด้านของสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง หรือ CBDC

Ravi Menon กรรมการผู้จัดการของ Monetary Authority of Singapore หรือ MAS ได้กล่าวถึงความพร้อมของประเทศในการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับจีนเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลในงาน financial forum ที่เซี่ยงไฮ้
Menon ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของจีนในการพัฒนา “หยวนดิจิตอล“(DCEP) ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิตอลของธนาคารกลางหรือ CBDC โดยทางด้านสิงคโปร์ซึ่งกำลังสำรวจ CBDC อยู่ด้วยเช่นกันก็ต้องการแลกเปลี่ยนความรู้และความเชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับ CBDC ร่วมกับประเทศจีน สำนักข่าว Sina Finance รายงานเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน
Menon รายงานว่าขณะนี้ CBDC เป็นหัวข้อที่ร้อนแรงมาก โดยสังเกตว่าสิงคโปร์และธนาคารกลางของจีนกำลังหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในการพัฒนา CBDC ในด้านต่างๆ โดยสรุปว่าเหตุผลในการพัฒนา CBDC นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ โดยเป้าหมายหลักของโครงการ CBDC ของสิงคโปร์คือการลดภาระการชำระเงินข้ามพรมแดนและลด settlement time และเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยของธุรกรรม

เจ้าหน้าที่จาก MAS ยังส่งเสริมความร่วมมือกับ Libra ของ Facebook

Menon ยังพูดถึงโครงการ Libra ของ Facebook ว่าเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับระบบธนาคารกลางทั่วโลก รวมถึงยังมี “ความยืดหยุ่นสูง” และทีมงานของ Libra ก็ยังมุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆทั่วโลก
“เราไม่ควรปฏิเสธคุณค่าของ Libra แต่ควรมีการพูดคุยกับพวกเขามากขึ้น” Menon กล่าว

จีนมีแผนใช้สกุลเงินดิจิตอลในการแข่งขันกับ USD และ Libra

ในเดือนมิถุนายน 2019 ธนาคารกลางของจีนรายงานว่า การเปิดตัวหยวนดิจิทัลของตนก่อนหน้า Libra ก็เพื่อต้องการที่จะเป็นผู้นำ และตอนนี้ “หยวนดิจิตอล” ของจีนก็กำลังทดสอบการใช้งานในบางเมืองแล้ว โดยผู้เชี่ยวชาญมั่นใจว่าจีนอาจเปิดตัวหยวนดิจิทัลโดยที่ประชาชนไม่นสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเลยด้วยซ้ำไป
นอกจากนี้ จีนกำลังวางแผนในการสร้างสกุลเงินดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออก เพื่อความเป็นอิสรภาพมากขึ้นจากเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยมีรายงานว่าสกุลเงินดิจิทัลที่วางแผนไว้จะมีตะกร้าสกุลเงินซึ่งเป็นสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เช่น หยวนจีน , เยนญี่ปุ่น , วอนเกาหลีใต้และดอลลาร์ฮ่องกง
อ้างอิง : LINK

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

จีนอาจเปิดตัวหยวนดิจิทัลเร็วขึ้น เพื่อโต้การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

จีนอาจเปิดตัวหยวนดิจิทัลเร็วขึ้น 
เพื่อโต้การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

พฤษภาคม 26, 2020
รายงานใหม่ระบุว่าจีนอาจเร่งการเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) เร็วขึ้นกว่าเดิม เพื่อตอบโต้ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากภัยคุกคามของสหรัฐอเมริกา

CBDC จะเปิดตัวเร็วขึ้น ?

อ้างอิงจากรายงานล่าสุดที่เผยว่า ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกกำลังทดสอบโปรเจค CBDC บนแอปพลิเคชั่นมือถือ แหล่งข่าวอ้างว่าองค์กรที่อยู่เบื้องหลังโปรเจคนี้คือ ธนาคารประชาชนจีน (PBoC), AliPay และ Tencent ซึ่งได้นำร่องใช้เวอร์ชั่นแรกในพื้นที่ใหม่อย่าง Xiongan 
ในขณะที่แหล่งข่าวก่อนหน้านี้ได้ยืนยันแล้วว่า ในช่วงแรกสกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวนี้จะถูกใช้สำหรับการชำระเงินรายย่อยและการชำระค่าธรรมเนียมของสมาชิกในพรรคคอมมิวนิสต์ โดยสื่อข่าวท้องถิ่นได้ชี้ให้เห็นวัตถุประสงค์หลักสองประการที่แตกต่างกันสำหรับโปรเจค CBDC ว่า
ประการแรกมันอาจจะมาถึงเร็วขึ้นเพื่อที่จะตอบโต้ภัยคุกคามจากสหรัฐอเมริกาที่อาจส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินและค่าเงินหยวน
“แม้ว่าสหรัฐฯ จะไม่ได้นำบริษัทและสถาบันการเงินของจีนเข้าไปอยู่ในลิสรายชื่อบัญชีดำ แต่สหรัฐฯ ก็อาจยังคงคุกคามสถาบันของจีนในวงกว้างและส่งผลกระทบต่อสถานะของเงินหยวนในการชำระเงินในระดับสากล ด้วยเหตุนี้สกุลเงินดิจิทัลที่ดำเนินการโดยรัฐของจีนจึงอาจจะถูกนำออกใช้เร็วกว่าที่คาดเพื่อตอบโต้การคุกคามของสหรัฐฯ” โดยกล่าวสำนักข่าว Cao Yin
นอกจากนี้ประเทศยังรายงานการได้ใช้ CBDC เพื่อดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หลังวิกฤต COVID-19 จบลง สำนักข่าว Cao Yin อธิบายว่า “ความสามารถในการติดตามสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับการสนับสนุนจาก blockchain นั่นสามารถช่วยให้เงินหลั่งไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง”

บทลงโทษระหว่างสหรัฐ ฯ กับจีน

ทั้งสองประเทศนั่นมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่มากที่สุดในโลก อ้างอิงตาม GDP ซึ่งปัจจุบันสหรัฐ ฯ และจีนกำลังมีความขัดแย้งครั้งใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่จีนเสนอกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติใหม่ในฮ่องกง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสั่งห้ามการปลุกระดม , การแยกตัวและการโค่นล้มรัฐบาล
นโยบายสองระบบที่ช่วยให้ฮ่องกงสามารถรักษาการดำเนินงานทางเศรษฐกิจและการบริหารของตนเองที่เพิ่งถูกยกเลิกไปนั่นได้ทำให้ประชาชนหลายพันคนได้ออกมาประท้วงและต่อต้าน ในขณะที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่ากฎหมายนี้อาจเป็นอันตรายต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง
นาย Robert O’Brien ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกากล่าวว่ากฎหมายฉบับใหม่นี้จะอนุญาตให้จีนสามารถ “เข้ายึดครองฮ่องกง” ดังนั้นเขาเชื่อว่าสหรัฐ ฯ จะดำเนินการตามมาตรการลงโทษต่อไป
“การเสนอร่างกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในครั้งนี้ ตีความเป็นนัย ๆ ได้ว่าจีนกำลังจะเข้ายึดครองฮ่องกงและหากทำเช่นนั้นจริง มันจะไม่สามารถรับรองได้เลยว่าฮ่องกงจะมีอิสรภาพ” กล่าวโดยนาย Mike Pompeo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหรัฐฯ 

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

สรุปเรื่อง "หยวนดิจิทัล" แบบเข้าใจง่ายๆ

สรุปเรื่อง "หยวนดิจิทัล" แบบเข้าใจง่ายๆ พฤษภาคม 22, 2020
ตั้งแต่จีนเริ่มปฏิรูปเศรษฐกิจในยุค เติ้ง เสี่ยวผิง ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ทำให้เศรษฐกิจ และภาคอุตสาหกรรมจีนขยายตัวเรื่อยมา จนขึ้นชื่อว่าเป็นโรงงานของโลก
ด้วยขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้น และเติบโตแข็งแกร่ง ทำให้เงินสกุลหยวนของจีนมีความสำคัญมากขึ้น จนในปี 2015 IMF ได้รับรองให้หยวนเป็นสกุลเงินที่ 5 ที่ได้บรรจุในตะกร้า SDRs หรือตะกร้าเงินสำรองระหว่างประเทศ

ปัจจุบัน จีนในยุค สี จิ้นผิง มีวิสัยทัศน์พาจีนก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและก้าวเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลก ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญกับเงินหยวนอีกครั้ง ด้วยการพยายามเปลี่ยนให้เงินหยวนเป็นเงินดิจิทัลสกุลแรกของโลก
หยวนดิจิทัล” มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ
หยวนดิจิทัล ถูกพัฒนาโดยกลุ่มวิจัย Digital Currency Research Institute ที่ร่วมกันก่อตั้งโดยรัฐบาลและเอกชนในปี 2017
หยวนดิจิทัลมีลักษณะเป็น Central Bank Digital Currency (CBDC) หรือสกุลเงินดิจิทัลที่ออกและควบคุมโดยธนาคารกลาง
หยวนดิจิทัลเป็นรูปแบบ Stable Coin คือมูลค่าจะถูกหนุนหลังด้วยเงินหยวนในอัตราส่วน 1:1 หมายความว่าทุกการออกเงิน 100 หยวนดิจิทัล จะต้องมี 100 หยวนเก็บไว้ในบัญชีธนาคารกลางของจีนเสมอ
กระเป๋าที่ใช้เก็บหยวนดิจิทัล คือแอปพลิเคชันที่ต้องดาวน์โหลดลงมือถือของแต่ละคนโดยไม่ต้องผูกกระเป๋ากับบัญชีธนาคาร ซึ่งต่างจากแอปพลิเคชันในการจ่ายเงินอื่นในจีน เช่น WeChat หรือ Alipay ที่ต้องผูกกับบัญชีธนาคาร
หรือพูดให้เข้าใจง่าย คือการย้ายกระเป๋าเงินจากโลกปัจจุบันไปไว้ในโลกออนไลน์แทน
จุดเด่นอีกเรื่องที่สำคัญคือ การรับ-จ่ายเงินแบบออฟไลน์ ในขณะที่มือถือไม่ได้เชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ต ระบบจะใช้เทคโนโลยี Near Field Communication (NFC) ในการจับคู่อุปกรณ์และรับส่งข้อมูลธุรกรรมทางการเงินที่เกิดขึ้นในขณะออฟไลน์ คล้ายกับการแตะบัตรจ่ายเงินตาม BTS หรือศูนย์อาหาร และส่งข้อมูลเข้าระบบอีกครั้งในภายหลังเมื่ออุปกรณ์มีสถานะออนไลน์
การควบคุมปริมาณเงิน และตรวจสอบธุรกรรมที่ผิดปกติเป็นอำนาจหน้าที่ของธนาคารกลางของจีน (PBOC) โดยการนำเงินหยวนดิจิทัลเข้าระบบจะเริ่มส่งกระจายผ่านธนาคารพาณิชย์หลัก 4 แห่ง คือ ICBC, CCB, ABC และ BOC ที่จะมีแอปพลิเคชันให้ดาวน์โหลด e-wallet ส่วนภาคเอกชนอย่าง WeChat หรือ Alipay ก็มีช่องทางการใช้หยวนดิจิทัลในแอปพลิเคชันของตัวเอง
ระบบที่ดูแลเชื่อมต่อธุรกรรมทางการเงินเป็นเทคโนโลยี Blockchain ที่อาจใช้ร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ส่งเสริมให้การกำกับดูแลของธนาคารกลางมีความคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งสวนทางกับแนวคิดของสกุลเงินดิจิทัลอื่นที่เน้นการใช้ Blockchain เพียงอย่างเดียวเพื่อลดการแทรกแซงจากองค์กรต่างๆ เช่น รัฐบาล หรือธนาคารกลาง
หยวนดิจิทัลอยู่ในช่วงการทดสอบใน 4 เขตพื้นที่พิเศษ คือ ซูโจว เซินเจิ้น สงอัน และ เฉิงตู โดยมีการทดลองจ่ายเงินเดือนข้าราชการ พนักงานบริษัทบางส่วนเป็นหยวนดิจิทัล และให้ประชาชนนำไปใช้จ่ายตามร้านค้าที่เข้าร่วมการทดสอบในพื้นที่ เช่น McDonald, Subway, Starbucks
โดยภาพรวม จีนไม่ได้พยายามสร้างสกุลเงินใหม่ขึ้นมา แต่เป็นการพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงินใหม่ที่รัฐบาลตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ง่ายขึ้นในโลกดิจิทัล
และด้วยการระบาดของ Covid-19 ในปัจจุบัน คนกังวลเรื่องการใช้ธนบัตรหรือการสัมผัสกันทางอ้อมมากขึ้น ก็ยิ่งเป็นปัจจัยส่งเสริมผลักดันให้คนเริ่มใช้หยวนดิจิทัลได้ง่ายขึ้น
ท่ามกลางความสนใจของธนาคารกลางหลายประเทศที่กำลังศึกษาวิจัยสกุลเงินดิจิทัล รวมถึงภาคเอกชนอย่างเช่น สกุล Libra ของ Facebook ที่กำลังเดินหน้าในเรื่องนี้ ยิ่งน่าสนใจว่าหยวนดิจิทัลจะสามารถประกาศใช้อย่างเป็นทางการทั่วประเทศได้เมื่อใด
ต้องติดตามกันต่อไปว่า หยวนดิจิทัลจะเป็นที่แพร่หลายและแผ่อำนาจไปตามยุทธศาสตร์ One Belt, One Road ของจีนที่เน้นการลงทุนตามเส้นทางสายไหมในประเทศตั้งแต่โลกตะวันออกทอดยาวไปตะวันตกได้มากแค่ไหน
แต่ที่แน่ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้
กระเป๋าสตางค์อาจไม่จำเป็นแล้วสำหรับคนจีนก็เป็นได้..



วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

“หยวนดิจิตอลปลอม” โผล่!! เสนอผลตอบแทนสูง พร้อมแอบอ้างรัฐบาลจีน

 “หยวนดิจิตอลปลอม” โผล่!!เสนอผลตอบแทนสูง พร้อมแอบอ้างรัฐบาลจีน   ข่าว : พฤษภาคม 23 2020
วันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ “หยวนดิจิตอล” ยังคงถูกเก็บไว้เป็นความลับ และนั่นทำให้นักต้มตุ๋นใช้เป็นช่องทางในการแอบอ้างหยวนดิจิตอล”ปลอม” โดยหวังที่จะหลอกลวงนักลงทุนที่ไม่ระวัง
แถลงการณ์เมื่อเร็ว ๆนี้ที่ออกโดยบริษัท ที่ชื่อว่า Yuan Pay Group กล่าวถึงการเปิดตัว “e-Yuan” ซึ่งเป็นสกุลเงินที่อ้างว่าจะช่วยให้รัฐบาลจีนสามารถใช้ smart contracts “เพื่อติดตามสินทรัพย์และหนี้สินและเพื่อให้มั่นใจว่าสินเชื่อหลายรายการไม่ได้ยึดอยู่กับหลักประกันเดียวกัน”
“จำนวนเงินของสกุลเงินนี้ถูกควบคุมโดยรัฐบาล และมีเพียงโบรกเกอร์และธนาคารที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่จะสามารถขายสกุลเงินดิจิตอลได้ในตอนแรก” ข้อความในประกาศหลอกลวงระบุ
ที่หน้าเว็บไซต์ของ Yuan Pay Group มีการโฆษณา “โปรโมชั่นพิเศษ” และมีการสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนสูง นอกจากนี้ยังมีลิงก์ช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่ด้านบนและด้านล่างของเว็บซึ่งกดเปิดไม่ได้เลยซักอัน
ในส่วนของความเห็นของสื่อต่าง ๆ มีการใช้ photoshopped ตกแต่งข้อความของนิตยสาร Forbes โดยพาดหัวว่า “เหรียญ Crypto ของจีนที่จะมาโค่นสกุลเงินดอลลาร์”
นอกจากนี้ บริษัทแอบอ้างว่ามี “ใบอนุญาตซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอลอย่างเป็นทางการและได้รับการยืนยันแล้ว” ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่าการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลในประเทศจีนนั้นเป็นเรื่องผิดกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2017 แล้วจะมาออกใบอนุญาตให้บริษัทได้ไง

วันเปิดตัวของ CBDC อย่างเป็นทางการของจีนยังไม่มีกำหนด

โครงการหยวนดิจิทัลซึ่งดำเนินการโดยธนาคารประชาชนจีนได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2018 โดยในปี 2019  มีรายงานว่ามีการเร่งพัฒนาให้เร็วขึ้นเนื่องจากมีการประกาศเปิดตัว cryptocurrency Libra จาก Facebook
ในเดือนมีนาคม 2020 สื่อรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศจีนได้เสร็จสิ้นการพัฒนาฟังก์ชั่นพื้นฐานของสกุลเงินดิจิตอลและขณะนี้กำลังร่างกฎหมายที่จะอนุญาตให้มีการนำไปใช้งาน
และในเดือนเมษายน ก็มีการเปิดทดสอบโครงการนำร่องในเมืองเซินเจิ้น ซูโจว สงอันและเฉิงตูและในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว
ส่วนการเปิดตัวหยวนดิจิตอลอย่างเป็นทางการนั้นยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

องค์กรสื่อจีน 12 แห่ง ประกาศเปิดตัว “แผนกข่าวที่ขับเคลื่อนด้วย Blockchain”

องค์กรสื่อจีน 12 แห่ง ประกาศเปิดตัว “แผนกข่าวที่ขับเคลื่อนด้วย Blockchain”
กลุ่มองค์กรสื่อจีน 12 แห่ง ซึ่งประกอบไปด้วยสถานีโทรทัศน์ , หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น , สถานีวิทยุและสื่อบนเว็บไซต์ ประกาศสร้าง “แผนกข่าวที่ขับเคลื่อนด้วย blockchain” ในวันที่ 21 พฤษภาคม
ตามรายงานที่ตีพิมพ์โดย China Email กลุ่มถูกสร้างขึ้นจาก บริษัทสื่อจากทั่วประเทศ โดยพวกเขาจะใช้โซลูชันที่อิงกับ 4.0 และข้อดีของเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อการกระจายและแลกเปลี่ยนเนื้อหาผ่านเครือข่าย
กลุ่มจะมีชื่อเรียกว่า “The National Department of Blockchain News Editing,”  ซึ่งจะแจกจ่ายไฟล์ข่าวและสื่อที่เชื่อถือได้และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และถูกบันทึกบนเครือข่ายบล็อกเชน

Blockchain นำไปใช้กับสื่อทั่วประเทศจีน

Wu Tong รองผู้อำนวยการ CECBC Blockchain จากคณะกรรมการกระทรวงพาณิชย์ของจีนกล่าวว่า การปฏิรูปที่พวกเขาทำผ่านแผนกข่าวดังข่าวนั้นถูกควบคุมโดย: เหตุผลเชิงตรรกะ , รูปแบบของสินทรัพย์และขององค์กรและกรอบทางเทคนิค
Wu กล่าวว่าในแง่ของการพัฒนา blockchain นั้น ประเทศมีความก้าวหน้าที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นตัวอย่างของการพัฒนาการเรียนรู้ของ blockchain ทั่วประเทศ
China Email ยังกล่าวเสริมว่าการใช้ blockchain ในด้านการสื่อสาร ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ผลิตข่าวปกป้องลิขสิทธิ์ทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังสร้างมูลค่าในเชิงพาณิชย์อีกด้วย

ช่วยลดค่าใช้จ่ายทางกฎหมายในเรื่องลิขสิทธิ์

Shang Kun รองผู้อำนวยการบริหารและเลขาธิการคณะกรรมการสมาคมอุตสาหกรรมการสื่อสารแห่งประเทศจีน เปิดเผยว่าการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีทางกฎหมายด้านลิขสิทธิ์ได้ด้วย ช่วยให้การป้องกันนั้นสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เมื่อวันที่ 27 เมษายน ประเทศจีนเพิ่งเปิดตัวเครือข่าย Blockchain แห่งชาติของจีนหรือ BSN อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นโครงการเชิงพาณิชย์ระดับโลกที่ช่วยให้โครงการ blockchain สามารถสร้างและเรียกใช้แอปพลิเคชันใหม่ ๆ ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง

Digital Yuan & Libra 2.0 : อนาคตเงินดิจิทัลหลังโควิด


Digital Yuan & Libra 2.0 : 
อนาคตเงินดิจิทัลหลังโควิด

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกในปัจจุบันและหลังโควิดเราจะอยู่บนสังคมออนไลน์มากขึ้น “เงิน” ก็เช่นกัน

จากที่เคยใช้กระดาษเป็นสื่อกลาง ก็มีช่องทางในการใช้ที่ยากขึ้นในยุคที่การซื้อขายส่วนใหญ่ทำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัจจัยเร่งในการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลเพื่อรองรับการทำธุรกรรมแบบ cashless ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มทดลองใช้ Digital Yuan ของจีน หรือการออกเวอร์ชั่น 2.0 ของ Facebook Libra โดยผู้เขียนขอตั้งประเด็น ดังนี้
1.ใครเป็นคนสร้าง?

Digital Yuan : รัฐบาลเป็นเจ้าภาพ โดยธนาคารกลางจีนเป็นผู้ออกแต่เพียงผู้เดียว และไม่ได้ยกเลิกสกุลเงินหยวนที่อยู่ในรูปแบบธนบัตร/เหรียญกษาปณ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่ Digital Yuan จะถูกใช้ควบคู่กันไป
โดยวัตถุประสงค์ของเหรียญก็เพื่อการชำระเงินรายย่อย (Retail CBDC) หรืออาจกล่าวได้ว่าประชาชนจีนสามารถใช้จ่ายเงินหยวนในรูปแบบดิจิทัลผ่านกระเป๋าสตางค์ e-wallet ของตนเองได้
Libra 2.0 : เอกชนเป็นเจ้าภาพ โดย Fb ผ่าน Libra Association เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งในเวอร์ชั่น 2.0 ได้มีการเปลี่ยนรูปแบบจากการที่ Fb จะเป็นผู้ออกเหรียญเอง เป็นการสร้าง Platform ที่เชิญชวนให้ธนาคารกลางทั่วโลกเข้ามาพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลบน platform ของ Libra หรือพูดง่ายๆ ว่า Fb กำลังเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ออกเหรียญ เป็นผู้สร้างระบบที่ให้ธนาคารกลางต่างๆ มาลงโปรแกรมเงินดิจิทัลของตนบน Libra platform
2.รูปแบบและการใช้งานเป็นอย่างไร?

Digital Yuan : ในการออก Digital Yuan จำนวน 1 เหรียญ จะต้องมีการตั้งสำรองจำนวน 1 หยวน (1:1) และเก็บรักษาไว้ในบัญชีของธนาคารกลาง ซึ่งเท่ากับว่ามีหลักทรัพย์หนุนหลังในลักษณะที่ไม่ต่างจากการพิมพ์ธนบัตรในกรณีปกติ นอกจากนี้ Digital Yuan ยังสามารถใช้งานแบบ Offline ได้ (ผ่านระบบ NFC หรือเทคโนโลยี​ไร้สาย​ที่​ช่วย​​จับคู่​​อุปกรณ์) ดังนั้น แม้โทรศัพท์จะไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้แต่ก็ยังสามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่าน e-Wallet ได้อยู่ดี
Libra 2.0 : ได้เสนอสร้างเหรียญในสองรูปแบบ รูปแบบแรกคือ การสร้าง Single-currency stablecoins ซึ่งมีหลักการในการตั้งสำรองแบบ 1:1 เหมือน Digital Yuan ในข้างต้น แต่ต่างกันที่ในระยะแรก Libra ได้กำหนดสกุลเงินที่สามารถเข้าร่วมพัฒนาบนระบบไว้เพียง 4 สกุล ได้แก่ USD, EUR, GBP และ SGD (ในอนาคตอาจมีการกำหนดเพิ่ม) ดังนั้น หากมีการออก LibraGBP จำนวน 1 ล้าน LibraGBP ก็ต้องตั้งสำรองไว้ 1 ล้าน GBP และเก็บไว้ในบัญชีธนาคารที่ Libra กำหนด 
รูปแบบที่สองคือ การสร้าง Global Libra โดยมูลค่าสินทรัพย์ที่หนุนหลังคือมูลค่าของทุกเหรียญที่รวมกันอยู่ใน Single-currency stablecoins ซึ่งจะคำนวณแบบค่าเฉลี่ยของทุกสกุล (คล้ายกับสิทธิพิเศษถอนเงิน (SDR) ที่กำหนดโดย IMF) โดยวัตถุประสงค์ในการสร้างเหรียญประเภทนี้เพื่อใช้เป็นช่องทางการชำระเงินระหว่างประเทศ

3.บทบาทของรัฐจะเป็นอย่างไร?
Digital Yuan : ผู้เขียนชื่อว่าบทบาทในการกำกับและสอดส่องระบบการเงินของธนาคารกลางจีนจะเพิ่มขึ้นจากเดิม ลองคิดภาพว่านี่คือการสร้างระบบการเงินที่ดึงความ Centralize กลับมาที่ธนาคารกลางอย่างเต็มรูปแบบ กล่าวคือ “เงิน” หากอยู่ในรูปแบบธนบัตร/เหรียญกษาปณ์ โดยทั่วไปธนาคารกลางจะกำกับดูแลได้ในระดับหนึ่งแต่ไม่เต็มรูปแบบเพราะไม่อาจเห็นภาพการเคลื่อนไหวทั้งหมดของระบบการเงินได้
แต่หากปรับให้อยู่ในแบบดิจิทัลที่ตนเป็นผู้สร้าง การสอดส่องระบบการเงินจะทำได้ดีขึ้น ประกอบกับชาวจีนจำนวนมากนิยมทำธุรกรรมและเปิดบัญชีบน platform ของเอกชนอย่าง Alipay/WeChat ซึ่งแต่ละ platform เปรียบเสมือนช่องทางการทำธุรกรรมของประชาชนที่รัฐอาจไม่เห็นทั้งหมด เพราะต่างมีระบบของตนแยกกันไป ดังนั้น การออก Digital Yuan จึงเท่ากับเป็นการที่รัฐจะบอกว่า กำลังจะสร้างหยวนให้อยู่ในรูปดิจิทัลเพื่อเป็นสื่อกลางให้ทุก App ใช้รูปแบบเดียวกัน ซึ่งสิ่งที่จีนทำคือการให้ร้านค้าและ App ต่างๆ ลงระบบที่สามารถใช้ Digital Yuan ได้ และกำหนดห้ามผู้ใดออกเงินดิจิทัลแข่งกับรัฐบาล

Libra 2.0 ได้ปรับรูปแบบเพื่อเพิ่มบทบาทให้กับรัฐหลายประการ ประการแรกคือ เสนอให้ธนาคารกลางเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเงินดิจิทัลบนระบบของตน ซึ่งข้อสังเกตของผู้เขียนคือ ธนาคารกลางประเทศต่างๆ จะสนใจพัฒนาสกุลเงินของตนบน platform ของเอกชนหรือไม่? ประกอบกับเงินสำรองที่ตั้งไว้ก็อาจอยู่นอกเหนือการควบคุม เพราะต้องเก็บไว้ในบัญชีตามที่ Fb กำหนด และแม้ Fb จะเพิ่มเติมระบบความปลอดภัยให้กับระบบ แต่แนวโน้มในปัจจุบันคือประเทศต่างๆ เร่งพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลบน platform ที่ศึกษาและพัฒนาเองเสียมากกว่า

ประการที่สอง Libra จะเปิดให้ผู้บริการบางประเภท (เช่น ผู้ให้บริการแลกเงิน) ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากรัฐอยู่แล้ว (Regulated VASPs) สามารถให้บริการบน Libra Platform ได้ ซึ่งในอนาคต Fb ได้ระบุว่าอาจมีการเพิ่มผู้ให้บริการอีกกลุ่ม ซึ่งกลุ่มหลังนี้จะเข้ามาได้ต้องผ่านการรับรองจาก Libra Association ก่อน (Certified VASPs) ซึ่งหากผู้ให้บริการในรูปแบบที่สองนี้เกิดขึ้นจริง ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ Fb อาจอนุญาตผู้ให้บริการที่ไม่ได้ “license” จากภาครัฐ แต่ได้ “การรับรอง” จาก Fb เข้าประกอบธุรกิจทางการเงินบน Platform ของตน ซึ่งในส่วนนี้ Whitepaper ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดชัด

4. จีนกับสหรัฐ ใครได้เปรียบ?
ถ้ามองว่านี่คือการแข่งขัน ก็ต้องบอกว่าสหรัฐตามจีนอยู่หลายช่วงตัว ในขณะที่จีนได้เริ่มมีการทดลองใช้แล้วในสี่เมืองใหญ่และคาดว่าจะทดลองแล้วเสร็จภายในปีนี้ แต่สหรัฐยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องสกุลเงินดิจิทัล และแม้ว่าสหรัฐจะเร่งให้ Libra 2.0 ออก LibraUSD ให้ได้เร็วเท่าไร ก็ต้องไม่ลืมว่า Libra Platform ได้รองรับการสร้างเหรียญในสกุลอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เนื่องจาก Libra 2.0 มีวัตถุประสงค์ในการสร้างสกุลเงินที่หลากหลายและไม่ได้รองรับเพียงแค่ USD (เพื่อให้มีเงินหลายสกุลมาค้ำประกันเหรียญดิจิทัลได้)
ท้ายที่สุด โควิดคล้ายจะเป็นวิกฤติในโอกาสที่ทำให้จีนมองภาพในอนาคตได้ชัดเจนขึ้น ผู้เขียนเชื่อว่าอีกไม่นานเงินดิจิทัลจะมีบทบาทและเป็นความจำเป็นหนึ่งในชีวิตเราโดยไม่รู้ตัว ซึ่งนี่อาจเป็นความปกติใหม่ประการหนึ่งหลังโควิดก็เป็นได้

[บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน]