แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ China แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ China แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ธนาคารกลางจีนเริ่มทดสอบเหรียญหยวนดิจิตอลในร้านค้าปลีกแล้ว

 

ธนาคารกลางจีนเริ่มทดสอบเหรียญหยวนดิจิตอลในร้านค้าปลีกแล้ว

แม้จะมีรายงานออกมาหลายแห่งที่เผยว่าธนาคารกลางของจีนกำลังทดสอบการทำธุรกรรมเหรียญดิจิตอลหยวน (CBDC) ด้วยจำนวนเม็ดเงิน volume ขนาดใหญ่ โดยทางธนาคารกล่าวว่าพวกเขากำลังโฟกัสไปที่การทำธุรกรรมขนาดเล็กบนร้านค้าปลีก แต่ก็ยังมีการคอนเฟิร์มว่าการทดสอบดังกล่าวนี้อยู่ในบางมณฑลอีกด้วย

เหรียญดิจิตอลหยวนของจีนถูกนำไปทดสอบทำธุรกรรมขนาดเล็ก

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานที่ออกมาเคลมว่าทางธนาคารกลางแห่งประเทศจีนได้ทำการทดสอบสกุลเงินดิจิตอลสำหรับธนาคารกลาง หรือหยวนดิจิตอล โดยการทดสอบหลักๆของเขาจะเป็นการทดสอบด้วย volume จำนวนมหาศาลเพื่อที่จะดูว่ามันสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน

นอกจากนี้แล้วยังมีข่าวลืออีกด้วยว่าในเมืองเซินเจิ้น หรือทางใต้ของจีนโดยเฉพาะในมณฑลกวางตุ้งได้มีการรองรับการใช้งานเจ้าเหรียญดังกล่าวแล้วหลังจากที่ประชาชนบางคนออกมาเคลมว่าพวกเขาได้รับเหรียญดังกล่าวเป็นจำนวนมากจากธนาคารหลังจากที่ทำการขายอสังหาริมทรัพย์ได้

อย่างไรก็ตามสำนักข่าว Global Times ได้ออกมายืนยันข่าวลือดังกล่าวด้วยการอ้างอิงรายงานของธนาคารกลางจีน โดยรายงานจากวันนี้เผยว่าธนาคารกลางนั้นกำลังทดสอบเหรียญ CBDC ในร้านค้าปลีกบางแห่ง

“ในขณะนี้ จุดมุ่งหมายของการทดสอบนั้นก็เพื่อที่จะให้แน่ใจว่าขั้นตอนการทำงานของเหรียญดังกล่าวนั้นสามารถทำงานได้อย่างลื่นไหลและปลอดภัย และเพื่อที่จะดูว่าเหรียญดิจิตอลของธนาคารกลางนั้นสามารถถูกแจกจ่ายจากธนาคารกลางไปสู่สถาบันการเงินได้ดีขนาดไหน

เมื่อการทดสอบจับร้านค้าปลีกนั้นประสบความสำเร็จ พวกเขาก็จะมีการทำธุรกรรมขนาดใหญ่เกิดขึ้น” กล่าวโดยศาสตราจารย์ Wang Peng จาก Gaoling School of Artificial Intelligence ที่มหาวิทยาลัย Renmin University

การทดสอบเหรียญดิจิตอลดังกล่าวนั้นถูกทำขึ้นในเมืองเซินเจิ้น, ซูโจว, เฉิงตู, และเหอเป่ย

อย่างไรก็ตามการทดสอบเทคโนโลยีดังกล่าวในเมืองเซินเจิ้นนั้นดูเหมือนว่าจะมีมานานแล้วนะแต่ว่าก่อนหน้านี้บริษัทหลายๆที่ในเมืองดังกล่าวเริ่มมีการโพสรับสมัครงานด้านบล็อกเชนและอื่นๆอีกมากมายที่เกี่ยวกับคริปโต

https://siamblockchain.com/2020/08/24/68185peoples-bank-of-china-cbdc-tested-on-small-retail-transactions/

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ธนาคารของรัฐรายใหญ่ของจีนเริ่มทดสอบ Wallet สำหรับ “หยวนดิจิตอล” แล้ว


ธนาคารของรัฐรายใหญ่ของจีนเริ่มทดสอบ Wallet สำหรับ “หยวนดิจิตอล” แล้ว

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม รายงานจากรอยเตอร์ระบุว่า ธนาคารได้มีการทดสอบการประยุกต์ใช้ Wallet application เพื่อโอนเงินและชำระเงินในสกุลเงินของธนาคารกลางจีนหรือ DCEP โดยตามรายงานระบุว่า การพัฒนาดังกล่าวได้รับการเปิดเผยในขั้นต้นจากทางหนังสือพิมพ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐโดดยมีการอ้างถึงแหล่งข่าวที่ระบุว่าพนักงานของธนาคารของรัฐในเมืองต่าง ๆ รวมถึงเซินเจิ้นได้เริ่มทดสอบแอพหยวนดิจิลตอลแบบภายในเพื่อการโอนเงินและชำระเงิน

การพัฒนาครั้งใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญอีกครั้งของจีนในการนำเงินหยวนดิจิตอลมาใช้ และสอดคล้องกับเป้าหมายสำคัญของธนาคารกลางของจีนอย่าง PBOC โดยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม PBOC รายงานว่าจีนควรส่งเสริมการพัฒนาเงินหยวนดิจิทัลอย่างจริงจังโดยเป็นส่วนหนึ่งของความสำคัญสูงสุดในช่วงครึ่งหลังของปี 2020

ในขณะที่จีนกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้มงวดที่สุดในแง่ของการควบคุม Crypto แต่อีกมุมก็ยังเป็นผู้นำของโลกในเรื่องการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของประเทศ โดยธนาคารกลางของจีนมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในส่วนของ Cbdc และในเดือนเมษายน จีนก็ประสบความสำเร็จในการทำโครงการนำร่องในสี่เมือง ได้แก่ เซินเจิ้น เฉิงตู ซูโจว และสงอัน

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม มีรายงานว่า PBoC มีเจตนาที่จะใช้เงินหยวนดิจิตอลเพื่อลดการครอบงำของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเช่น Alibaba และ Tencent 

อ้างอิง : LINK

https://bitcoinaddict.org/2020/08/07/chinas-state-run-banks-reportedly-testing-wallet-for-digital-yuan/?utm_source=izooto&utm_medium=push_notification&utm_campaign=Bitcoin_Addict
 

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

อดีตประธานหลักทรัพย์จีนกล่าวว่า “หยวนดิจิตอล” จะปูทางไปสู่การถือกำเนิดของ “หุ้นดิจิตอล”

อดีตประธานหลักทรัพย์จีนกล่าวว่า “หยวนดิจิตอล” จะปูทางไปสู่การถือกำเนิดของ “หุ้นดิจิตอล”

Xiao Gang อดีตประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีนกล่าวในหนังสือเล่มล่าสุดของเขา เกี่ยวกับการปฏิรูปตลาดทุนจีนว่า การพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) อย่าง “หยวนดิจิตอล” จะเป็นการปูทางไปสู่การถือกำเนิดของ “หุ้นดิจิตอล”
หุ้นและสกุลเงิน เป็นหน่วยที่แยกต่างหากในระบบการเงินแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม สกุลเงินดิจิทัลที่ใช้ระบบ Blockchain จะช่วยลบขอบเขตระหว่างทั้งสองลง และเพิ่มความเป็นไปได้ใหม่ ๆ โดย Xiao Gang กล่าวเสริมว่า “หุ้นดิจิตอล จะเป็นผลิตภัณฑ์ของสกุลเงินดิจิทัลในอนาคต”
นอกจากนี้อดีตประธานยังเชื่อว่า สกุลเงินดิจิทัลจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการเงินดิจิทัลในอนาคต: 
“สกุลเงินดิจิทัลจะส่งผลกระทบและมีอิทธิพลต่อการออกสกุลเงิน ,ปริมาณหมุนเวียน , settlement , ราคาสินทรัพย์ , การซื้อขายสินทรัพย์ และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินทั้งในประเทศและทั่วทุกภูมิภาคต่าง ๆ ” 
ตามรายงานก่อนหน้านี้ Xiao Gang เคยให้ความเห็นว่า จีนกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจดิจิทัลและต้องมีการปรับปรุงกฎระเบียบให้เหมาะสมสำหรับตลาด crypto ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
อ้างอิง : LINK

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

พรรคคอมมิวนิสต์ในจีนประกาศเพิ่ม Cryptocurrency เข้าไปในระบบการศึกษาแล้ว

พรรคคอมมิวนิสต์ในจีนประกาศเพิ่ม Cryptocurrency เข้าไปในระบบการศึกษาแล้วพฤษภาคม 20, 2020

สถาบันการเรียนการสอนระดับสูงในจีนที่ทำหน้าที่ผลิตบุคลากรสำหรับพรรคคอมมิวนิสต์นั้นได้ออกมาประกาศเปิดตัวหนังสือเรียนเล่มใหม่ด้าน cryptocurrency แล้ว
โดยอ้างอิงจากรายงานของสื่อท้องถิ่นในจีนฉบับหนึ่งของเมื่อวานนี้ เผยว่าโรงเรียน Party School of the Central Committee of the Communist Party of China หรือในชื่อย่อยว่า Central Party School นั้นได้ออกมาประกาศตีพิมพ์หนังสือเรียนที่เกี่ยวข้องกับคริปโต โดยเนื้อหาส่วนหนึ่งนั้นมีเกี่ยวกับเรื่องของ AI และ Blockchain อีกด้วย
ภาพตัวอย่างหนังสือ
เป้าหมายหลัก ๆ ของหนังสือดังกล่าวนั้นก็เพื่อที่จะเป็นแหล่งการเรียนรู้ให้กับบุคลากรในพรรค และผู้คนทั่วไปสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับเทรนด์ใหม่ดังกล่าวนี้ได้ โดยผู้บริหารธนาคารกลาง, ผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ และผู้ออกกฎหมายนั้นก็ยังได้รับการเชิญให้เขียนปฐมบทในหนังสือด้านคริปโตดังกล่าวอีกด้วย

จากจุดเริ่มต้นของเงินไปสู่ bitcoin

หนังสือดังกล่าวนั้นเริ่มต้นขึ้นด้วยเรื่องประวัติศาสตร์และจุดเริ่มต้นของสกุลเงิน หลังจากนั้นก็ได้พูดถึงมุมมองของระบบการเงินในปัจจุบัน และข้อเสียของมัน ก่อนที่จะเข้าสู่จุดกำเนิดของการสร้างเหรียญคริปโตอย่างเช่น bitcoin ขึ้นมา
นอกจากนี้หนังสือดังกล่าวยังได้มีการพูดถึงจุดเด่นหลัก ๆ ของสกุลเงินดิจิทัลและอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเว็บเทรดคริปโตและ ICO อีกด้วย รวมถึงพูดถึงเรื่องปัญหาด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเหรียญคริปโตเหล่านี้

CBDC และเหรียญ cryptocurrency อื่น ๆ

บทหนึ่งในหนังสือนั้นยังได้มีการพูดถึงสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยธนาคารกลางหรือ CBDC ที่เป็นการอธิบายเรื่องกลยุทธ์ที่อยู่เบื้องหลังดิจิตอลหยวน รวมถึงผลกระทบที่มันอาจจะนำมาสู่ระบบการจ่ายเงินในปัจจุบันได้
นอกจากนี้มันยังได้มีการอธิบายเกี่ยวกับเหรียญคริปโตของประเทศต่าง ๆ, Libra ของ Facebook และเหรียญ stablecoin อีกด้วย
ที่น่าสนใจคือ หนังสือเล่มนั้นได้มีการเตือนถึงความเสี่ยงของเหรียญ Libra ที่ผงาดขึ้นมาท้าชนสกุลเงินของรัฐบาลต่าง ๆ ทั่วโลก อีกทั้งยังมีระบบรากฐานด้านการเงินที่ไม่สมบูรณ์แบบ โดยหนังสือนั้นได้เสนอแนวทางโต้กลับเหรียญ Libra ไปอีกด้วย

https://siamblockchain.com/2020/05/20/chinese-communist-party-adds-crypto-to-curriculum/

“สี จิ้นผิง” ประกาศวัคซีน โควิด-19 ของจีนจะเป็นสินค้าสาธารณะทั่วโลก

“สี จิ้นผิง” ประกาศวัคซีน โควิด-19 ของจีนจะเป็นสินค้าสาธารณะทั่วโลก เสนอช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาเข้าถึงวัคซีน
พฤษภาคม 20 2020
เฟซบุ๊คสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย "Chinese Embassy Bangkok" โพสต์ข้อความในวันนี้ ระบุว่า วัคซีนโควิด-19 ของจีนจะเป็นสินค้าสาธารณะทั่วโลก
ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนประกาศในพิธีเปิดการประชุมสมัชชาอนามัยโลก (ดับเบิลบูเอชเอ) ครั้งที่ 73 ว่า เมื่อจีนสำเร็จในการวิจัยพัฒนาวัคซีนโควิด-19 และประยุกต์ใช้ในจีนแล้ว วัคซีนดังกล่าวจะเป็นสินค้าสาธารณะทั่วโลก (International Public Product) จีนยินดีที่จะช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนาสามารถเข้าถึงในการใช้วัคซีนและใช้จ่ายรับซื้อได้
ปธน.จีน ยังย้ำว่า จีนจะจัดเงินช่วยเหลือเป็นจำนวน 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแก่นานาประเทศภายใน 2 ปี เพื่อช่วยเหลือประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนานั้น รับมือต่อสู้โควิด-19 และฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาสังคม

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/881304?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=foreign
ภาพ จาก ฐานเศรษฐกิจออนไลน์
https://www.thansettakij.com/content/world/435043?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=world

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

“หยวนดิจิทัล” ตอนที่ 2 : เจาะลึกผลกระทบในประเทศจีน


“หยวนดิจิทัล” ตอนที่ 2 เจาะลึกผลกระทบในประเทศจีน
08.05.2020 บทวิเคราะห์โดย THINK FUTURE

ในตอนที่แล้วเราได้เล่าถึง “หยวนดิจิทัล” และผลกระทบของมันกับการเงินทั่วโลกไปแล้ว ในตอนนี้เราจะมาโฟกัสถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นภายในประเทศจีนกันครับ
## เกิดอะไรขึ้น ##
จีนกำลังจะเป็นประเทศแรกของโลกที่ออกเงินดิจิทัลของชาติบนบล็อคเชน คนจีนทุกคนจะต้องเปลี่ยนมาใช้เงินดิจิทัลตัวนี้ !?
## หมายความว่าอย่างไร? ##
ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้สร้างสกุลเงินดิจิทัลก็คือเรื่องของการนำไปใช้อย่างจริงจังของผู้บริโภค (Adoption Problem) ซึ่งแม้แต่คริปโตเคอเรนซีที่คนให้การยอมรับสูงสุดอย่าง Bitcoin หรือสกุลเงินดิจิทัลสกุลใหม่เป็นร้อยเป็นพันสกุล ก็ยังไม่มีสกุลไหนที่ได้การยอมรับจากคนหมู่มากเลย (Mass Adoption)
แน่นอนว่ากฏหมายคืออุปสรรคใหญ่ เพราะมันขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลอนุญาติให้ใช้แทนเงินจริงๆได้ไหม ที่ผ่านมารัฐบาลหรือแบงค์ชาติหลายๆประเทศต้องออกมาเบรคหรือกระทั้งแบนคริปโตเคอเรนซีในประเทศตัวเองเพราะกลัวว่าสกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้จะกระทบต่ออำนาจอธิปไตยทางการเงิน (เช่น Libra!) แต่ในเคสของหยวนดิจิทัลปัญหาสองอย่างนี้ถูกตีตกไปอย่างง่ายได้เพราะเงินดิจิทัลนี้ถูกทำโดยรัฐบาลเอง รัฐบาลจีนสามารถบังคับให้ทุกคนในประเทศเปลี่ยนมาใช้หยวนดิจิทัลเลยก็ยังได้
ทำไมการเปลี่ยนจากเงินกระดาษหรือเงินดิจิทัลของ Alipay และ Wechat Pay มาเป็นเงินดิจิทัลแห่งชาติมันถึงได้เป็นเรื่องใหญ่? แม้ว่าตอนนี้มันยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าหยวนดิจิทัลจะมีการใช้งานอย่างไร แต่จากรูปและข้อมูลที่มีปล่อยออกมาบ้างแล้วหยวนดิจิทัลนะจะถูกใช้ผ่าน QR Code และรองรับ NFC (แตะมือถือเพื่อจ่ายตัง) ซึ่งมันไม่ได้แตกต่างจากสิ่งที่แอป Mobile Payment ในปัจจุบันมีแล้วเลย แต่สิ่งที่แตกต่างคือระบบ Money Settlement ข้างหลังต่างหาก “หยวนดิจิทัลคือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินครั้งสำคัญของจีน”
ในปัจจุบันแต่ละธนาคารและแต่ละองค์กรก็จะมีระบบของตัวเอง ซึ่งแทนที่จะปล่อยให้เอกชนเป็นคนดูแลฐานข้อมูลการเงินและรับความเสี่ยงหากเกินความผิดพลาดทางข้อมูล รัฐบาลจึงเลือกที่จะเป็นเจ้าภาพ สร้างฐานข้อมูลกลางที่ให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดเก็บแทน ข้อมูลอะไรก็ตามที่ถูกบันทึกบนระบบ จะสามารถตรวจสอบได้ถึงความถูกต้องและที่มาของข้อมูลนั้นๆโดยทุกๆฝ่าย นอกจากนี้การที่องค์กรไหนคิดจะโกงระบบหรือแก้ฐานข้อมูลก็ทำไม่ได้อีกต่อไป ทั้งนี้เพื่อตัดขั้นตอนความซับซ้อนในการดำเนินการ ลดความเสี่ยง เพิ่มความโปร่งใส เพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายเงิน (ขอบคุณเทคโนโลยี Distributed Ledger / Blockchain)
อย่างไรก็ตามข้อดีที่ได้มาจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศนั้นจะถูกแลกมาด้วยความเป็นส่วนตัวของประชาชนชาวจีนทุกคน (จากเดิมที่มีน้อยมากอยู่แล้วด้วยนะ) การใช้ระบบการเงินหยวนดิจิทัลจะทำให้รัฐบาลจีนเหมือนมีตาทิพย์ สามารถสอดส่องทุกอย่างภายในประเทศได้อย่างทะลปรุโปร่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นั้นก็เพราะตอนนี้รัฐบาลสามารถรู้เส้นทางการเงินของคนทั้งประเทศได้แล้ว ถ้าจะพูดให้เห็นภาพถ้าเราถอนเงินสดออกมาจาก ATM มันเป็นเรื่องที่ยากมากๆที่จะตามต่อว่าเราเอาเงินนี้ไปทำอะไรในระบบการเงินในปัจจุบัน การติดตามเส้นทางการเงินของคนทั้งประเทศได้จึงเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มาก จีนน่าจะเป็นประเทศแรกในโลกและในประวัติศาสตร์ที่ทำสิ่งนี้ได้
## มีผลกระทบอย่างไร? ##
สำหรับรัฐบาลจีน: การทำเงินดิจิทัลเป็นของตัวเองนั้นมีประโยชน์หลายอย่าง
1. ประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานการทางการเงิน จีนจะไม่ต้องพึ่งพาระบบการเงินต่างประเทศ ไม่ต้องพิมพ์ธนบัตร ไม่ต้องจ่ายเงินค่าขนย้ายธนบัตร ไม่ต้องเจอปัญหาจากการที่ระบบการเงินหลายๆระบบไม่ Sync กัน
2. ติดตามธุรกรรมของคนในประเทศได้ทั้งหมด เนื่องจากธุรกรรมทุกอย่างถูกบันทึกอยู่บนบล็อคเชน ดังนั้นรัฐบาลจะรู้ทุกความเคลื่อนไหวของเงิน หากมีธุรกรรมไหนที่น่าสงสัยรัฐบาลสามารถตรวจสอบได้จนไปถึงต้นตอของสาเหตุเลยทีเดียว
3. รัฐบาลจะรู้จักประชาชนมากกว่าที่พวกเขารู้จักตัวเองเสียอีก นั้นก็เพราะรัฐบาลรู้ถึงการเคลื่อนไหวของเงินที่เข้าออกบัญชีของประชาชน ใครได้เงินเท่าไหร่ เหลือเงินเท่าไหร่ในบัญชี ซื้ออะไรไปเท่าไหร่ ชอบซื้ออะไร แต่ที่น่ากลัวนั้นก็คือถ้าคนต่างประเทศเริ่มใช้หยวนดิจิทัลตัวนี้ในการซื้อขายของเมื่อไหร่ จีนก็จะรู้ถึงพฤติกรรมของคนและการเคลื่อนที่ของเงินในประเทศนั้นๆด้วย
4. รัฐบาลจะสามารถเก็บภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยใครซุกอะไรไว้ที่ไหนรู้หมดเพราะทุกอย่างนั้นถูกบันทึกไว้บนบล็อคเชน
5. รัฐจะมีข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ละเอียดและแม่นยำมากขึ้น (มากๆๆๆ) ทำให้การบริหารจัดการนโยบายทางเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
6.การดำเนินนโยบายทางการเงินที่เห็นผลทันที ยกตัวอย่างเช่นรัฐบาลต้องการดำเนินนโยบายจ่ายเงินช่วยเหลือ Covid ก็สามารถตรวจสอบบัญชีแต่ละบัญชีได้เลยว่าใครเข้าเกณฑ์บ้าง ไม่ต้องมีการมากรอกฟอร์มให้ยุ่งยาก จากนั้นก็ส่งเงินตรงเข้าสู่บัญชีของผู้เดือดร้อน หลังจากนั้นรัฐบาลยังสามารถเช็คต่อได้ด้วยว่าคนเหล่านี้เอาเงินไปใช้ทำอะไร ถ้าคนไหนแอบสวมสิทธิเข้ามาก็จะตายตรงนี้แหละ
สำหรับธนาคารพาณิชย์จีน: ในระยะสั้นธนาคารพาณิชย์จีนน่าจะได้รับผลประโยชน์จากหยวนดิจิทัลในด้านการชำระหนี้ระหว่างธนาคาร การชำระหนี้ระหว่างธนาคารโดยไม่ใช้เงินจริงจะลดค่าใช้จ่ายได้จำนวนมหาศาลเพราะธนาคารไม่ต้องจ่ายค่าขนเงินและค่ารักษาความปลอดภัยของเงิน
อย่างไรก็ตามในทางทฤษฎีแล้วหยวนดิจิทัลน่าจะลดบทบาทของธนาคารไปพอสมควรเพราะคนสามารถเก็บเงินไว้กับตัวเองได้ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องไปฝากเงินไว้กับธนาคาร (เงินถูกบันทึกไว้บนระบบของหยวนดิจิทัล) แต่รัฐบาลจีนไม่น่าจะลดบทบาทของธนาคารอย่างฉับพลันเนื่องจากประชาชนอาจจะปรับตัวไม่ทัน ในช่วงทดสอบของหยวนดิจิทัลเองจึงมีธนาคารของรัฐรวมอยู่ด้วย รูปของแอปหยวนดิจิทัลที่เราเห็นในอินเตอร์เน็ตก็เป็นแอปของธนาคาร Think Future คิดว่าจีนคงจะทำการทดลองไปเรื่อยๆและค่อยปรับหาโมเดลที่เหมาะสมกับประเทศตัวเองมากที่สุด
สำหรับ Payment App: Alipay และ Wechat Pay: สองผู้นำตลาด Mobile Payment ของจีนจะได้รับผลกระทบต่อการมาของหยวนดิจิทัลมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับท่าทีของรัฐบาลจีนล้วนๆเลยครับ มันเป็นที่คาดการณ์ว่ารัฐบาลจีนจะบังคับให้ Mobile Payment ทั้งสองเจ้านี้ช่วยกระตุ้นการใช้หยวนดิจิทัล ถึงแม้ว่าธนาคารต่างๆจะมีแอปเป็นของตัวเองแต่มันไม่เป็นที่นิยมเท่า Alipay และ Wechat Pay อยู่แล้ว โดยปกติทั้งสองแอปนี้จะได้ค่าธรรมเนียมจากการใช้จ่ายของคน ดังนั้นคำถามที่สำคัญเลยก็คือว่ารัฐบาลจีนจะยอมให้ทั้งสองเจ้านี้เก็บค่าธรรมเนียมจากหยวนดิจิทัลหรือไม่ ถ้ายอมให้เก็บในอัตราเดียวกับแอปธนาคาร (ถ้ามี) ทั้งสองแอปนี้ก็จะมีผลกระทบน้อย แต่ถ้ารัฐบาลจีนไม่ให้เก็บค่าธรรมเนียมทั้งสองแอปนี้จะได้รับผลกระทบหนักมากเพราะจะต้องหา Revenue Model ใหม่ทันที
สำหรับประชาชนชาวจีน: นี่คือกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบของการมาของหยวนดิจิทัลโดยตรง ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม หนึ่งคือคนที่ใช้ Mobile Payment เช่น Alipay และ Wechat Pay อยู่แล้วซึ่งมีอยู่ประมาณ 49.6% ของประชากรในประเทศ (ที่มา: emarketer.com) ชาวจีนกลุ่มนี้จะแทบไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเพราะคุ้นเคยกับการใช้เงินดิจิทัลอยู่แล้ว อีกกลุ่มคือชาวจีนที่เป็นกลุ่ม Unbanked (เข้าไม่ถึงธนาคาร) และยังไม่มี Mobile Payment คนกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์อย่างมหาศาลเพราะพวกเขาจะเข้าถีงการบริการทางการเงินมากขึ้นเนื่องจากว่าแค่มีมือถือก็เปิดบัญชีได้แล้ว การทำธุรกรรมต่างๆไม่ว่าจะในประเทศหรือระหว่างประเทศก็จะทำได้ง่ายขึ้นด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกลงมาก
ในทางกลับกันคนจีนจะถูกควบคุมโดยรัฐบาลมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากเดิมที่รู้ข้อมูลของประชาชนเยอะอยู่แล้วหลังจากนี้รัฐบาลจะรู้ข้อมูลทางการเงินของประชาชนอีก แทบจะเรียกได้ว่าอยู่ในสายตาของรัฐบาลตลอดเวลาจริงๆ หลังจากนี้เราอาจจะได้เห็นคนจีนที่มีฐานะไปซื้อบ้านหรือทรัพย์สินในต่างประเทศเพื่อที่จะหาพื้นที่หลบเลี่ยงสายตารัฐบาลหรือเพื่อที่จะอพยพออกหากชีวิตของพวกเขาจะถูกควบคุมไปมากว่านี้ สามารถชมตอนที่ 1 ได้ที่นี่ http://sitawan112.blogspot.com/2020/05/us-dollar.html ขอบคุณแหล่งข้อมูล https://www.blockdit.com/articles/5eb50ce6332dd110ab4f2cf7/#

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

DCEP เป็นเงินดิจิตอลที่ถูกกฎหมายสกุลเดียวของจีน




DCEP เป็นเงินดิจิตอลที่ถูกกฎหมายสกุลเดียวของจีน



เหรียญดิจิตอลหยวนของจีนนั้นใกล้จะเปิดตัวออกมาแล้ว สังคมต่างรอคอยว่ามันจะออกมาเป็นลักษณะเช่นไร ด้านอดีตผู้ว่าการธนาคาร People’s Bank of China ก็ได้ออกมาชี้ว่ามันอาจเข้ามาแทนที่เงินสดได้ หากมันมีประสิทธิภาพมากพอและผู้คนยอมรับ

DCEP คืออะไร

Digital Currency DCEP (Digital Currency Electronic Payment, DC / EP) เป็นสกุลเงินดิจิตอลของประเทศจีนที่สร้างด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโตกราฟฟิคซึ่งเหรียญ DCEP นี้อาจเป็นสกุลเงินดิจิตอลของธนาคารกลางเหรียญแรกของโลกเลยก็ว่าได้ จุดประสงค์ของการสร้างเงินหยวนดิจิตอลนี้ก็เพื่อผลักดันให้เงินหยวนมีการไหลเวียนในระบบคล่องมากขึ้น รวมถึงให้นานาประเทศสามารถเข้าถึงเงินหยวนได้และทำให้เงินหยวนเป็นที่นิยมเทียบเท่ากับเงินดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ประเทศจีนยังเป็นประเทศที่ผลักดันเทคโนโลยีบล็อกเชนโดยมีจุดประสงค์เพื่อแข่งขันกับเหรียญลิบร้าของเฟสบุ๊คที่ทางซีอีโอนายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กตั้งใจจะให้มันกลายมาเป็นนวัตกรรมฟินเท็คขั้นต่อไป ทางการจีนก็มองว่าเหรียญลิบร้านี้เป็นภัยคุกคามต่ออำนาจอธิปไตยของจีนจึงได้ตั้งใจสร้างและออกเหรียญ DCEP โดยเหรียญจะไม่ถูกลิสต์บนเว็บเทรดคริปโตและไม่ได้เอามาไว้ใช้เก็งกำไรแต่อย่างใด


DCEP เป็นเงินดิจิตอลที่ถูกกฎหมายสกุลเดียวของจีน

เงินหยวนดิจิตอลหรือ DCEP นั้นจะเป็นสกุลเงินที่สร้างและบังคับใช้โดยรัฐบาลจีนและไม่ใช่เหรียญ stablecoin ที่สร้างจากบุคคลที่สามอย่าง Tether โดยเงินหยวนดิจิตอลนี้จะมีเงินหยวนจริงๆ เป็นแบ็คอัพแบบ 1:1 ซึ่ง  DCEP เป็นสกุลเงินดิจิตอลที่ถูกกฎหมายเพียงหนึ่งเดียวในจีน

นาย Huang Qifan ประธานศูนย์การแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของจีนได้กล่าวว่าพวกเขาทำการสร้างและพัฒนาเหรียญ DCEP มาเป็นเวลา 5-6 ปีจึงมั่นใจที่จะนำมาใช้ในระบบการเงินของประเทศซึ่งใกล้จะเปิดตัวเร็วๆ นี้แล้ว


ทำไมจีนถึงสร้างสกุลเงินดิจิตอล?

รายงานจากสื่อของประเทศเผยว่า DCEP จะช่วยลดความเสี่ยงด้านการปลอมแปลง, การฟอกเงินและการจัดหาเงินทุนที่ผิดกฎหมาย เพราะหน่วยงานกำกับดูแลสามารถตรวจสอบการทำธุรกรรมสกุลเงินดิจิตอลได้ นอกจากนี้การใช้เงินหยวนดิจิตอลยังสามารถลดค่าใช้จ่ายในการรีไซเคิลธนบัตรและเหรียญกษาปณ์

นอกจากนี้เหรียญ DCEP ก็จะถูกนำมาใช้กับการค้าระหว่างประเทศด้วย โดยก่อนหน้าที่จะใช้ระบบ CIPS นั้นประเทศจีนได้ใช้ระบบ CHIPS (Clearing House Interbank Payments System) หรือ SWIFT (Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication)ในการชำระเงินระหว่างประเทศมาก่อน ซึ่งทั้งระบบ CHIP และ SWIFT นั้นมีข้อเสีย อย่างแรกเลยคือ CHIPS เป็นบริษัทของสหรัฐฯ ส่วน SWIFT นั้นก็ค่อนข้างที่จะเป็นที่ใช้งานกันแพร่หลายระหว่างธนาคารนานาประเทศ ซึ่งใครก็ตามที่เป็นผู้ควบคุมระบบ SWIFT จะสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงินระหว่างประเทศได้เกือบทั้งหมด 

https://m.youtube.com/watch?v=wWoN8Nx2u44&feature=youtu.b














วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

5 เรื่องต้องรู้ เมื่อจีนทดสอบ "หยวนดิจิทัล" ใหม่เต็มรูปแบบ


5 เรื่องต้องรู้ เมื่อจีนทดสอบ
"หยวนดิจิทัล" ใหม่เต็มรูปแบบ

เผยแพร่:    ปรับปรุง:    โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ประเทศจีนมีกำหนดเริ่มทดสอบระบบสกุลเงินดิจิทัลใหม่ใน 4 เมืองใหญ่ตั้งแต่ต้นพฤษภาคม 63 ต่อยอดจากที่ธนาคารกลางของจีนลงมือพัฒนาระบบ e-RMB หรือเงินหยวนดิจิทัลในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ความสำคัญของเงินหยวนดิจิทัลคือโอกาสเป็นสกุลเงินดิจิทัลตัวแรกที่ถูกดำเนินการโดยระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก

ทดสอบนอกปักกิ่ง
ก่อนหน้านี้ จีนเริ่มนำร่องทดสอบระบบชำระเงินด้วยหยวนดิจิทัลในหลายเมือง เช่น เซินเจิ้น, ซูโจว, เฉิงตู และพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ทางตอนใต้ของปักกิ่งอย่างเซียงอัน รวมถึงพื้นที่ที่จีนวางแผนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว Beijing Winter Olympics ปี 2022
สื่อของรัฐบาลจีนอย่างไชน่าเดลี่ ย้ำว่าปัจจุบัน จีนได้ปรับใช้หยวนดิจิทัลกับระบบการเงินของหลายเมืองอย่างเป็นทางการ  โดยพนักงานของรัฐ และข้าราชการบางส่วนจะเริ่มได้รับเงินเดือนและสวัสดิการเป็นสกุลเงินดิจิทัลตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป




ธุรกิจข้ามชาติยังรอดู
เงินหยวนดิจิทัลจะถูกใช้กับระบบขนส่งมวลชนในซูโจว ขณะที่เมืองเซียงอันจะใช้กับธุรกิจอาหารและค้าปลีกเป็นหลัก  รายงานบางฉบับชี้ว่าเงินหยวนดิจิทัลเริ่มจุดพลุตั้งแต่กลางเมษายน  ขณะที่บางรายงานชี้ว่าบริษัทข้ามชาติอย่างแมคโดนัลด์ (McDonald)  และสตาร์บักส์ (Starbucks) ได้ตกลงที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบด้วย อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังไม่แน่ชัด เพราะในแถลงการณ์ที่ Starbucks ชี้แจงกับ The Guardian ระบุว่าบริษัทยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ

แพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลที่แพร่หลายในประเทศจีนเช่นอาลีเพย์ (Alipay) ของบริษัทแอนท์ไฟแนนเชียล (Ant Financial) ในเครืออาลีบาบา และวีแชตเพย์ (WeChat Pay) ของเทนเซ็นต์ (Tencent) จะไม่ได้รับหรือส่งผลกระทบใดกับสกุลเงินของจีน โดยหยวนดิจิทัลถูกสร้างมาเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในเงินสดเท่านั้น

สางปมเงินสดกระจัดกระจาย
Xu Yuan อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยการพัฒนาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี (CCTV) ของจีนว่าเนื่องจากการทำธุรกรรมเงินสดเป็นแบบออฟไลน์ และข้อมูลธุรกรรมจากแพลตฟอร์มการชำระเงินที่มีอยู่ในปัจจุบันล้วนกระจัดกระจาย ทำให้ธนาคารกลางไม่สามารถตรวจสอบกระแสเงินสดได้แบบเรียลไทม์
เงินหยวนดิจิทัลจึงเกิดขึ้นเพื่อเอื้อต่อการกำกับดูแลของธนาคารกลาง ซึ่งจีนมองว่าแม้เงินหยวนดิจิทัลจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง แต่ก็ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการได้ติดตามรูปแบบทางการเงินและกำกับดูแลกิจการและสังคมอย่างใกล้ชิดอีกขั้น

ไม่มีผิดพลาด
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 63 สถาบันวิจัยสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีน ย้ำว่าการวิจัยและพัฒนาเงินหยวนในระบบดิจิตอลนั้นเป็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  ผ่านการออกแบบด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ถูกวิจัยและดีบักหรือแก้ปัญหาในระบบอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

การการันตีนี้ถูกมองว่าเป็นแผนเรียกความมั่นใจ  เพราะเงินหยวนดิจิทัลที่จะถูกตรึงไว้กับสกุลเงินหยวนของประเทศนั้นเพิ่งถูกพัฒนาขึ้นไม่กี่ปีที่ผ่านมา  แต่ในเดือนสิงหาคม ธนาคารจีนย้ำว่าเงินสกุลนี้มีความพร้อม “เกือบเต็มร้อย” อย่างไรก็ตาม ในเดือนต่อมา  ผู้อำนวยการธนาคาร Yi Gang กลับกล่าวว่ายังไม่มีกำหนดการสำหรับการเปิดตัว ซึ่งการเปลี่ยนใจครั้งนี้ทำให้เงินหยวนดิจิทัลถูกจุดพลุก่อนหน้าเฟซบุ๊ก (Facebook) ที่มีแผนจะเปิดตัวสกุลเงินของตัวเองในเดือนมิถุนายนนี้


ลดการคุกคาม
สื่อจีนชี้ว่าการเปิดตัวหยวนดิจิทัลจะเป็นทางเลือกที่ประชาชนจะใช้งานเทียบเท่ากับเงินดอลล่าร์ ผลคือเงินดิจิทัลนี้จะช่วยลดผลกระทบจากมาตรการ หรือการคุกคามอื่นทั้งในรูปแบบยึดทรัพย์ทั้งในระดับประเทศและระดับบริษัท นอกจากนี้ยังสามารถอำนวยความสะดวกในการฝังตัวรวมเข้ากับตลาดสกุลเงินทั่วโลก โดยที่ลดความเสี่ยงจากการแทรกแซงทางการเมืองได้ชัดเจน


"เงินหยวนดิจิทัล" จะทำให้การใช้เงินสดของชาวจีนลดลงแน่นอน ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจน ท่ามกลางแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น  พร้อมกับที่ผู้คนต้องการหลีกเลี่ยงการสัมผัสในช่วงการระบาดของโควิด-19 ด้วย


วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

รัฐบาลในมณฑลอานฮุยของจีน เปิดตัวแพลตฟอร์ม Blockchain สำหรับการให้บริการของรัฐบาล


รัฐบาลในมณฑลอานฮุยของจีน เปิดตัวแพลตฟอร์ม Blockchain สำหรับการให้บริการของรัฐบาล  



  • Radius
  •  พฤษภาคม 1, 2020

  • รัฐบาลของมณฑลอานฮุยจังหวัดในภาคตะวันออกของจีน และเป็นส่วนหนึ่งของ เขตสามเหลี่ยมเศรษฐกิจปากแม่น้ำแยงซีเกียง (Yangtze River Delta Economic Region) ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม Blockchain ตัวแรกอย่างเป็นทางการสำหรับการให้บริการของรัฐบาล โดยการเปิดตัวเกิดขึ้นในวันที่ 30 เมษายนตามรายงานของข่าวท้องถิ่น
    “Blockchain + ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ และ License” จะเป็นแอปพลิเคชั่นแรกที่เปิดตัวบนแพลตฟอร์ม Blockchain ของรัฐบาล
    โดยในรายงานระบุว่า แอปพลิเคชันจะช่วยในการเก็บใบอนุญาตทนายความฝึกหัด ลงบนบล็อกเชน ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้เกิดความโปร่งใสและการตรวจสอบที่ดีขึ้น
    “[… ] ใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์แบบออนไลน์ใหม่นี้ มีฟังก์ชันในการดูบันทึกการใช้งานและบันทึกการจัดการ โดยระบบการดำเนินการแต่ละระบบจะบันทึกและจัดเก็บใบรับรองโดยอัตโนมัติและการใช้งานทั้งหมด เพื่อป้องกันการฉ้อโกงและช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์”
    ตามรายงานระบุว่า สำนักทรัพยากรข้อมูลจังหวัดและกระทรวงยุติธรรมของจังหวัดจะดำเนินโครงการนำร่องที่คล้ายกันนี้ในเมือง Bozhou และรัฐบาลวางแผนที่จะขยายการใช้งานเหล่านี้ไปยังทั่วภูมิภาคของเขตสามเหลี่ยมเศรษฐกิจปากแม่น้ำแยงซีเกียง
    รัฐบาลท้องถิ่นมีเป้าหมายที่จะนำแอปพลิเคชัน blockchain ของรัฐบาลมาใช้มากขึ้น เป้าหมายของพวกเขาคือการทำให้โครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลเป็นระบบดิจิทัลอย่างสมบูรณ์มากขึ้น และลดการทำงานของระบบราชการและช่วยให้การบริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น