แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หยวนดิจิทัล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หยวนดิจิทัล แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ธนาคารของรัฐรายใหญ่ของจีนเริ่มทดสอบ Wallet สำหรับ “หยวนดิจิตอล” แล้ว


ธนาคารของรัฐรายใหญ่ของจีนเริ่มทดสอบ Wallet สำหรับ “หยวนดิจิตอล” แล้ว

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม รายงานจากรอยเตอร์ระบุว่า ธนาคารได้มีการทดสอบการประยุกต์ใช้ Wallet application เพื่อโอนเงินและชำระเงินในสกุลเงินของธนาคารกลางจีนหรือ DCEP โดยตามรายงานระบุว่า การพัฒนาดังกล่าวได้รับการเปิดเผยในขั้นต้นจากทางหนังสือพิมพ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐโดดยมีการอ้างถึงแหล่งข่าวที่ระบุว่าพนักงานของธนาคารของรัฐในเมืองต่าง ๆ รวมถึงเซินเจิ้นได้เริ่มทดสอบแอพหยวนดิจิลตอลแบบภายในเพื่อการโอนเงินและชำระเงิน

การพัฒนาครั้งใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญอีกครั้งของจีนในการนำเงินหยวนดิจิตอลมาใช้ และสอดคล้องกับเป้าหมายสำคัญของธนาคารกลางของจีนอย่าง PBOC โดยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม PBOC รายงานว่าจีนควรส่งเสริมการพัฒนาเงินหยวนดิจิทัลอย่างจริงจังโดยเป็นส่วนหนึ่งของความสำคัญสูงสุดในช่วงครึ่งหลังของปี 2020

ในขณะที่จีนกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้มงวดที่สุดในแง่ของการควบคุม Crypto แต่อีกมุมก็ยังเป็นผู้นำของโลกในเรื่องการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของประเทศ โดยธนาคารกลางของจีนมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในส่วนของ Cbdc และในเดือนเมษายน จีนก็ประสบความสำเร็จในการทำโครงการนำร่องในสี่เมือง ได้แก่ เซินเจิ้น เฉิงตู ซูโจว และสงอัน

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม มีรายงานว่า PBoC มีเจตนาที่จะใช้เงินหยวนดิจิตอลเพื่อลดการครอบงำของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเช่น Alibaba และ Tencent 

อ้างอิง : LINK

https://bitcoinaddict.org/2020/08/07/chinas-state-run-banks-reportedly-testing-wallet-for-digital-yuan/?utm_source=izooto&utm_medium=push_notification&utm_campaign=Bitcoin_Addict
 

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ใกล้เข้าไปทุกที!! มณฑลไหหลำ ประกาศหนุนองค์กรต่าง ๆ ในการสร้างแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล

ใกล้เข้าไปทุกที!! มณฑลไหหลำ ประกาศหนุนองค์กรต่าง ๆ ในการสร้างแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล

พฤษภาคม 16, 2020

เกาะไหหลำ (Hainan Island) ซึ่งถือเป็นเขตการค้าเสรี ที่ประธานาธิบดี สีจินผิง ต้องการให้เป็นเขตเศรษฐกิจใหม่แทนเกาะฮ่องกง ได้ออกมาประกาศสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ ในการสร้างแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล


Just in! Legalize crypto exchanges in China is not far! Industry and information technology department of Hainan posted an announcement says that it supports leading enterprises to building digital currency trading platform . FYI Huobi is in Hainan!


ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ molllliy ได้โพสภาพของประกาศจากฝ่ายอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของเกาะไหหลำ ที่มีการประกาศจะสนับสนุนให้องค์กรชั้นนำต่าง ๆ ในการสร้างแพลตฟอร์มการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล (digital currency trading)
ย้อนไปเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา เกาะไหหลำเคยมีการจัดตั้งกองทุนมูลค่า 1 พันล้านหยวนพื่อเป็นเงินทุนให้กับบริษัททางด้านบล็อคเชนต่าง ๆ โดยมีการจัดตั้งโซนสาธิตนวัตกรรมขึ้น ซึ่งมีเว็บเทรดชื่อดังต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Huobi , OKex ไปเปิดสำนักงานกันอยู่บนเกาะ
ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน นายกเทศมนตรี Luo Qiang ของเมืองเฉิงตู ก็ได้ประกาศจัดตั้งศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอล ในการประชุมสภาประชาชนเฉิงตูครั้งที่ 17
ก็ได้แต่หวังว่าความคืบหน้าครั้งนี้จะเป็นอีกก้าวที่ทำให้สกุลเงินดิจิตอลนั้นถูกกฎหมายในจีน

https://bitcoinaddict.org/2020/05/16/hainan-province-announced-to-support-various-organizations-to-create-a-digital-currency-trading-platform/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=hainan-province-announced-to-support-various-organizations-to-create-a-digital-currency-trading-platform

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

5 เรื่องต้องรู้ เมื่อจีนทดสอบ "หยวนดิจิทัล" ใหม่เต็มรูปแบบ


5 เรื่องต้องรู้ เมื่อจีนทดสอบ
"หยวนดิจิทัล" ใหม่เต็มรูปแบบ

เผยแพร่:    ปรับปรุง:    โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ประเทศจีนมีกำหนดเริ่มทดสอบระบบสกุลเงินดิจิทัลใหม่ใน 4 เมืองใหญ่ตั้งแต่ต้นพฤษภาคม 63 ต่อยอดจากที่ธนาคารกลางของจีนลงมือพัฒนาระบบ e-RMB หรือเงินหยวนดิจิทัลในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ความสำคัญของเงินหยวนดิจิทัลคือโอกาสเป็นสกุลเงินดิจิทัลตัวแรกที่ถูกดำเนินการโดยระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก

ทดสอบนอกปักกิ่ง
ก่อนหน้านี้ จีนเริ่มนำร่องทดสอบระบบชำระเงินด้วยหยวนดิจิทัลในหลายเมือง เช่น เซินเจิ้น, ซูโจว, เฉิงตู และพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ทางตอนใต้ของปักกิ่งอย่างเซียงอัน รวมถึงพื้นที่ที่จีนวางแผนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว Beijing Winter Olympics ปี 2022
สื่อของรัฐบาลจีนอย่างไชน่าเดลี่ ย้ำว่าปัจจุบัน จีนได้ปรับใช้หยวนดิจิทัลกับระบบการเงินของหลายเมืองอย่างเป็นทางการ  โดยพนักงานของรัฐ และข้าราชการบางส่วนจะเริ่มได้รับเงินเดือนและสวัสดิการเป็นสกุลเงินดิจิทัลตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป




ธุรกิจข้ามชาติยังรอดู
เงินหยวนดิจิทัลจะถูกใช้กับระบบขนส่งมวลชนในซูโจว ขณะที่เมืองเซียงอันจะใช้กับธุรกิจอาหารและค้าปลีกเป็นหลัก  รายงานบางฉบับชี้ว่าเงินหยวนดิจิทัลเริ่มจุดพลุตั้งแต่กลางเมษายน  ขณะที่บางรายงานชี้ว่าบริษัทข้ามชาติอย่างแมคโดนัลด์ (McDonald)  และสตาร์บักส์ (Starbucks) ได้ตกลงที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบด้วย อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังไม่แน่ชัด เพราะในแถลงการณ์ที่ Starbucks ชี้แจงกับ The Guardian ระบุว่าบริษัทยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ

แพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลที่แพร่หลายในประเทศจีนเช่นอาลีเพย์ (Alipay) ของบริษัทแอนท์ไฟแนนเชียล (Ant Financial) ในเครืออาลีบาบา และวีแชตเพย์ (WeChat Pay) ของเทนเซ็นต์ (Tencent) จะไม่ได้รับหรือส่งผลกระทบใดกับสกุลเงินของจีน โดยหยวนดิจิทัลถูกสร้างมาเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในเงินสดเท่านั้น

สางปมเงินสดกระจัดกระจาย
Xu Yuan อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยการพัฒนาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี (CCTV) ของจีนว่าเนื่องจากการทำธุรกรรมเงินสดเป็นแบบออฟไลน์ และข้อมูลธุรกรรมจากแพลตฟอร์มการชำระเงินที่มีอยู่ในปัจจุบันล้วนกระจัดกระจาย ทำให้ธนาคารกลางไม่สามารถตรวจสอบกระแสเงินสดได้แบบเรียลไทม์
เงินหยวนดิจิทัลจึงเกิดขึ้นเพื่อเอื้อต่อการกำกับดูแลของธนาคารกลาง ซึ่งจีนมองว่าแม้เงินหยวนดิจิทัลจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง แต่ก็ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการได้ติดตามรูปแบบทางการเงินและกำกับดูแลกิจการและสังคมอย่างใกล้ชิดอีกขั้น

ไม่มีผิดพลาด
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 63 สถาบันวิจัยสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีน ย้ำว่าการวิจัยและพัฒนาเงินหยวนในระบบดิจิตอลนั้นเป็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  ผ่านการออกแบบด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ถูกวิจัยและดีบักหรือแก้ปัญหาในระบบอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

การการันตีนี้ถูกมองว่าเป็นแผนเรียกความมั่นใจ  เพราะเงินหยวนดิจิทัลที่จะถูกตรึงไว้กับสกุลเงินหยวนของประเทศนั้นเพิ่งถูกพัฒนาขึ้นไม่กี่ปีที่ผ่านมา  แต่ในเดือนสิงหาคม ธนาคารจีนย้ำว่าเงินสกุลนี้มีความพร้อม “เกือบเต็มร้อย” อย่างไรก็ตาม ในเดือนต่อมา  ผู้อำนวยการธนาคาร Yi Gang กลับกล่าวว่ายังไม่มีกำหนดการสำหรับการเปิดตัว ซึ่งการเปลี่ยนใจครั้งนี้ทำให้เงินหยวนดิจิทัลถูกจุดพลุก่อนหน้าเฟซบุ๊ก (Facebook) ที่มีแผนจะเปิดตัวสกุลเงินของตัวเองในเดือนมิถุนายนนี้


ลดการคุกคาม
สื่อจีนชี้ว่าการเปิดตัวหยวนดิจิทัลจะเป็นทางเลือกที่ประชาชนจะใช้งานเทียบเท่ากับเงินดอลล่าร์ ผลคือเงินดิจิทัลนี้จะช่วยลดผลกระทบจากมาตรการ หรือการคุกคามอื่นทั้งในรูปแบบยึดทรัพย์ทั้งในระดับประเทศและระดับบริษัท นอกจากนี้ยังสามารถอำนวยความสะดวกในการฝังตัวรวมเข้ากับตลาดสกุลเงินทั่วโลก โดยที่ลดความเสี่ยงจากการแทรกแซงทางการเมืองได้ชัดเจน


"เงินหยวนดิจิทัล" จะทำให้การใช้เงินสดของชาวจีนลดลงแน่นอน ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจน ท่ามกลางแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น  พร้อมกับที่ผู้คนต้องการหลีกเลี่ยงการสัมผัสในช่วงการระบาดของโควิด-19 ด้วย


วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2563

จีนเตรียมเปิดตัวเครือข่าย Blockchain ของรัฐบาลเดือนเมษายนนี้



เครือข่ายบล็อกเชนของจีน 

ซึ่งเป็นเครือข่ายบริการบนพื้นฐานของบล็อกเชน (BSN) 

ได้ประกาศที่จะเปิดตัวในเดือนเมษายน 2020 นี้

ข่าววันที่ 09  มกราคม 2020
      โปรเจคดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ข้อมูลแห่งรัฐบาลจีน (SIC) ซึ่งเป็นโปรเจคที่มีความการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้ และสามารถปรับขนาดได้ ซึ่งเอื้อให้กับโปรเจคบล็อกเชนตัวใหม่ ๆ รวมถึงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและเศรษฐกิจดิจิทัลของจีน 

โปรเจคเครือข่ายบริการบล็อกเชน BSN 

ในเดือนมกราคม 2020 ที่ผ่านมา  นาย Tang Sisi  รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัย การพัฒนาโปรเจคเมืองอัจฉริยะของศูนย์ข้อมูลแห่งรัฐบาลจีน (SIC) ได้เผยว่าเครือข่ายบล็อกเชน BSN นั้นกำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายนนี้  หลังจากที่พวกเขาได้เปิดให้ตัวทดสอบเวอร์ชั่นเบต้าไปแล้วก่อนหน้านี้ ในเดือนตุลาคม 2019 

เครือข่ายบล็อกเชน BSN นั้น เป็นเครือข่ายโครงสร้างสาธารณะระหว่างภูมิภาค ที่ได้รับการพัฒนาร่วมกันโดยศูนย์ข้อมูลแห่งรัฐบาลจีน SIC และผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของจีน China Mobile และ China UnionPay ซึ่งเป็นเครือข่ายบัตรชำระเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

ซึ่งนับตั้งแต่ช่วงระหว่างเดือนตุลาคม 2019 ถึงเดือนมีนาคม 2020ของปีนี้ พวกเขาจะส่งมอบเครือข่าย BSN สำหรับเวอชั่นเบต้าให้กับบริษัททั้งหมด 400 แห่งและนักพัฒนาอีกกว่า 600 คน ในเมืองหางโจว เพื่อจัดตั้งให้กลายเป็นเมืองนำร่องแห่งแรกในประเทศ

นอกจากนั้นแล้วในเอกสาร whitepaper ของเครือข่าย BSN ยังระบุว่า ด้วยการสนับสนุนที่แข็งแกร่งของบริษัททั้ง 31 แห่งของบริษัท China Mobile นั้นมันจะช่วยให้เครือข่าย BSN สามารถสร้างเครือข่ายบริการในเมือง และจังหวัดต่าง ๆ ได้มากกว่าสี่สิบแห่งทั่วประเทศ โดยคาดว่าเมื่อเครือข่าย BSN เปิดให้บริการเครือข่ายอย่างเป็นทางการ จำนวนโหนดในเมืองจะเพิ่มขึ้น ถึงประมาณหนึ่งร้อยโหนด


จับตา ‘จีน’ เตรียมขึ้นแท่นชาติแรกของโลก ดันธนาคารกลางใช้ ‘สกุลเงินดิจิทัล’


จับตา ‘จีน’ เตรียมขึ้นแท่นชาติแรกของโลก

ดันธนาคารกลางใช้ ‘สกุลเงินดิจิทัล’



ท่ามกลางอนาคตที่ยังคลุมเครือของโปรเจกต์สกุลเงินดิจิทัลลิบรา ล่าสุดจีนได้ออกมายืนยันความตั้งใจของพวกเขาอีกครั้งแล้วว่าเตรียมจะผลักดันธนาคารกลางจีนให้เป็นธนาคารกลางแห่งแรกของโลกที่เริ่มใช้เงินดิจิทัล DCEP (Digital Currency Electronic Payments) ในระบบอย่างแพร่หลาย

หวงฉีฟาน รองประธานศูนย์การแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของจีน ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีงานซัมมิตด้านการเงิน Bund Financial Summit 2019 ที่จัดขึ้นในเซี่ยงไฮ้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า จีนพร้อมแล้วที่จะเป็นชาติแรกของโลกที่เตรียมใช้งานสกุลเงินดิจิทัลอย่างเป็นทางการ หลังซุ่มศึกษาและพัฒนาระบบมานานต่อเนื่องกว่า 5-6 ปีเต็ม

“ธนาคารประชาชนจีน (People’s Bank of China) หรือธนาคารกลางจีน ได้ศึกษาเงินดิจิทัลมาเป็นระยะเวลานานกว่า 5-6 ปีเต็ม แล้วผมก็คิดว่ามันก็สุกงอมเต็มที่ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงเลยที่พวกเราจะเป็นธนาคารกลางแห่งแรกของโลกที่เตรียมใช้งานสกุลเงินดิจิทัลกัน

ณ ปัจจุบัน เงินดิจิทัล DCEP จะถูกออกโดยธนาคารกลางจีน ซึ่งเป็นระบบเงินที่เข้ารหัสบนเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยตัวสกุลเงิน DCEP จะอาศัยหลักการทำงานในสองระบบ แรกสุดธนาคารกลางจะแปลงเงิน DCEP ให้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นๆ ก่อนที่สถาบันการเงินเหล่านั้นจะแปลงค่าเงินอีกครั้งในขั้นตอนที่แจกจ่ายไปสู่สาธารณชน”

รองประธานศูนย์การแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของจีนยังแสดงทัศนะส่วนตัวอีกด้วย โดยบอกว่าโปรเจกต์ว่าที่สกุลเงินดิจิทัลสากลโลกอย่าง ‘ลิบรา’ ไม่น่าจะประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ เนื่องจากมันไม่ใช่สกุลเงินที่ถูกออกโดยรัฐบาล และมูลค่าก็ยังไม่มั่นคง ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วปัญหาดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับความมั่นคงของสังคมอย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้ในการขึ้นให้การต่อคณะกรรมการสภาบริการทางการเงินของสหรัฐฯ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook เคยบอกเอาไว้ว่าหากรัฐบาลไม่เปิดทางให้พวกเขาและสมาชิกที่เหลือของสมาคมลิบราเร่งพัฒนาและให้บริการเงินดิจิทัลลิบราภายในปีหน้า ก็อาจจะถูกจีนเร่งเครื่องแซงและชิงเปิดตัวเงินดิจิทัลของพวกเขาออกมาก่อนได้ ซึ่งอาจจะทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบพอสมควรในเชิงเศรษฐกิจ

เมื่อย้อนมามองดูจากสถานการณ์ล่าสุด ณ ปัจจุบันจากการที่จีนมีความพยายามจะเร่งผลักดันเงินดิจิทัล DCEP ออกมาต่อเนื่อง ก็ชวนให้คิดไม่น้อยว่าความกังวลที่ซักเคอร์เบิร์กเคยบอกเอาไว้ใกล้จะเป็นรูปเป็นร่างและกลายเป็นความจริงเร็วกว่าที่เขาคิดเอาไว้ด้วยซ้ำ.






วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2563

"จีน" โดย "รัฐบาลปักกิ่ง" ได้ "ประกาศเดินหน้าสร้างสกุลเงินดิจิตัล"



      "จีน" โดย "รัฐบาลปักกิ่ง" ได้ "ประกาศเดินหน้าสร้างสกุลเงินดิจิตัล" อย่าง "หยวนดิจิตัล" โดย "เร่งดำเนินการออกกฎหมายรับรองการมีอยู่ของสกุลเงินดิจิตัลนี้อย่างถูกต้อง" เป็น "ประเทศแรกในโลก/ทำให้ความเสี่ยงของการลงทุนกับเงินประเภทนี้ลดลง/เพราะรัฐบาลดำเนินการและค้ำประกันเอง" ทำ "จีนขึ้นแท่นสู่ผู้นำมหาอำนาจการเงินติจิตอลโลกในทันที" ...


       ใน "ขณะที่ประเทศอื่นผู้ดูแลหรือเป็นเจ้าของสกุลเงินกิจิตัลกลับเป็นภาคธุรกิจหรือเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือต่ำหรือไม่มีเลย" ไม่ว่าจะเป็น "บิทคอยน์, วันคอยน์, สมาร์ทคอยน์" (พวก "คอยน์แดก" ทั้งหลาย) หรือ "แม้กระทั่งลิบราของเฟซบุคที่กำลังมีปัญหาสารพัดอยู่ในขณะนี้จากการถูกกดดันจากภาครัฐในประเทศของตนเองและฝ่ายการเมืองจนพันธมิตรถอนตัวไม่ร่วมหลายรายแล้ว" ...





7 ทศวรรษประเทศจีน จากชาติยากจน..สู่..มหาอำนาจ 

ช่วง 70 ปีที่ผ่านมา จีนพัฒนาจากประเทศยากจนมากของโลก กลายเป็นประเทศใหญ่ด้านเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก ปี 1952 รายได้เฉลี่ยต่อคนมีเพียง 119 หยวน จนถึงสิ้นปี 2018 รายได้เฉลี่ยต่อคนของจีนมีถึง 9,732 เหรียญสหรัฐ สูงกว่ารายได้เฉลี่ยของประชาชนในประเทศพัฒนาระดับปานกลาง

ปี 1949 อัตราการว่างงานของจีนสูงถึง 23.6% หลังจากจีนดำเนินนโยบายการปฏิรูปและเปิดประเทศแล้ว ยอดปริมาณการมีงานทำเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะปี 2013- 2018 เมืองต่างๆ ของจีนเพิ่มโอกาสด้านตำแหน่งงานกว่า 13 ล้านตำแหน่ง

ผลสำเร็จสำคัญของจีนในช่วง 70 ปีที่ผ่านมาคือ จำนวนประชากรยากจนลดลงอย่างมาก สร้างคุณูปการต่อกระบวนการการลดความยากจนของโลกกว่า 70%

ตอนที่สถาปนาจีนใหม่ ประเทศจีนยากจนมาก ช่วงระหว่างปี 1950-1970 ชีวิตของประชาชนในเมืองดีขึ้นบ้าง แต่ปัญหาความยากจนในชนบทก็ยังคงสาหัส ตามมาตรฐานความยากจนของจีนในปี 2010 จนถึงสิ้นปี 1972 ประชากรยากจนในชนบทจีนมี 770 ล้านคน อัตราความยากจนคิดเป็น 97.5%

หลังจากจีนดำเนินการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและเปิดประเทศสู่ภายนอก รัฐบาลจีนได้กำหนดและใช้นโยบายปฏิรูปเกษตรกรรมและเขตชนบทอย่างต่อเนื่อง และลงลึกทำให้ลดจำนวนประชากรยากจน โดยเฉพาะหลังจากการประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์ทั่วประเทศจีนครั้งที่ 18 เป็นต้นมา พรรคฯ และรัฐบาลจีนได้ทุ่มเทกำลังแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเอาจริงเอาจัง ช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ได้ลดจำนวนประชากรยากจนกว่า 82 ล้านคน จนถึงสิ้นปี 2018 ประชากรยากจนในชนบทจีนลดลงเหลือแค่ 16.6 ล้านคน เขตชนบทจีนได้เปลี่ยนสภาพความยากจนโดยทั่วไปมาเป็นขจัดความยากจนโดยรวมกลายเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรกที่บรรลุเป้าหมายการลดความยากจนของสหประชาชาติ

ตัวเลขสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ยอดการค้าระหว่างประเทศของจีนจัดอยู่อันดับ 1 ของโลก เงินทุนต่างประเทศไหลเข้าตลาดจีนเป็นจำนวนมาก

https://mgronline.com/daily/detail/9620000093836




🔺การผลักดันเงินหยวนสู่สากล🔺 

บทบาทของจีนที่มีมากขึ้นในเวทีเศรษฐกิจโลก เป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ทางการจีนสนับสนุนให้เงินหยวนเป็นเงินสกุลหลักอีกสกุลหนึ่งของโลก โดยจีนได้กำหนดแผนการดำเนินงานไว้ 3 ระดับ ได้แก่....
 1) ผลักดันให้มีการใช้เงินหยวนในการค้าระหว่างประเทศ
 2) ผลักดันให้เงินหยวนมีบทบาทเพิ่มขึ้นในตลาดทุนระหว่างประเทศ ทั้งในการระดมทุนและการลงทุน และ
 3) ผลักดันให้ประเทศต่างๆ ถือเงินหยวนเป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากขึ้น


https://www.isranews.org/isranews/34115-eicnote.html

วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2563

แจ็คหม่าคิดไม่ออก: ทำไมแผงลอยริมถนน จึงต้องการใช้การชำระเงิน WeChat แทนการจ่ายเงิน



แจ็คหม่าคิดไม่ออก: ทำไมแผงลอยริมถนน
จึงต้องการใช้การชำระเงิน WeChat แทนการจ่ายเงิน

Le Bar คน คนมีความสุขมันวันก่อนเมื่อวานนี้ 
ด้วยการกำเนิดของยุคอินเทอร์เน็ตสิ่งใหม่ ๆ มากมายได้ปรากฏขึ้นในชีวิตของเราซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตของเราในหมู่พวกเขาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเรามากที่สุดคือการชำระเงินทางมือถือตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของออนไลน์ การชำระเงินมือถือยังสามารถใช้สำหรับการช็อปปิ้งแบบออฟไลน์ได้ซึ่งสะดวกมากและไม่จำเป็นต้องออกไปข้างนอกด้วยกระเป๋าเงินขนาดใหญ่อีกต่อไปฉันต้องยอมรับว่าการเกิดขึ้นของการชำระเงินมือถือได้เปลี่ยนชีวิตเราไปอย่างมาก

ในขณะที่เราทุกคนรู้ว่าในอุตสาหกรรมการชำระเงินมือถือของจีนมีสองยักษ์ใหญ่ชำระเงินมือถือคือ WeChat จ่ายและ Alipay การชำระเงินมือถือทั้งสองมีความแข็งแรงมากและทั้งสองมีผู้ใช้งานจำนวนมาก Alipay ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Alipay และ WeChat Pay ทั้งสองพึ่งพา Tencent ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตของเรา แต่ Ma หยุนไม่สามารถเข้าใจได้: ทำไมแผงลอยริมถนนจึงต้องการใช้การชำระเงิน WeChat แทนการจ่ายเงิน Alipay


ก่อนอื่นทุกคนรู้ว่าแม้ว่าทั้งคู่เป็นซอฟต์แวร์ชำระเงินมือถือ แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันการชำระเงิน WeChat นั้นเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับ WeChat ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ทางสังคม WeChat เป็นซอฟต์แวร์ทางสังคมที่ขาดไม่ได้ มีผู้ใช้มากกว่า 1 พันล้านคนและครอบคลุมผู้คนในวงกว้างเมื่อ Alipay ก่อตั้งขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับแพลตฟอร์มการช็อปปิ้งออนไลน์และต้องการการใช้งานบ่อยครั้งเป็นอย่างแม่นยำเพราะสิ่งนี้ทำให้ผู้คนจำนวนมากใช้การชำระเงิน WeChat

ประการที่สองทุกคนมักใช้ WeChat ไม่เพียง แต่คุ้นเคยกับ WeChat มากเท่านั้น แต่ยัง WeChat มักเปิดขึ้นและก็เพียงพอที่จะสแกนรหัสโดยตรงเมื่อชำระเงินซึ่งสะดวกกว่า Alipay และ WeChat เป็นซอฟต์แวร์เพื่อสังคมเพื่ออำนวยความสะดวกในการโอน หรือเป็นซองจดหมายสีแดง WeChat จึงมีเงินมากกว่า Alipay และยังใช้โดยตรงเมื่อซื้อสิ่งของที่อยู่ข้างถนน
เหตุผลสุดท้ายคือผู้ขายส่วนใหญ่ที่แผงลอยริมถนนส่วนใหญ่เป็นวัยกลางคนและผู้สูงอายุพวกเขาไม่ค่อยคุ้นเคยกับ Alipay แต่มักใช้ WeChat และ WeChat สะดวกกว่าในการใช้งานและหน้า WeChat สะดวกกว่าสำหรับผู้สูงอายุในการตรวจสอบเงิน มีผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่ใช้ Alipay เป็นคนหนุ่มสาวหรือไม่
แจ็คหม่าคิดไม่ออก: ทำไมแผงลอยริมถนนจึงชอบใช้การชำระเงิน WeChat แทนการจ่ายเงิน ในความเป็นจริงทั้งสองเป็นเครื่องมือการชำระเงินมือถือแต่ละคนมีข้อดีของตัวเองอาจเป็นเพราะพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างกันคนที่ไม่ชอบใช้เครื่องมือการชำระเงินที่แตกต่างกันคุณมักจะชอบการชำระเงิน Alipay หรือ WeChat? ยินดีต้อนรับสู่แบ่งปัน!


วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2562

จีนเร่งดันเงินหยวนเป็น”สกุลเงินสากล” เตรียมออกเงินดิจิทัลใน 2-3 เดือนนี้


จีนใกล้จะออกแพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิตัล (digital currency) ตัวเองในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ขณะเดียวกันได้ประกาศพร้อมสนับสนุนให้มีการใช้เงินหยวน เพื่อให้เป็นสกุลเงินสากลในเขตการค้าเสรีนำร่อง


ธนาคารกลางจีนได้เตรียมการเพิ่มสัดส่วนของทองคำสำรองที่เป็นทางการเป็นจำนวน 1.948 ตัน นับเป็นอันดับ 6 ของโลก โดยเพิ่มขึ้นจากช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งสำรองอยู่ที่จำนวน 1.853 ตัน เพื่อรองรับนโยบายการใช้เงินหยวนให้มีบทบาทมากขึ้นในตลาดการเงินโลก รวมทั้งการออกเงินสกุลหยวนที่เรียกว่า Yuan Digital Currency

HCM Capital เปิดเผยว่า จีนได้พัฒนากรอบที่เรียกว่า Digital Currency Electronic Payment หรือ DCEP ซึ่งธนาคารกลางจีนได้รับอนุญาตจากให้ทำการออกสกุลเงินที่เป็น Digital Currency ให้กับธนาคารพาณิชย์ และบริษัทที่มีเครือข่ายของระบบชำระเงิน คือ Alipay และ WeChat Pay ให้เข้ามาร่วมอยู่ในกระบวนการนี้ด้วย

ถึงแม้ว่า ในช่วงที่ผ่านมา Digital Currency จะถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงที่นำไปสู่การฉ้อโกง และอาจเป็นช่องทางของกระบวนการฟอกเงิน รวมทั้งเป็นแหล่งสนับสนุนทางการเงินให้กับการก่อการร้าย   แต่ Digital Currency ของจีนจะมีการจดทะเบียนที่สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเป็นช่องทางผลักดันสู่ตลาดการเงินทั่วโลกที่ต้องการรู้และเข้าถึงเกี่ยวกับวิธีการใช้ และการกำกับดูแลโดยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยี โดยหากธนาคารกลางจีนสามารถออก Digital Currency ได้ก็จะเป็นธนาคารกลางแห่งแรกของโลกที่ดำเนินการได้สำเร็จ

ทั้งนี้ Digital Currency ดังกล่าวจึงถือเป็นเงินตราแบบใหม่ที่ออกโดยธนาคารกลาง ซึ่งได้รับการการันตีจากสินทรัพย์ที่ธนาคารพาณิชย์นำมาฝากไว้ที่ธนาคารกลาง ดังนั้น Digital Currency จึงทำหน้าที่ได้เสมือนหลักทรัพย์ตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ในระยะเริ่มต้น Digital Currency ของธนาคารกลางจีนจะถูกนำมาใช้ในประเทศเท่านั้น โดยกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนในแบบเดียวกันกับการกำหนดค่าเงินหยวนในระบบปกติ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางจีนระบุว่า Digital Currency จะถูกนำมาใช้แทนที่ธนบัตรและเหรียญ ที่ใช้เป็นเงินสดหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจีนอย่างมีเสถียรภาพ

นอกจากนี้ Digital Currency ของธนาคารกลางจีนนี้ จะถูกใส่ไว้ในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับการทำธุรกรรมโดยตรงของบุคคล ซึ่งกระเป๋าเงินที่ว่านั้นอาจเป็นแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนในอนาคต

จีนกำลังเดินหน้าในการผลักดันเงินหยวนให้มีบทบาทเป็นเงินสากลในตลาดการเงินและการค้าโลกครั้งสำคัญ หลังจากในช่วงหลายปีก่อนเงินหยวนได้เข้าไปเป็น 1 ใน 5 สกุลหลักของโลกที่อยู่ในตะกร้าเงินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ด้วย


เพื่อสนองตอบต่อเป้าหมายขยายเส้นทางขนส่งทางเรือ อากาศและทางบก ในการค้าและการลงทุนที่เชื่อมโยงกัน 3 ทวีปทั้งเอเชีย แอฟริกา และยุโรป ตามยุทธศาสตร์เส้นทางทางสายไหมใหม่ หรือ One Belt And Road ของศตวรรษที่ 21   และล่าสุด ในการจัดตั้งเขตการค้าเสรีที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการนำร่องให้ระบบการทำงานได้สอดประสานกัน โดยธนาคารกลางจีนยืนยันสนับสนุนเงินหยวนเป็นสกุลเงินสากล และมีรากฐานที่แข็งแกร่งในอนาคต ทั้งนี้ จีนได้จัดตั้งเขตการค้าเสรีนำร่องรวม 18 แห่ง หลังจากที่ได้จัดตั้งเขตการค้าเสรีนำร่องแห่งแรกที่เซี่ยงไฮ้

ขอบคุณ..https://businesstoday.co/columnist/13/11/2019/%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%99/