แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จีน: มหาอำนาจ Blockchain แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จีน: มหาอำนาจ Blockchain แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

รัฐบาลปักกิ่ง เปิดตัวแอปพลิเคชันของรัฐบาลกว่า 140 รายการ ที่ทำงานบน Blockchain

รัฐบาลปักกิ่ง เปิดตัวแอปพลิเคชันของรัฐบาลกว่า 140 รายการ ที่ทำงานบน Blockchain

จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่ามีแอปพลิเคชันบริการของรัฐบาลกว่า 140 รายการที่ทำงานอยู่ใน Blockchain โดยแอปพลิเคชันเหล่านี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ : “การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนข้อมูล”, “การประมวลผลความร่วมกันทางธุรกิจ” และ “ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์และการจัดเก็บใบรับรอง” ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบกล่าวว่า:
“Blockchain เป็นความก้าวหน้าในการแบ่งปันข้อมูล ซึ่งทำได้ยากในวิธีการแบบดั้งเดิม [… ] ‘การจัดเก็บใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์’ หมายความว่าใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์จะถูกจัดเก็บไว้ใน chain และช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและการตรวจสอบประสิทธิภาพ.”
ตัวอย่างเช่น ระบบ blockchain สำหรับการลงทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ 11 หน่วยงานของภาครัฐ รวมไปถึง คณะกรรมการการเคหะและการพัฒนาชนบท , สำนักงานภาษี , สำนักความมั่นคงสาธารณะ โดยเจ้าหน้าที่กล่าวว่า:
“หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์และจัดเก็บข้อมูลจะทำการจัดเก็บข้อมูลลงใน blockchain เพื่อรับรองความน่าเชื่อถือของใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ [… ] และเพื่อกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับ” 
ก่อนหน้านี้ จีนกำลังมองหาการใช้เทคโนโลยี blockchain เพื่อส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูลระหว่างสถาบันการแพทย์ท่ามกลางการระบาดของโรคในอนาคต แต่รัฐบาลท้องถิ่นของจีนก็กำลังเผชิญกับความท้าทายในการใช้แอพพลิเคชั่น blockchain เช่นกัน เนื่องจากผู้มีส่วนได้เสียบางคนไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2563

“Blockchain จะเป็นผู้นำในโลกยุคดิจิตอล” รองประธาน China Wanxiang Holdings กล่าว

“Blockchain จะเป็นผู้นำในโลกยุคดิจิตอล” รองประธาน China Wanxiang Holdings กล่าว   
มิถุนายน 8, 2020
Dr. Xiao Feng รองประธานบริษัทด้านการลงทุน China Wanxiang Holdings ซึ่งได้เข้าร่วมงานประชุม Global Investment and M&A Summit ครั้งที่ 7  ในเซี่ยงไฮ้ ได้กล่าวว่า “Blockchain จะเป็นผู้นำในโลกยุคดิจิตอล” ตามรายงานข่าวท้องถิ่นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน
Dr. Xiao ได้กล่าวเกี่ยวกับการปฏิรูปเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล โดยเขาเชื่อว่า blockchain และเทคโนโลยีอื่น ๆ จะเป็นเครื่องมือที่เราต้องตระหนักถึงในยุคดิจิตอลนี้ 
“Blockchain เป็นกลไกที่สร้างความน่าเชื่อถือแบบดิจิตอล เนื่องจากคุณสมบัติของการป้องกันการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง และเมื่อเราย้ายข้อมูลเหล่านี้ไปยังบล็อกเชน ข้อมูลเหล่านี้จึงไม่สามารถแก้ไขได้”

โลกยุคดิจิตอลเป็นเรื่องจริง

Dr. Xiao เชื่อว่าหลังจากจบการระบาดใหญ่ของ COVID-19 โลกยุดดิจิทัลไร้พรมแดนจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่พัฒนาแล้ว 
“ด้วยความช่วยเหลือของเทคโนโลยีดิจิตอล ทำให้แรงงานสามารถซื้อขายได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และพนักงานไม่จำเป็นต้องย้ายจากสหรัฐอเมริกาไปยังประเทศจีนแม้ว่าอุตสาหกรรมจะย้ายไปยังประเทศจีน”

แนวโน้มโลกยุคดิจิตอล

Dr. Xiao เชื่อว่า โลกยุคดิจิตอลจะส่งผลกระทบต่อระบบการจัดการองค์กรของบริษัทหลายแห่ง มี บริษัทจำนวนมากที่เปลี่ยนการดำเนินงานมาเป็นออนไลน์ ดังนั้นวิธีดั้งเดิมที่บริษัทจะใช้ประเมินประสิทธิภาพของพวกเขาอาจจะใช้ไม่ได้ และอาจจะมีกรอบการกำหนดแบบใหม่ที่เรียกว่า “Objectives and Key Results” หรือ OKR
“เพราะเราต้องทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดด้วยกันในเวลาและสถานที่ที่แตกต่างกัน เราจำเป็นต้องมีความโปร่งใส และสอดคล้องกับเป้าหมายของเรา ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือ OKR”
ก่อนหน้านี้นักลงทุนและมหาเศรษฐีอย่าง Tim Draper ก็เชื่อว่านวัตกรรมทางการเงินแบบดิจิตอลเช่น Bitcoin , smart contracts และปัญญาประดิษฐ์หรือ AI จะนำไปสู่โลกยุคดิจิตอลมากขึ้น

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ลิบรา 2.0 VS ดิจิทัลหยวน อนาคตการเงินและบิตคอยน์ จากท็อป จิรายุส(ตอน1-2)





ลิบรา 2.0 VS ดิจิทัลหยวน อนาคตการเงินและบิตคอยน์

จาก ท็อป จิรายุส (ตอน 1)


New Normal ของโลกการเงินในอนาคตจะเป็นอย่างไร
เงินดิจิทัลมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร
จะสามารถมาช่วยพัฒนาระบบการเงินดั้งเดิมในปัจจุบันได้อย่างไร  
เคน นครินทร์ คุยกับ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ก่อตั้งเว็บซื้อ-ขายเงินดิจิทัล Bitkub.com    
สามารถฟังพอดแคสต์ The Secret Sauce
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้


ลิบรา 2.0 VS ดิจิทัลหยวน อนาคตการเงินและบิตคอยน์

จาก ท็อป จิรายุส (ตอน 2)ไขข้อข้องใจ ลิบรา 2.0, ดิจิทัลหยวน, 

บิตคอยน์ฮาล์ฟวิ่ง คืออะไร 
ความรู้สามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร
 เพื่อให้รู้เท่าทันอนาคตการเงินที่จะเกิดขึ้น   
เคน นครินทร์ คุยกับ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา 
ผู้ก่อตั้งเว็บซื้อ-ขายเงินดิจิทัล Bitkub.com       
สามารถฟังพอดแคสต์ The Secret Sauce 
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใชอยู่แล้วได้


[เปิดฟังคลิปได้ที่นี่]





วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

กฎหมายมรดกของจีน อาจมีการอัปเดตให้ครอบคลุมสกุลเงินดิจิตอลรวมถึง Bitcoin

กฎหมายมรดกของจีน อาจมีการอัปเดตให้ครอบคลุมสกุลเงินดิจิตอลรวมถึง Bitcoin 

พฤษภาคม 26, 2020

เมื่อเร็ว ๆ นี้รัฐสภาจีน มีการเปิดเผยร่างของประมวลกฎหมายแพ่งฉบับปรับปรุง ซึ่งรวมถึงการคุ้มครองสิทธิพลเมือง เช่น ทรัพย์สิน , สัญญา , การแต่งงานและมรดก ซึ่งคาดว่าจะมีการอัปเดตที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิตอลรวมถึง Bitcoin
ในกฎหมายเกี่ยวกับการรับมรดก รัฐบาลจีนได้นำเสนอกรอบการทำงานหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อ cryptocurrency และเจ้าของ Bitcoin โดยในปัจจุบัน “กฎหมายมรดก” ฉบับดั้งเดิมก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1985 ได้แก่ civil income, housing, trees,cultural relics และ copyrights
โดยการอัปเดตใหม่นั้นจะมีการกำหนดว่า เมื่อบุคคลธรรมดาได้เสียชีวิตลง มรดกของเขา / เธอ คือทรัพย์สินทางกฎหมายส่วนบุคคล ซึ่งสิ่งนี้จะครอบคลุมไปถึงทรัพย์สินที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตและสกุลเงินดิจิตอล เช่น Bitcoin
Lixin Zhang ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัย Renmin แห่งประเทศจีนกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ China Central Television (CCTV) ว่า กฎหมายมรดกรุ่นเก่านั้นไม่สอดคล้องกับความต้องการของสังคมสมัยใหม่ ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจของจีนเติบโตอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มที่จะนำเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมใหม่มาใช้มากมาย
ร่างกฎหมายใหม่นี้จะถูกส่งไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติของจีนเพื่อตรวจสอบ และยังไม่ชัดเจนว่ามันจะส่งผลกระทบต่อ Bitcoin มากน้อยเพียงใด
อ้างอิง : LINK

วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

สภาประชาชนจีน(NPC) เสนอตั้งกองทุนสำหรับพัฒนาอุตสาหกรรม Blockchain เพื่อการเป็นผู้นำระดับโลก


สภาประชาชนจีน(NPC) เสนอตั้งกองทุนสำหรับพัฒนาอุตสาหกรรม Blockchain เพื่อการเป็นผู้นำระดับโลกพฤษภาคม 25, 2020

ที่การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน(NPC) ชุดที่ 13 ระหว่างวันที่ 22-28 พ.ค. ณ มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง ได้มีการเสนอจัดตั้งกองทุนพิเศษสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรม Blockchain
สภาประชาชนแห่งชาติหรือ NPC เป็นองค์กรนิติบัญญัติชั้นนำของจีน ที่มีตัวแทนทั่วประเทศกว่า 3,000 คนจจะมาพบกันปีละครั้งเพื่อยื่นข้อเสนอในระหว่างการประชุม โดยตามรายงานข่าวของปักกิ่งเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม Jieqing Tan รองผู้อำนวยการ NPC เสนอแนะให้จัดตั้งกองทุนพิเศษสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมบล็อกเชน หากได้รับการยอมรับกองทุนนี้จะเป็นกองทุนที่นำโดยรัฐบาล 
เป้าหมายของกองทุนคือการสนับสนุนการพัฒนาและการเติบโตของผู้ประกอบการ blockchain จำนวนมาก , ส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีบล็อกเชน และบ่มเพาะองค์กรที่เป็นระดับยูนิคอร์นในพื้นที่บล็อกเชน

Smart governance ผ่าน blockchain

ด้วยการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมบล็อกเชน ทำให้ Tan เชื่อว่าระบบการกำกับดูแลของประเทศจะ “ทันสมัย” มากขึ้น
เทคโนโลยีบล็อคเชนไม่เพียง แต่จะเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการผลักดันประเทศจีนสู่การเป็น smart governance และ high-trust society เท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยให้จีนเป็นผู้นำระดับโลกในการพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต เขาคิดว่าด้วยการเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมนี้ จีนจะสามารถปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติได้ดีขึ้น 
Tan ยังเสนอว่าควรกำหนดแผนพัฒนาอุตสาหกรรมบล็อกเชนแห่งชาติอย่างชัดเจน โดยกล่าวว่า: 
“ตั้งแต่มาตรฐานเทคโนโลยีระดับรากหญ้า ไปสู่การพัฒนาแอพพลิเคชั่นอุตสาหกรรมในระดับกลาง ไปจนถึงการออกแบบระบบที่ระดับบนสุด เทคโนโลยีบล็อกเชนแห่งชาติ , อุตสาหกรรมและการกำกับดูแลระบบ ควรได้รับการประสานงานอย่างดีในทุกระดับ”
ศักยภาพทางเศรษฐกิจใหม่และโอกาสในการทำงานใหม่ ๆ ที่ได้รับจากเทคโนโลยีบล็อกเชนนั้นมีขนาดใหญ่มาก อย่างไรก็ตาม Tan ก็ชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันจำนวนผู้ประกอบการ blockchain ยังมีจำกัด ความสามารถในการ scalability และการขาดความสามารถและข้อมูล ยังคงเป็นปัญหาหลักที่ขัดขวางระบบนิเวศของ blockchain จากการพัฒนา
อ้างอิง : LINK

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

สรุปเรื่อง "หยวนดิจิทัล" แบบเข้าใจง่ายๆ

สรุปเรื่อง "หยวนดิจิทัล" แบบเข้าใจง่ายๆ พฤษภาคม 22, 2020
ตั้งแต่จีนเริ่มปฏิรูปเศรษฐกิจในยุค เติ้ง เสี่ยวผิง ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ทำให้เศรษฐกิจ และภาคอุตสาหกรรมจีนขยายตัวเรื่อยมา จนขึ้นชื่อว่าเป็นโรงงานของโลก
ด้วยขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้น และเติบโตแข็งแกร่ง ทำให้เงินสกุลหยวนของจีนมีความสำคัญมากขึ้น จนในปี 2015 IMF ได้รับรองให้หยวนเป็นสกุลเงินที่ 5 ที่ได้บรรจุในตะกร้า SDRs หรือตะกร้าเงินสำรองระหว่างประเทศ

ปัจจุบัน จีนในยุค สี จิ้นผิง มีวิสัยทัศน์พาจีนก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและก้าวเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลก ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญกับเงินหยวนอีกครั้ง ด้วยการพยายามเปลี่ยนให้เงินหยวนเป็นเงินดิจิทัลสกุลแรกของโลก
หยวนดิจิทัล” มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ
หยวนดิจิทัล ถูกพัฒนาโดยกลุ่มวิจัย Digital Currency Research Institute ที่ร่วมกันก่อตั้งโดยรัฐบาลและเอกชนในปี 2017
หยวนดิจิทัลมีลักษณะเป็น Central Bank Digital Currency (CBDC) หรือสกุลเงินดิจิทัลที่ออกและควบคุมโดยธนาคารกลาง
หยวนดิจิทัลเป็นรูปแบบ Stable Coin คือมูลค่าจะถูกหนุนหลังด้วยเงินหยวนในอัตราส่วน 1:1 หมายความว่าทุกการออกเงิน 100 หยวนดิจิทัล จะต้องมี 100 หยวนเก็บไว้ในบัญชีธนาคารกลางของจีนเสมอ
กระเป๋าที่ใช้เก็บหยวนดิจิทัล คือแอปพลิเคชันที่ต้องดาวน์โหลดลงมือถือของแต่ละคนโดยไม่ต้องผูกกระเป๋ากับบัญชีธนาคาร ซึ่งต่างจากแอปพลิเคชันในการจ่ายเงินอื่นในจีน เช่น WeChat หรือ Alipay ที่ต้องผูกกับบัญชีธนาคาร
หรือพูดให้เข้าใจง่าย คือการย้ายกระเป๋าเงินจากโลกปัจจุบันไปไว้ในโลกออนไลน์แทน
จุดเด่นอีกเรื่องที่สำคัญคือ การรับ-จ่ายเงินแบบออฟไลน์ ในขณะที่มือถือไม่ได้เชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ต ระบบจะใช้เทคโนโลยี Near Field Communication (NFC) ในการจับคู่อุปกรณ์และรับส่งข้อมูลธุรกรรมทางการเงินที่เกิดขึ้นในขณะออฟไลน์ คล้ายกับการแตะบัตรจ่ายเงินตาม BTS หรือศูนย์อาหาร และส่งข้อมูลเข้าระบบอีกครั้งในภายหลังเมื่ออุปกรณ์มีสถานะออนไลน์
การควบคุมปริมาณเงิน และตรวจสอบธุรกรรมที่ผิดปกติเป็นอำนาจหน้าที่ของธนาคารกลางของจีน (PBOC) โดยการนำเงินหยวนดิจิทัลเข้าระบบจะเริ่มส่งกระจายผ่านธนาคารพาณิชย์หลัก 4 แห่ง คือ ICBC, CCB, ABC และ BOC ที่จะมีแอปพลิเคชันให้ดาวน์โหลด e-wallet ส่วนภาคเอกชนอย่าง WeChat หรือ Alipay ก็มีช่องทางการใช้หยวนดิจิทัลในแอปพลิเคชันของตัวเอง
ระบบที่ดูแลเชื่อมต่อธุรกรรมทางการเงินเป็นเทคโนโลยี Blockchain ที่อาจใช้ร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ส่งเสริมให้การกำกับดูแลของธนาคารกลางมีความคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งสวนทางกับแนวคิดของสกุลเงินดิจิทัลอื่นที่เน้นการใช้ Blockchain เพียงอย่างเดียวเพื่อลดการแทรกแซงจากองค์กรต่างๆ เช่น รัฐบาล หรือธนาคารกลาง
หยวนดิจิทัลอยู่ในช่วงการทดสอบใน 4 เขตพื้นที่พิเศษ คือ ซูโจว เซินเจิ้น สงอัน และ เฉิงตู โดยมีการทดลองจ่ายเงินเดือนข้าราชการ พนักงานบริษัทบางส่วนเป็นหยวนดิจิทัล และให้ประชาชนนำไปใช้จ่ายตามร้านค้าที่เข้าร่วมการทดสอบในพื้นที่ เช่น McDonald, Subway, Starbucks
โดยภาพรวม จีนไม่ได้พยายามสร้างสกุลเงินใหม่ขึ้นมา แต่เป็นการพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงินใหม่ที่รัฐบาลตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ง่ายขึ้นในโลกดิจิทัล
และด้วยการระบาดของ Covid-19 ในปัจจุบัน คนกังวลเรื่องการใช้ธนบัตรหรือการสัมผัสกันทางอ้อมมากขึ้น ก็ยิ่งเป็นปัจจัยส่งเสริมผลักดันให้คนเริ่มใช้หยวนดิจิทัลได้ง่ายขึ้น
ท่ามกลางความสนใจของธนาคารกลางหลายประเทศที่กำลังศึกษาวิจัยสกุลเงินดิจิทัล รวมถึงภาคเอกชนอย่างเช่น สกุล Libra ของ Facebook ที่กำลังเดินหน้าในเรื่องนี้ ยิ่งน่าสนใจว่าหยวนดิจิทัลจะสามารถประกาศใช้อย่างเป็นทางการทั่วประเทศได้เมื่อใด
ต้องติดตามกันต่อไปว่า หยวนดิจิทัลจะเป็นที่แพร่หลายและแผ่อำนาจไปตามยุทธศาสตร์ One Belt, One Road ของจีนที่เน้นการลงทุนตามเส้นทางสายไหมในประเทศตั้งแต่โลกตะวันออกทอดยาวไปตะวันตกได้มากแค่ไหน
แต่ที่แน่ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้
กระเป๋าสตางค์อาจไม่จำเป็นแล้วสำหรับคนจีนก็เป็นได้..