วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2563

เทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์จะมาทำลาย Bitcoin หรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญมีคำตอบ

 

เทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์จะมาทำลาย Bitcoin หรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญมีคำตอบ

สิงหาคม 24, 2020

นักวิทยาศาสตร์ด้านควอนตัมรายหนึ่งกำลังศึกษาความเป็นไปได้ถึงผลกระทบต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมต่อระบบการเข้ารหัส (cryptography) และ cryptocurrency ในขณะนี้

โดยอ้างอิงจากวีดีโอบน Youtube ตัวหนึ่งได้มีนักวิทยาศาสตร์ควอนตัมรายหนึ่งนามว่า Anastasia Marchenkova ที่ได้ออกมาแบ่งปันความเห็นของเธอเกี่ยวกับการแข่งขันและการพัฒนาเพื่อทำลายเทคโนโลยีการเข้ารหัสด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัม

“อัลกอริทึมของ Shor (ควอนตัม) สามารถที่จะทำลาย RSA และ elliptic curve cryptography ที่ถือเป็นปัญหาอย่างมากเนื่องจากว่าข้อมูลของเราในทุกวันนี้ถูกเข้ารหัสด้วยอัลกอริทึ่มสองตัวดังกล่าวนั้น แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมนั้นก็ไม่ได้รวดเร็วไปสำหรับทุกอย่าง แต่มันเร็วขึ้นในการแก้ไขปัญหาบางส่วน และนั่นดูเหมือนว่าจะเป็น RSA และ elliptic curve encryption

แต่มันก็ยังมีอัลกอริทึ่มการเข้ารหัสในแบบอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม และพวกเราจำเป็นที่จะต้องค้นหามัน และก็นำมันไปใช้งานจริง ก่อนที่เครื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดที่ใหญ่กว่านี้จะถูกสร้างขึ้นมา การทำลายการเข้ารหัสนั้นจำเป็นที่จะต้องมี qubit เป็นจำนวนมหาศาลอย่างมาก ศึ่งอยู่ที่ประมาณ 10 ล้าน qubit โดยประมาณ แต่มันถือเป็นหนึ่งในการค้นพบว่าสิ่งที่เครื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถทำได้นั้นมีอะไรบ้าง 

เครื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมนำเอาพลังจาก quantum properties มาเพื่อใช้สุ่มตัวเลขให้เร็วมากขึ้นกว่าเดิม และนั่นถือเป็นส่วนประกอบหลักของเทคโนโลยีที่ที่อยู่เบื้องหลังการเข้ารหัสแบบ RSA ท้ายสุดนี้ก็คือข้อมูลส่วนตัวของเรานั้นจะไม่มีความปลอดภัยอีกต่อไปหากเรามีเครื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีขนาดใหญ่มากกว่านี้ ดังนั้นพวกเราจึงต้องทำอะไรกับมันสักอย่าง”

เมื่อไม่นานมานี้คอมพิวเตอร์ควอนตัมดูเหมือนว่าจะกลายมาเป็นข่าวใหญ่หน้าหนึ่งทั่วโลก เนื่องจากหลายคนกลัวว่ามันจะมาเป็นภัยคุกคามต่อระบบการเข้ารหัส ที่ถือเป็นหัวใจหลักสำคัญของเหรียญ cryptocurrency และก็อินเตอร์เน็ทในตอนนี้ เครื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมนั้นมีความสามารถในการเจาะรหัสและแก้ไขสมการตัวเลขที่มีความซับซ้อน เนื่องจากว่าตัว qubit หรือ quantum bit สามารถที่จะนำมาใช้เพื่ออยู่ในรูปแบบที่เรียกว่า “superimposition” ด้วยการทำงานในสอง state ในเวลาเดียวกันได้

แต่ในขณะเดียวกันนาง Marchenkova นั้นไม่คิดว่าผู้ถือเหรียญ​คริปโตนั้นจำเป็นที่จะต้องเคลื่อนย้าย Bitcoin ของพวกเขาไปยัง wallet ที่ปลอดภัยจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมในทันที แต่เธอเชื่อว่าใครก็ตามที่ถือเหรียญคริปโตอยู่ควรที่จะเริ่มศึกษาและอัพเดตข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีดังกล่าวได้แล้ว เนื่องจากว่าสักวันหนึ่ง blockchain มีความจำเป็นที่จะต้องถูกอัพเกรดให้สามารถปกป้องตัวเองต่อการมาของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัมได้“ใช่ คุณควรที่จะกังวล แต่ไม่ใช่ตอนนี้ คุณยังไม่จำเป็นที่จะต้องเคลื่อนย้าย Bitcoin ของคุณในวันนี้ ไปยัง wallet ที่ทนทานต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัม แต่คำถามก็คือ เราจะอัพเกรด blockchain ได้อย่างไร

เราสามารถที่จะ fork มันได้ และเดินไปข้างหน้าต่อ ทุกอย่างจะเป็นไปโดยปกติ หากเราสามารถที่จะหาอัลกอริทึ่มที่ปลอดภัยต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัม แต่คำถามก็คือพวกเราจำทำอย่างไรต่อเหรียญเก่า หรือเหรียญที่สูญเสีย private key ไปแล้ว พวกเราจะกล่าวว่า ‘ขอโทษนะ บาย ตอนนี้ส่วนนี้ของ chain จะไม่สามารถใช้งานได้แล้ว จนกว่าคุณทำการเคลื่อนย้ายมัน หรือเข้ารหัสมันใหม่’ หรือเราจะค้นหาเทคโนโลยีใหม่ล่ะ?”

 



ธนาคารกลางจีนเริ่มทดสอบเหรียญหยวนดิจิตอลในร้านค้าปลีกแล้ว

 

ธนาคารกลางจีนเริ่มทดสอบเหรียญหยวนดิจิตอลในร้านค้าปลีกแล้ว

แม้จะมีรายงานออกมาหลายแห่งที่เผยว่าธนาคารกลางของจีนกำลังทดสอบการทำธุรกรรมเหรียญดิจิตอลหยวน (CBDC) ด้วยจำนวนเม็ดเงิน volume ขนาดใหญ่ โดยทางธนาคารกล่าวว่าพวกเขากำลังโฟกัสไปที่การทำธุรกรรมขนาดเล็กบนร้านค้าปลีก แต่ก็ยังมีการคอนเฟิร์มว่าการทดสอบดังกล่าวนี้อยู่ในบางมณฑลอีกด้วย

เหรียญดิจิตอลหยวนของจีนถูกนำไปทดสอบทำธุรกรรมขนาดเล็ก

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานที่ออกมาเคลมว่าทางธนาคารกลางแห่งประเทศจีนได้ทำการทดสอบสกุลเงินดิจิตอลสำหรับธนาคารกลาง หรือหยวนดิจิตอล โดยการทดสอบหลักๆของเขาจะเป็นการทดสอบด้วย volume จำนวนมหาศาลเพื่อที่จะดูว่ามันสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน

นอกจากนี้แล้วยังมีข่าวลืออีกด้วยว่าในเมืองเซินเจิ้น หรือทางใต้ของจีนโดยเฉพาะในมณฑลกวางตุ้งได้มีการรองรับการใช้งานเจ้าเหรียญดังกล่าวแล้วหลังจากที่ประชาชนบางคนออกมาเคลมว่าพวกเขาได้รับเหรียญดังกล่าวเป็นจำนวนมากจากธนาคารหลังจากที่ทำการขายอสังหาริมทรัพย์ได้

อย่างไรก็ตามสำนักข่าว Global Times ได้ออกมายืนยันข่าวลือดังกล่าวด้วยการอ้างอิงรายงานของธนาคารกลางจีน โดยรายงานจากวันนี้เผยว่าธนาคารกลางนั้นกำลังทดสอบเหรียญ CBDC ในร้านค้าปลีกบางแห่ง

“ในขณะนี้ จุดมุ่งหมายของการทดสอบนั้นก็เพื่อที่จะให้แน่ใจว่าขั้นตอนการทำงานของเหรียญดังกล่าวนั้นสามารถทำงานได้อย่างลื่นไหลและปลอดภัย และเพื่อที่จะดูว่าเหรียญดิจิตอลของธนาคารกลางนั้นสามารถถูกแจกจ่ายจากธนาคารกลางไปสู่สถาบันการเงินได้ดีขนาดไหน

เมื่อการทดสอบจับร้านค้าปลีกนั้นประสบความสำเร็จ พวกเขาก็จะมีการทำธุรกรรมขนาดใหญ่เกิดขึ้น” กล่าวโดยศาสตราจารย์ Wang Peng จาก Gaoling School of Artificial Intelligence ที่มหาวิทยาลัย Renmin University

การทดสอบเหรียญดิจิตอลดังกล่าวนั้นถูกทำขึ้นในเมืองเซินเจิ้น, ซูโจว, เฉิงตู, และเหอเป่ย

อย่างไรก็ตามการทดสอบเทคโนโลยีดังกล่าวในเมืองเซินเจิ้นนั้นดูเหมือนว่าจะมีมานานแล้วนะแต่ว่าก่อนหน้านี้บริษัทหลายๆที่ในเมืองดังกล่าวเริ่มมีการโพสรับสมัครงานด้านบล็อกเชนและอื่นๆอีกมากมายที่เกี่ยวกับคริปโต

https://siamblockchain.com/2020/08/24/68185peoples-bank-of-china-cbdc-tested-on-small-retail-transactions/

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ธนาคารของรัฐรายใหญ่ของจีนเริ่มทดสอบ Wallet สำหรับ “หยวนดิจิตอล” แล้ว


ธนาคารของรัฐรายใหญ่ของจีนเริ่มทดสอบ Wallet สำหรับ “หยวนดิจิตอล” แล้ว

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม รายงานจากรอยเตอร์ระบุว่า ธนาคารได้มีการทดสอบการประยุกต์ใช้ Wallet application เพื่อโอนเงินและชำระเงินในสกุลเงินของธนาคารกลางจีนหรือ DCEP โดยตามรายงานระบุว่า การพัฒนาดังกล่าวได้รับการเปิดเผยในขั้นต้นจากทางหนังสือพิมพ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐโดดยมีการอ้างถึงแหล่งข่าวที่ระบุว่าพนักงานของธนาคารของรัฐในเมืองต่าง ๆ รวมถึงเซินเจิ้นได้เริ่มทดสอบแอพหยวนดิจิลตอลแบบภายในเพื่อการโอนเงินและชำระเงิน

การพัฒนาครั้งใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญอีกครั้งของจีนในการนำเงินหยวนดิจิตอลมาใช้ และสอดคล้องกับเป้าหมายสำคัญของธนาคารกลางของจีนอย่าง PBOC โดยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม PBOC รายงานว่าจีนควรส่งเสริมการพัฒนาเงินหยวนดิจิทัลอย่างจริงจังโดยเป็นส่วนหนึ่งของความสำคัญสูงสุดในช่วงครึ่งหลังของปี 2020

ในขณะที่จีนกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้มงวดที่สุดในแง่ของการควบคุม Crypto แต่อีกมุมก็ยังเป็นผู้นำของโลกในเรื่องการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของประเทศ โดยธนาคารกลางของจีนมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในส่วนของ Cbdc และในเดือนเมษายน จีนก็ประสบความสำเร็จในการทำโครงการนำร่องในสี่เมือง ได้แก่ เซินเจิ้น เฉิงตู ซูโจว และสงอัน

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม มีรายงานว่า PBoC มีเจตนาที่จะใช้เงินหยวนดิจิตอลเพื่อลดการครอบงำของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเช่น Alibaba และ Tencent 

อ้างอิง : LINK

https://bitcoinaddict.org/2020/08/07/chinas-state-run-banks-reportedly-testing-wallet-for-digital-yuan/?utm_source=izooto&utm_medium=push_notification&utm_campaign=Bitcoin_Addict
 

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2563

อดีตรองประธานธนาคารกลางจีน ต้องการผลักดันให้ “หยวนดิจิตอล” ใช้แทนเงินสดหมุนเวียน


อดีตรองประธานธนาคารกลางจีน ต้องการผลักดันให้ “หยวนดิจิตอล” ใช้แทนเงินสดหมุนเวียน

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

“ซูโจว” ประสบความสำเร็จในการนำร่อง “หยวนดิจิตอล” และร่วมกับ Cypherium เพื่อพัฒนา Blockchain City

“ซูโจว” ประสบความสำเร็จในการนำร่อง “หยวนดิจิตอล” และร่วมกับ Cypherium เพื่อพัฒนา Blockchain City  
เมืองซูโจวได้ประสบความสำเร็จในการนำร่องโครงการ “หยวนดิจิตอล” (DCEP) และความคิดริเริ่ม blockchain อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และได้ Cypherium ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม blockchain ระดับองค์กรเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา blockchain
ซูโจวเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญตั้งอยู่ในมณฑลเจียงซู โดยเป็นหนึ่งในเมืองที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในประเทศจีน และซูโจวยังเป็นหนึ่งในเมืองของโครงการนำร่องทดสอบสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางของจีน
Cypherium ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจหรือ MoU กับเมืองซูโจวเพื่อความก้าวหน้าของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน blockchain โดยบริษัทประกาศข่าวนี้เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม
Sky Guo ซีอีโอของ Cypherium กล่าวว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการทำงานร่วมกันกับการพัฒนา Blockchain ที่หลากหลายในซูโจว
“ด้วยการทดสอบหลายครั้งที่เกิดขึ้นในเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนงานในเมืองซูโจวที่ได้รับเงินอุดหนุนค่าเดินทางด้วย DCEP และการทำงานร่วมกันนี้จะมีบทบาทในการพิจารณาว่าโครงการใดจะประสบความสำเร็จ”
Cypherium กำลังพัฒนาแพลตฟอร์ม smart contract ขององค์กรที่ใช้การผสมผสานระหว่าง Proof-of-Work หรือ PoW และอัลกอริทึม HotStuff consensus โดยโปรโตคอล HotStuff นั้นยังถูกใช้โดยโครงการ Libra ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิตอลที่ยังไม่เปิดตัวของ Facebook อีกด้วย
นอกจากนี้ Cypherium ยังได้สร้างเครือข่ายพันธมิตรขนาดใหญ่เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบล็อกเชน โดยบริษัทวางตำแหน่งตัวเองเป็นโครงการแรกที่ได้ร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีมากมายเช่น Google, Microsoft, Amazon, และ IBM

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

“ความฝันของจีน” (China Dream) อาจขัดขวางการพัฒนา “หยวนดิจิตอล”

“ความฝันของจีน” (China Dream) อาจขัดขวางการพัฒนา “หยวนดิจิตอล”

เครือข่าย Blockchain ของจีน หรือ BSN ยังคงทำงานเป็นเครือข่ายเดียว ไม่ได้แยกออกแต่อย่างใด

เครือข่าย Blockchain ของจีน หรือ BSN ยังคงทำงานเป็นเครือข่ายเดียว ไม่ได้แยกออกแต่อย่างใด