วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556

ตัวอย่างงานวิจัย ระดับปริญญาเอก ฉบับ Full Text


ตัวอย่างงานวิจัยสาขาวิชาการบริหารการศึกษา ระดับ ปริญญาเอก

  • การพัฒนารูปแบบที่มีประสิทธิภาพของการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (The development of effective strategic implementation model in the govermental higher education institutions)ระดับปริญญาเอก  http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003780  
  • การพัฒนารูปแบบองค์การแห่งการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002774
  • การพัฒนาและการประเมินผลการใช้โปรแกรมประยุกต์สำหรับพัฒนาตนเองของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (The development and evaluation of using application software for administrators’ self development in basic education) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002775
  • การพัฒนาศักยภาพผู้ช่วยบริหารสถานศึกษาเอกชนด้านอาชีวศึกษาตามสภาวะการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002776
  • การวิเคราะห์ตัวบ่งชี้คุณภาพการจัดการศึกษาโรงเรียนคาทอลิกสายสามัญในประเทศไทย ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002797
  • การวิเคราะห์องค์ประกอบและการพัฒนาตัวชี้วัดการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (Factors analysis and indicators development of school-based management in basic education schools) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003760
  • การสังเคราะห์วิทยานิพนธ์ระดับดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษาในประเทศไทย ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002800
  • ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างของปัจจัยการบริหารยุทธศาสตร์การจัดการการเรียนรู้และการปฏิบัติตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ (The structure relationship of learning strategic management factors and the national education standard practice) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002843
  • คุณธรรมที่ส่งเสริมการเป็นกัลยาณมิตรของผู้บริหารในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (The virtue for being Kalayanamitta of administrators in the Publec Higher Education Institutes) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003273
  • คุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารในสถานศึกษาที่มีคุณภาพ (Administrators’ leadership traits in quality schools) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002764
  • จริยธรรมของผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002949
  • ตัวบ่งชี้การบริหารสถานศึกษาที่ส่งเสริมทักษะการคิดของนักเรียน (School management indicators for promoting student thinking skills) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002768
  • นวัตกรรมการบริหารโรงเรียนชายแดนภูมิภาคตะวันตก (Educational administration innovation for the western border schools) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003765
  • แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานขนาดเล็ก (Best practices in academic administration of small-size basic education school) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003520
  • ปัจจัยการบริหารที่มีอิทธพลต่อคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002997
  • ปัจจัยที่จำแนกการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002999
  • ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003000
  • ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนากระบวนการคิดในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (Factors affecting the development of thinking process in basic education school) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003850
  • ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การของอาจารย์วิทยาลัยพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข (Factors influencing organizational cttizenship behaviors of nursing instructors in colleges of nursing, Ministry of public health) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003784
  • ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เขตพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก (Factors affecting managerial effectiveness of basic schools in the eastern seaboard development area) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003777
  • ปัจจัยเอื้อและแนวปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเอกชนในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Support factors and guideline appropriate for implementing strategies encouraging private school involvement in basic education) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002765
  • ผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสำนักเรียนพระปริยัติธรรม (Strategic leadership of Buddhist School Administrators) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003785
  • รูปแบบการไกล่เกลี่ยของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (A mediation model of basic educational school administrators) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003544
  • รูปแบบการจัดการซัพพลายเชนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (A supply chain management model in basic education schools) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003763
  • รูปแบบการนิเทศภายในสำหรับสถานศึกษาขนาดเล็ก ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003068
  • รูปแบบการบริหารการเปลี่ยนผ่านจากโรงเรียนร่วมสู่การทำงานของนักเรียนพิการระดับมัธยมศึกษา (The administrative model for transition from school to work of disabilities students in mainstreaming secondary schools) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003265
  • รูปแบบการบริหารคุณภาพแบบเบ็ดเสร็จใจมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงกล (Tqm model in Rajamangala University of technology) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000001886
  • รูปแบบการบริหารเครือข่ายโรงเรียนแบบมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิผลสังกัดกรุงเทพมหานคร ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003073
  • รูปแบบการบริหารงานประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยราชภัฏ ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003074
  • รูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก (A model of the strategic management for small schools) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003472
  • รูปแบบการบริหารทรัพยากรบุคคลในสถาบันอุดมศึกษา (The model of human resource management in higher education institutes) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003840
  • รูปแบบการบริหารโรงเรียนที่มีประสิทธิผล (The model of school administrative effectiveness) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002676
  • รูปแบบการบริหารโรงเรียนสองภาษาสำหรับประเทศไทย (A model of Thailand English program school administration) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003782
  • รูปแบบการบริหารโรงเรียนสาธิตปฐมวัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏ (The administrative model for early Childhood Laboratory School of Rajabhat Universites) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003843
  • รูปแบบการบริหารโรงเรียนเอกชนที่เป็นนิติบุคคล (The model of administration for private school as juristic person) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002766
  • รูปแบบการประกอบการของโรงเรียนสองภาษาในประเทศไทย (The entreperneurial model of bilingual schools in Thailand) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003462
  • รูปแบบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีแผนของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (The planned change model for basic educational schools) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003787
  • รูปแบบความเป็นเลิศของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร (The model of excelence schools under Bangkok metropolitan administration) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003762
  • รูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงสาเหตุขององค์ประกอบที่มีผลต่อภาวะผู้นำของคณบดีของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ (A causal structural relationship model of factors affecting leadership of deans in Public Autonomous University) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002769
  • รูปแบบความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างระหว่างคุณธรรมของผู้บริหารสถานศึกษากับความภักดีต่อองค์การของผู้รับบริการ (The linear structural relationship model between moral of school adininstrators and organization loyalty of clients) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003848
  • รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของตัวชี้วัดการจัดการความรู้ของสถาบันอุดมศึกษา (The causal relationship model of Knowledge management indicators of higher education institutes) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003778
  • รูปแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิผลในการปฏิรูปการศึกษาแบบยั่งยืน (A model of effective transformational leadership for sustainable education reform) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003264
  • รูปแบบภาวะผู้นำและประสิทธิผลของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003078
  • รูปแบบภาษีเพื่อการศึกษา ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002976
  • รูปแบบแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003079
  • รูปแบบสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีประสิทธิผล (Competency model of effective school administratiors in basc education schools) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003473
  • วัฒนธรรมองค์กรกับประสิทธิภาพการบริหารอุดมศึกษา ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003096
  • วัฒนธรรมองค์การกับความผูกพันต่อสถานศึกษาของครู ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 2 ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003097
  • องค์ประกอบการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในทศวรรษหน้า ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003119
  • องค์ประกอบบรรยากาศองค์การในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (The factors of organizational climate in sasic educational schools) ระดับ ปริญญาเอก
    http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003267
ขอบคุณการแบ่งปันและข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์ครูไทยและแอดมิน
http://xn--42c2b7ac4iwc.com/index.php?topic=6243.0




วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Teach less Learn More ตอน 1 : ทักษะแห่งอนาคตใหม่ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21


ทักษะแห่งอนาคตใหม่  :

การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คือ อย่างไร ?




      

ศตวรรษที่ 21 สถานการณ์โลกมีความแตกต่างจากศตวรรษที่ 20 และ 19
ระบบการศึกษา ต้องมีการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะความเป็นจริง

         ในประเทศสหรัฐอเมริกาแนวคิดเรื่อง "ทักษะแห่งอนาคตใหม่ : การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21" ได้ถูกพัฒนาขึ้น โดยภาคส่วนที่เกิดจากวงการนอกการศึกษา ประกอบด้วย บริษัทเอกชนชั้นนำขนาดใหญ่ เช่น บริษัทแอปเปิ้ล บริษัทไมโครซอฟ บริษัทวอล์ดิสนีย์ องค์กรวิชาชีพระดับประเทศ และสำนักงานด้านการศึกษาของรัฐ รวมตัวและก่อตั้งเป็นเครือข่ายองค์กรความร่วมมือเพื่อทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (Partnership for 21st Century Skills) หรือเรียกย่อๆว่า เครือข่าย P21

        หน่วยงานเหล่านี้มีความกังวลและเห็นความจำเป็นที่เยาวชนจะต้องมีทักษะสำหรับการออกไปดำรงชีวิตในโลกแห่งศตวรรษที่ 21      ที่เปลี่ยนไปจากศตวรรษที่ 20 และ 19 จึงได้พัฒนาวิสัยทัศน์และกรอบความคิดเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21ขึ้น สามารถสรุปทักษะสำคัญอย่างย่อๆ ที่เด็กและเยาวชนควรมีได้ว่า ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม หรือ 3R  และ 4C ซึ่งมีองค์ประกอบ ดังนี้ Reading (การอ่าน), การเขียน(Writing) และ คณิตศาสตร์ (Arithmetic) และ 4 C (Critical Thinking-การคิดวิเคราะห์, Communication- การสื่อสาร Collaboration-การร่วมมือ และ Creativity-ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงทักษะชีวิตและอาชีพ และทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี และการบริหารจัดการด้านการศึกษาแบบใหม่ 



       แนวคิดทักษะแห่งอนาคตใหม่: การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คืออย่างไร และคุณลักษณะที่เด็กและเยาวชนพึงมีในโลกยุคใหม่คืออย่างไร คลิกเพื่ออ่านที่นี่

       นอกจากนี้อีกคนหนึ่งที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันเรื่องการฎิรูปการเรียนรู้ดังกล่าวให้กว้างขวางขึ้น คือ เซอร์เคน โรบินสัน นักการศึกษาระดับโลก โดยได้เน้นยำ้ถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงแนวคิดการจัดการศึกษาระบบโรงงาน มาเป็นการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิดอย่างสร้างสรรค์และเข้ากับบริบทของโลกที่ได้เปลี่ยนแปลงไป  ชมแอนิเมชั่นด้านบน การเปลี่ยนแปลงแนวคิดด้านการศึกษาในศตวรรษที่ 21  (Changing Education Paradigms) โดย เซอร์เคน โรบินสัน 

         กรอบแนวคิดข้างต้นเองก็เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตใหม่ในประเทศไทยและท่านที่ริเริ่มและมีบทบาทสำคัญในการผลักดันได้แก่ ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช โดยท่านได้เขียนลงบล็อก  http://www.gotoknow.org อยู่เป็นประจำ รวมถึงได้เขียนหนังสือออกมาชื่อว่า
วิถีสร้างการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21

(สามารถดาวน์โหลดหนังสือได้ที่ http://learning.thaissf.org/document/media/media_396.pdf)



หรือชมวีดีทัศน์  "วิถีสร้างการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21" โดย ศ. นพ. วิจารณ์ พานิช

         ภาพจาก Langwitches.org
         ขอบคุณบทความดีๆ ที่เห็นควรแบ่งปันบอกต่อ
         จาก http://www.qlf.or.th/Home/Details?contentId=417


วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

โจทย์วิจัย สู่อาเซียนของ สกว.





สกว.พัฒนาโจทย์วิจัย...สู่อาเซียน
แนะ "ปั้นคนรุ่นใหม่-เน้นยุทธศาสตร์ 3 เสาหลัก"


            ดร.จุฬากรณ์ มาเสถียรวงศ์ ผอ.สถาบันรามจิตติ หัวหน้าโครงการจับกระแสความเคลื่อนไหวและนวัตกรรมในการจัดการศึกษาและพัฒนาเด็กและเยาวชน(INTREND)กล่าวในการเสวนา เรื่อง "จับกระแสการเตรียมคนรุ่นใหม่เข้าสู่อาเซียน : วางทิศคิดทางประเทศไทย" ว่าประเทศไทยเรายังมีปัญหาพื้นฐานทั้งในเรื่องโอกาสและคุณภาพการศึกษา โดยยังมีเด็กด้อยโอกาสหลุดจากระบบการศึกษานับล้านคน กลายเป็นแรงงานที่ด้อยคุณภาพ ขาดโอกาสการพัฒนา   คุณภาพการศึกษาโดยรวมก็ยังตกต่ำ จากการขาดกำลังครูและปัจจัยสนับสนุนที่มีคุณภาพและทั่วถึง

           ส่วนการเตรียมคนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ตนอยากเน้นยุทธศาสตร์เชิงประเด็นที่สำคัญๆ และมีผลกระทบสูงเพื่อตอบโจทย์สามเสาหลักอาเซียน โดยในเสาหลักด้านสังคมวัฒนธรรม อยากเน้นมากเพราะเป็นรากฐานความเข้มแข็งของประชาคมระยะยาว อยากให้รัฐส่งเสริมการศึกษาเพื่อความเข้าใจในรากเหง้าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีร่วมกัน โดยเน้นการเรียนรู้ผ่านกระบวนการวิจัยที่จะพัฒนาทักษะการคิดเด็ก ส่วนเชิงเนื้อหาควรเน้นประเด็นการค้นคว้าเกี่ยวกับวัฒนธรรมการใช้ชีวิตที่เกี่ยวพันกับประเทศเพื่อนบ้านที่เด็กจับต้องได้

           ส่วนเสาหลักทางเศรษฐกิจตนอยากเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะแรงงานทั้งในกลุ่มอายุวัยเรียนและแรงงานนอกกลุ่มอายุวัยเรียนอีกหลายสิบล้านคน อาศัยกลไกสถาบันอาชีวศึกษา วิทยาลัยชุมชน การศึกษานอกระบบเป็นสำคัญ โดยให้ท้องถิ่นร่วมสนับสนุนและรับประโยชน์ที่เกิดขึ้นร่วมกับเพื่อนบ้าน ส่วนเสาหลักด้านการเมืองและความมั่นคงตนขอให้เน้นเรื่องการเคารพในพันธสัญญาหรือข้อปฏิบัติที่มีร่วมกัน โดยเฉพาะพันธสัญญาด้านสิทธิมนุษยชน

       
ที่มา: ข่าวสด ฉบับวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สกว. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย


น่าสนใจมากทีเดียวกับโจทย์วิจัยนี้   3 เสาหลัก ได้แก่
1.เสาหลักด้านสังคมวัฒนธรรม ** สำคัญที่สุด เพราะเป็นรากฐานของความเข้มแข็ง
2.เสาหลักทางเศรษฐกิจ
3.เสาหลักด้านการเมืองและความมั่นคง








วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทำอย่างไรให้กลุ่มชาติพันธุ์อ่านเขียนพูดไทยชัดชัด

      
บทความดีๆที่ขออนุญาตนำมาเผยแพร่และศึกษา

 

ถ้าไม่เชื่อเรื่องบุญทำกรรมแต่งแล้วจะเชื่ออะไร เมื่อได้มีโอกาสทำงานวิจัย ที่คาดไม่ได้คิดไม่ถึงว่าจะมีวันนี้ วันที่ได้เรียนรู้มากมายหลากหลายประสบการณ์ทั้งจากพื้นที่ ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ ประสบการณ์นี้คงซื้อหาไม่ได้ แต่เอาไว้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพิ่มประสบการณ์ให้กับชีวิตในมุมมองหนึ่ง 

            เมื่อต้องไปทำงานวิจัยการรู้หนังสือสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่   นี่มันคืออะไรกันนี่ คำถาม/ปัญหาการวิจัย คือ ทำอย่างไรให้คนกลุ่มชาติพันธุ์อ่านออกเขียนได้ แล้วทำอย่างไร มีอะไรที่เป็นนวกรรมเพื่อการเรียนรู้ที่จะทำให้คนอ่านออกเขียนได้ ทำอย่างไรกันนี่

            งานวิจัยนี้มีลูกพี่เป็น ดร. สองท่าน เป็นหัวหน้าวิจัย ก็นับว่ามีที่พึ่งได้ในระดับหนึ่งก็แล้วกัน แต่ทั้งลูกพี่และลูกน้องต่างก็ยังคิดกันไม่ออกเลยว่าจะทำอย่างไรให้คนที่ไม่ได้พูดภาษาไทยตั้งแต่เกิด หันมาพูดภาษาไทยได้อย่างดี นี่เขาก็สอนกันมาจนผมขาวหนวดขาวกันหมด กลุ่มชาติพันธุ์ก็ยังพูดภาษาไทยไม่ค่อยได้ และที่สำคัญยังพูดไม่ชัดอีกด้วย จะทำอย่างไรกันนี่

ในประเทศไทยคำว่า การศึกษาแบบทวิภาษา (Bilingual Education) อาจเป็นคำที่ยังไม่คุ้นเคย แต่ที่คุ้นเคย คือคำว่าโรงเรียนสองภาษา หรือ โรงเรียนโปรแกรมภาษาอังกฤษ (English-school programme) ซึ่งใช้กันแพร่หลายในความหมายที่คนเข้าใจกันคือ การศึกษาที่โรงเรียนจัดโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการสอนวิชาต่างๆ ให้กับนักเรียน มีความพยายามที่จะจัดการศึกษาแบบทวิภาษาในประเทศไทยให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมีภาษาที่หลากหลาย ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทยและต้องอธิบายให้คลุมกระบวนการและประโยชน์ที่เด็กหรือผู้เรียนกลุ่มชาติพันธุ์จะได้รับ  [1]

           ความหมายของการศึกษาแบบทวิภาษา (Bilingual Education) ตามที่ Wikipedia,  the free encyclopedia[2] ได้อธิบายนั้นครอบคลุมการสอนรายวิชาต่างๆทุกวิชาในโรงเรียนโดยใช้สองภาษาที่ต่างกัน- ในสหรัฐอเมริกา การสอนเกิดขึ้นโดยใช้ภาษาอังกฤษและภาษาของชนกลุ่มน้อย เช่น ภาษา สแปนิช หรือภาษาจีน โดยที่จำนวนการใช้แต่ละภาษามีสัดส่วนแปรเปลี่ยนไป รูปแบบของโปรแกรม (program models) มีดังนี้:

 ·         การศึกษาทวิภาษาแบบสองทางหรือสองภาษา (Two-Way or Dual Language Bilingual Education) โปรแกรมนี้ออกแบบเพื่อช่วยให้นักเรียนทั้งที่เป็นผู้ที่พูดภาษาอังกฤษหรือไม่ได้พูดภาษาอังกฤษในชีวิต(native and non-native English speakers) กลายเป็นผู้ที่ใช้ได้สองภาษาหรือรู้หนังสือทั้งสองภาษา(bilingual or biliterate) โดยอุดมการณ์แล้ว โปรแกรมดังกล่าวในบริบทของสหรัฐอเมริกานั้น ครึ่งหนึ่งของนักเรียนเป็นผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตและอีกครึ่งหนึ่งใช้ภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์เช่นภาษาสแปนิช โปรแกรมสองภาษาในลักษณะนี้ได้รับอนุญาตในโรงเรียนของสหรัฐอเมริกาน้อยกว่าถึงแม้ว่าผลการวิจัยจะแสดงให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดในการช่วยให้เรียนภาษาอังกฤษได้ดี และในระยะยาวช่วยพฤติกรรมของผู้เรียนภาษาอังกฤษในโรงเรียนได้ (Center for Applied Linguistics, 2005; Thomas & Collier, 1997; Lindholm-Leary, 2000).
           
·         วิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดของการศึกษาแบบทวิภาษาคือ โปรแกรมสองภาษา (Dual Language programme) ซึ่งจะทำนักเรียนเรียนได้ 2 วิธี คือ (1) สอนรายวิชาต่างๆที่หลากหลายด้วยภาษาที่สองของนักเรียน โดยครูทวิภาษาที่ได้รับการอบรมเป็นพิเศษซึ่งสามารถเข้าใจนักเรียนเมื่อเขาถามด้วยภาษาแม่(native language) แต่ครูก็มักตอบด้วยภาษาที่สอง และ (2) ห้องเรียนเพื่อการรู้หนังสือในภาษาแม่ (Native language literacy classes) เพื่อช่วยปรับปรุงการเขียนและทักษะภาษาที่หนึ่ง(first language)ของนักเรียนให้สูงขึ้น การวิจัยพบว่าทักษะต่างๆที่เรียนด้วยภาษาแม่สามารถถ่ายโอนได้ง่ายไปสู่ภาษาที่สองได้ โปรแกรมชนิดนี้ชั้นเรียนภาษาแม่ไม่ได้สอนรายวิชาต่างๆ ชั้นเรียนที่ใช้ภาษาที่สองเน้นเนื้อหามากกว่าไวยากรณ์ ดังนั้นนักเรียนจึงเรียนทุกรายวิชาด้วยภาษาที่สอง


             ฟังแค่เรื่องความหมายของทวิภาษาคืออะไรก็อย่าพึ่งเป็นลมเป็นแล้งไปก่อนล่ะ เรื่องนี้ยังมีอีกยาว ๆ ๆ แล้วค่อย ๆ จับเข่าคุยกันไปก็แล้วกัน เพราะเป้าหมายสำคัญของงานวิจัยคือมีวิธีการอย่างไรที่จะทำอย่างไรให้กลุ่มชาติพันธุ์สามารถเรียนภาษาไทยได้ดีและพูดภาษาไทยได้แบบชัดชัด

·         การศึกษาทวิภาษาแบบพัฒนาการ (Developmental Bilingual Education) เป็นการศึกษาแบบทวิภาษาที่ใช้ภาษาแม่ของเด็กในช่วงเวลาพิเศษที่ขยายเพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับการศึกษาในภาษาอังกฤษ เป้าหมายคือการพัฒนาความเป็นสองภาษา(bilingualism) และให้รู้หนังสือทั้งสองภาษา โปรแกรมลักษณะนี้จัดหาได้เพียงพอสำหรับเด็กที่ภาษาแม่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ และเป็นโปรแกรมที่ธรรมดากว่าโปรแกรมการถ่ายโอน โดยสรุป การศึกษาแบบทวิภาษา เป็นการจัดการศึกษาให้กับนักเรียนที่มีภาษาแม่หรือภาษาชาติกำเนิดของตนเอง โปรแกรมทวิภาษาอาจจัดโดยเริ่มต้นด้วยภาษาแม่เพื่อถ่ายโอนไปยังภาษาหลักซึ่งเป็นภาษาประจำชาติหรือภาษาอังกฤษสำหรับบางประเทศ เพื่อให้เด็กมีความก้าวหน้าในเนื้อหาวิชาต่างๆ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา และมุ่งให้เด็กคล่องแคล่วในการใช้ได้ทั้งสองภาษา
·         การศึกษาทวิภาษาเพื่อการถ่ายโอน (Transitional Bilingual Education) การศึกษาแบบนี้ครอบคลุมการศึกษาสำหรับเด็กที่มีภาษาแม่ของตนเอง โดยปกติเป็นเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบ เพื่อที่จะทำให้มั่นใจว่าเด็กๆ จะไม่ล้าหลังในเนื้อหาต่างๆ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษาในขณะที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษ  เป้าหมายคือช่วยให้นักเรียนถ่ายโอนโดยเร็วไปสู่กระแสหลัก(mainstream) คือห้องเรียนที่ใช้ภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียวและเป้าหมายของโปรแกรมคือการใช้ภาษาอังกฤษอย่างเดียวเท่านั้น โปรแกรมทวิภาษาในประเทศสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่เป็นโปรแกรมเพื่อการถ่ายโอนนี้
            และแล้วก็เหมือนฟ้ามาโปรด เมื่อลูกพี่ ดร.วิศนี ศิลตระกูล พยายามค้นข้อมูลก็ได้เรื่องราวเกี่ยวกับทวิภาษา        ทวิภาษา คืออะไร แล้วจะทำอย่างไรให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ภาษาไทยได้อย่างดีและคล่องแคล่วเมื่อความจำเป็นอย่างนี้ จึงต้องตะลุยกันหาว่า นวกรรมการศึกษาด้าน ทวิภาษา จนพอจะสรุปความหมายได้ว่า


 
           ความหมายของการศึกษาแบบทวิภาษา (Bilingual Education) ตามที่ Wikipedia,  the free encyclopedia[2] ได้อธิบายนั้นครอบคลุมการสอนรายวิชาต่างๆทุกวิชาในโรงเรียนโดยใช้สองภาษาที่ต่างกัน- ในสหรัฐอเมริกา การสอนเกิดขึ้นโดยใช้ภาษาอังกฤษและภาษาของชนกลุ่มน้อย เช่น ภาษา สแปนิช หรือภาษาจีน โดยที่จำนวนการใช้แต่ละภาษามีสัดส่วนแปรเปลี่ยนไป รูปแบบของโปรแกรม (program models) มีดังนี้:

[2] Wikipedia, the free encyclopedia.  Bilingual education. http://en.wikipedia.org/wiki/Bilingual_education



ขอบคุณแหล่งข้อมูล

วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2555

จุดมุ่งหมายและขั้นตอนของการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง




จุดมุ่งหมายของการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง

โดยทั่วไปนักวิจัยจะทำการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อเพื่อจุดมุ่งหมายประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการดังนี้
1. เพื่อแสวงหาแนวคิดพื้นฐานเชิงทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะทำวิจัย
2. เพื่อสำรวจสถานภาพขององค์ความรู้ในเรื่องที่จะทำวิจัย
3. เพื่อแสวงหาสารสนเทศที่จะช่วยตัดสินใจกำหนดแนวทางการวิจัย
4. เพื่อแสวงหาหลักฐานอ้างอิงมาสนับสนุนความคิดเห็นในการอภิปรายผลการวิจัย


ขั้นตอนในการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง
1.     กำหนดจุดมุ่งหมายของการทบทวนเอกสารให้ชัดเจน  การกำหนดจุดมุ่งหมายให้ชัดเจนจะช่วยให้ทราบว่าเอกสารใดบ้างควรเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะทำวิจัย มีแนวทางในการการคัดเลือกเอกสาร และการจับประเด็นจากเอกสารต่าง ๆ ทำได้ง่ายและชัดเจนขึ้น
2.     สำรวจเอกสารที่เกี่ยวข้อง นักวิจัยจะต้องสำรวจว่าการจะทบทวนเอกสารเพื่อจุดมุ่งหมายแต่ละอย่างนั้น ควรจะมีเอกสารอะไรบ้างที่จะต้องนำมาทบทวน  การสำรวจอาจจะเริ่มจากเอกสารรอง ซึ่งเป็นเอกสารที่ทำขึ้นโดยใช้สารสนเทศจากเอกสารหลัก
3.     สืบค้นหาเอกสารที่เกี่ยวข้อง  นักวิจัยต้องทราบว่าเอกสารที่ต้องการนั้นอยู่ที่ไหน จะหามาได้อย่างไรนักวิจัยจะต้องรู้จักแหล่งเอกสารประเภทต่างๆ เช่น ห้องสมุด ศูนย์สารนิเทศ ศูนย์เอกสารสนเทศ   หอจดหมายเหตุ ฯลฯ เป็นต้น  และที่สำคัญคือจะต้องมีทักษะในการสืบค้น (Searching skill   หาเอกสารเหล่านั้นด้วย  นั่นคือจะต้องมีความรู้ว่าเอกสารเหล่านั้นจัดเก็บไว้อย่างไร จะเข้าถึงเอกสารนั้นได้อย่างไร  ปัจจุบันเทคโนโลยีในการจัดเก็บเอกสารได้พัฒนาก้าวหน้าไปมาก มีการนำเอาคอมพิวเตอร์มาช่วยจัดเก็บเอกสารไว้ในสื่อรูปแบบต่างๆ ที่จะช่วยให้การสืบค้นเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วและกว้างขวาง  นักวิจัยจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการสืบค้นเอกสารจากสื่อเหล่านี้ และติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางด้านนี้อย่างต่อเนื่องเพราะมีการพัฒนาไปค่อนข้างจะรวดเร็ว  จึงจะทำให้การสืบค้นเอกสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
4.     คัดเลือกเอกสาร  เอกสารที่ได้จากการสืบค้นในข้อ 3 นั้นไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ทั้งหมด นักวิจัยจะทำการคัดเลือกเอาเฉพาะเอกสารที่มีความเกี่ยวข้องจริงๆ ตามจุดมุ่งหมาย  อังนั้นเมื่อได้เอกสารมานักวิจัยจะต้องอ่านอย่างคร่าวๆ (Scanning) ก่อนว่าเอกสารนั้นมีเนื้อหาสาระเกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะวิจัยอย่างแท้จริงหรือไม่  และจะคัดเลือกไว้เฉพาะเอกสารที่มีความเกี่ยวข้องอย่างแท้จริงเท่านั้นเพื่อทบทวนอย่างลึกซึ้งต่อไป
5.    ลงมืออ่านเอกสารอย่างละเอียดจับประเด็นสำคัญให้ได้ตามจุดมุ่งหมาย ถ้าเป็นเอกสารงานวิจัยประเด็นสำคัญที่ต้องการมักจะได้แก่ ปัญหาหรือคำถามหรือวัตถุประสงค์ของการวิจัย ขอบเขตของการวิจัย ข้อสันนิษฐาน วิธีดำเนินการวิจัย  สรุปผลการวิจัย เป็นต้น  
6.     จดบันทึกสาระที่ได้จากการอ่าน  ควรจดบันทึกลงในบัตร ขนาดของบัตรที่นิยมใช้บันทึกมักจะมีขนาดประมาณ 3 x 5 นิ้ว  ควรบันทึกประเด็นที่ได้จากการอ่านลงในบัตรประเด็นละใบ  และไม่ควรลืมบันทึกข้อมูลบรรณานุกรมของเอกสารด้วย เพื่อจะใช้ประโยชน์ในการอ้างอิงถึงเมื่อจะต้องเรียบเรียงผลการประมวลเอกสารที่เกี่ยวข้อง
7.     สังเคราะห์สาระที่ได้จากอ่านเข้าด้วยกัน
8.     เรียบเรียงผลการประมวลเอกสารที่เกี่ยวข้อง