วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

เด็กแอลดี (LD : Learning Disability)




สาเหตุของภาวะความบกพร่องในการเรียนรู้ 

(LD : Learning Disability)

เด็กแอลดี (LD : Learning Disability) หรือ เด็กที่อยู่ในภาวะความบกพร่องในการเรียนรู้ เด็กๆ เหล่านี้จะมีสติปัญญาอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือฉลาดกว่า แต่การเรียนรู้ในด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายๆ ด้านจะช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน
โรคแอลดีเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสมองส่วนใดหรือมีความผิดปกติอย่างไร พบว่ามักจะอยู่ในกลุ่มที่แม่มีปัญหาในระหว่างตั้งครรภ์ มีปัญหาระหว่างคลอดหรือหลังคลอด หรือสมองของเด็กมีการทำงานผิดปกติ โดยอาจเกิดจากการติดเชื้อ อุบัติเหตุ ได้รับสารพิษ เป็นต้น
เด็กแอลดีไม่ได้เป็นปัญญาอ่อน มีสติปัญญาปกติหรือมากกว่าปกติ และไม่ได้พิการใดๆ ทั้งสิ้น สาเหตุจะต้องมาจากความผิดปกติของสมองเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่การอยู่ในวัฒนธรรมหรือสิ่งแวดล้อมที่มีลักษณะด้อยโอกาสในการดูแล หรือ เด็กที่มีความบกพร่องด้านการเรียน อาจเกิดจากระบบการสอนที่ไม่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กตามวัย อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความบกพร่องด้านการเรียนได้ เช่น การเร่งให้เด็กเขียนหนังสือในขณะที่พัฒนาการกล้ามเนื้อของเด็กยังไม่พร้อม เป็นต้น จึงไม่จัดอยู่ในกลุ่มของเด็กแอลดี
โรคแอลดีเป็นโรคที่ติดตัวเด็กไปจนโต การรักษาในวัยเด็กระยะแรกจะสามารถช่วยได้ เพราะเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้อาจประสบความสำเร็จในด้านการเรียนและด้านอื่นๆ ได้ แต่กความบกพร่องทางการเรียนรู้เป็นเสมือนโรคที่ซ่อนเร้น บางครั้งพบว่าเด็กไม่แสดงอาการชัดแจ้ง แต่ควรสังเกตและตรวจสอบตั้งแต่เด็กยังเล็กอยู่ว่าเข้าข่ายเหล่านี้หรือไม่
        • พ่อแม่ คนในครอบครัว หรือญาติผู้ใหญ่ มีประวัติเป็นแอลดี
        • แม่มีอายุน้อยมาก
        • เด็กมีน้ำหนักแรกเกิดเท่าไร น้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์มากไหม
        • เด็กมีภาวะความบาดเจ็บทางสมองจากการคลอดก่อนหรือหลังกำหนด
        • เด็กเคยเป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของอวัยวะ เช่น หู ซึ่งสามารถสร้างความกระทบกระเทือนไปถึงสมองบางส่วนหรือไม่
        • เด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษ เช่น มลพิษจากสารตะกั่ว เป็นต้น
นอกจากนี้ยังสังเกตได้จากพัฒนาการของเด็กว่า เป็นไปตามปกติหรือไม่ โดยเฉพาะด้านสติปัญญาที่จะส่งผลสัมพันธ์กับ
พัฒนาการด้านอื่นๆ เช่น
วัยอนุบาล
        • เด็กสามารถพูดคุยออกเสียงได้ชัดเจน สื่อสารได้ เข้าใจนิทานหรือเรื่องอิงจินตนาการที่พ่อแม่เล่าให้ฟัง
        • ความเข้าใจเรื่องมิติสัมพันธ์ รู้จักด้านซ้าย ด้านขวา ไม่ใส่รองเท้าสลับข้าง เขียนอักษรได้ถูกต้อง ไม่สลับทิศทาง เป็นต้น
        • การทำงานประสานกันระหว่างตาและมือ และการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
        • สามารถนับเลขจำนวนง่ายๆ ได้ เช่น นับ 1-10 ได้ เป็นต้น
วัยประถม
        • เด็กมีความสนใจหรือใส่ใจมากน้อยแค่ไหน พ่อแม่ผู้ปกครองควรดูที่โจทย์การบ้านว่ามีความยากง่ายอย่างไร แล้วเปรียบเทียบว่าเด็กใช้เวลาทำการบ้านนานเกินไปหรือไม่
        • เด็กมีความเข้าใจในบทเรียนต่างๆ มากน้อยแค่ไหน เมื่อถูกซักถาม สามารถอธิบายได้หรือไม่
        • เด็กวัยประถมควรอ่านสะกดคำได้ อ่านแล้วสามารถเรียงลำดับเหตุการณ์ความเป็นมาก่อนหรือหลังได้อย่างเข้าใจ
        • มีความเข้าใจเรื่องการคิดคำนวณ บวก ลบ คูณ หารเลขลักหน่วย หลักสิบ เป็นต้น

ข้อสังเกตและอาการบ่งชี้ของภาวะความบพร่องในการเรียนรู้ (LD : Learning Disability)
เด็กแอลดีอาจแสดงออกมาเป็นความบกพร่องทางการฟัง การพูด การเขียน การคำนวณ เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลต่อการเรียนทำให้เรียนไม่ได้ตามศักยภาพที่มีอยู่ เด็กพวกนี้ถึงแม้จะเรียนพร้อมกับเด็กคนอื่น แต่ก็เรียนรู้ไม่ได้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดงนี้
1. ด้านการอ่าน (Dislexia)
        • อาจจะอ่านไม่ออกหรืออ่านได้บ้าง สะกดคำไม่ถูก ผสมคำไม่ได้ สลับตัวพยัญชนะ สับสนกับการผันสระ อ่านตกหล่น ข้ามคำ อ่านไม่ได้ใจความจนถึงขั้นอ่านไม่ออกเลย
        • อ่านช้า ลำบากในการอ่าน จะต้องสะกดคำก่อนจึงจะอ่านได้
        • อ่านออกเสียงไม่ชัดเจน
        • อ่านเดาจากอักษรตัวแรก เช่น บาท เป็นบทที่, เมื่อนั้น เป็น บัดนั้น
        • อ่านข้าม อ่านเพิ่ม อ่านสลับคำ เช่น กรน อ่านเป็น นรก, กลม เป็น กมล เพราะความสามารถในการรับตัวหนังสือเข้าไปแล้วแปลเป็นตัวอักษรเสียไป
        • ผันเสียงวรรณยุกต์ไม่ได้
        • อ่านแล้วจับใจความสำคัญหรือเรียงลำดับเหตุการณ์ของเรื่องที่อ่านไม่ได้
        • สำหรับเด็กที่มีความสามารถในการคำนวณ แต่มีปัญหาในการอ่าน ก็ไม่สามารถทำคะแนนได้ดีเวลาสอบ เนื่องจากโจทย์ที่ให้ต้องอ่านเพื่อตีความหมาย
2. ด้านการเขียนและการสะกดคำ (Disgraphia)
        • รู้ว่าจะเขียนอะไร แต่เขียนไม่ได้ เขียนตก เขียนพยัญชนะสลับกัน บางคนเขียนแบบสลับซ้ายเป็นขวาเหมือน ส่องกระจก เกิดจากมือและสายตาทำงานไม่ประสานกัน เขียนกลับหลัง เขียนพยัญชนะ สระวรรณยุกต์ สลับตำแหน่งกัน (เด็กกลุ่มนี้มักจะเริ่มสังเกตเห็นปัญหาได้ชัดเจนตอนเริ่มเข้าเรียน) เช่น ก ไก่ เขียนหันหัวไปทางขวาแทนที่จะเป็นทางซ้าย
        • ลากเส้นวนๆ ซ้ำๆ ไม่แน่ใจว่าจะเขียนหัวเข้าหรือหัวออก เขียนพยัญชนะหรือตัวเลขสลับกัน เช่น น เป็น ม, ภ เป็น ถ, ด เป็น ค, b เป็น d, 6 เป็น 9 เป็นต้น
        • เรียงลำดับอักษรผิด เช่น สถิติ เป็น สติถิ
        • เขียนเรียงลำดับ ก-ฮ ไม่ได้ แต่บอกให้เขียนทีละตัวได้
        • เขียนไม่ตรงบรรทัด ขนาดตัวหนังสือเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน ไม่มีช่องไฟ
        • จับดินสอแน่นมาก ลบบ่อยๆ เขียนทับคำเดิมหลายๆ ครั้ง
        • สะกดคำผิด เช่น บดบาด (บทบาท) แพด (แพทย์)
3. ด้านการคำนวณ (Discalculia) อาจจะคำนวณไม่ได้เลย หรือทำได้แต่สับสนกับตัวเลข ไม่เข้าใจสัญลักษณ์ ไม่เข้าใจค่าของตัวเลข ไม่สามารถจับหลักการ บวก ลบ คูณ หารได้
        • เขียนตัวเลขผิด ไม่เข้าใจเครื่องหมาย สัญลักษณ์ ค่าของตัวเลขหลักต่างๆ หรือไม่เข้าใจวิธีการคำนวณตัวเลข
        • นับเลขไปข้างหน้าหรือนับย้อนหลังไม่ได้
        • จำสูตรคูณไม่ได้
        • จะคำนวณเลขจากซ้ายไปขวา แทนที่จะเป็นจากขวาไปซ้าย
        • ไม่เข้าใจเรื่องเวลา
        • เขียนเลขสลับตำแหน่งกัน เช่น จาก 12 เป็น 21
        • เอาตัวเลขน้อยลบออกจากตัวเลขมาก เช่น 35-8 =27 เด็กจะเอา 5 ลบออก 8 เพราะมองว่า 5 เป็นเลขจำนวนน้อย แทนที่จะมองว่า 5 เป็นตัวแทนของ 15



วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ตัวอย่าง การเขียนหลักสูตรท้องถิ่น



               

ตัวอย่าง  การเขียนหลักสูตรท้องถิ่น


หลักสูตร การทำขนมจีน –น้ำยา หล่มเก่า



ความสำคัญ
            ขนมจีน เป็นอาหารที่นิยมรับประทานกันทั่วทุกภาคของประเทศไทย นอกจากจะทำรับประทานในครอบครัวแล้วยังสามารถทำขายเป็นอาชีพได้ ขนมจีนอำเภอหล่มเก่าเป็นอาหารพื้นบ้านที่ขึ้นชื่อของจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกว่าขนมจีนที่อื่น คือ เส้นขนมจีนจะทำขึ้นมาใหม่ ๆ เส้นจะเหนียว ขาว นุ่ม มีเส้นเล็ก สีของเส้นขนมจีนนอกจากจะเป็นเส้นสีขาวธรรมดาแล้ว ยังมีเส้นทีใช้สีจากสมุนไพรชนิดต่าง ๆ เช่นเส้นสีเหลืองจากฟักทอง เส้นสีม่วงจากดอกอัญชัน เส้นสีเขียวจากใบเตย เส้นสีส้มจากแครอท เป็นต้นด้วยลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์นี้จึงทำให้ขนมจีนหล่มเก่าเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และเรียกกันติดปากว่า ขนมจีนหล่มเก่า

จุดมุ่งหมาย
1. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจและ มีทักษะในการทำขนมจีนหล่มเก่า
2. เพื่อเป็นการส่งเสริม อนุรักษ์ขนมธรรมเนียมประเพณี และสืบสานการทำขนมจีนหล่มเก่า
3. เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพได้


วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ถึงวิธีการและขั้นตอนการทำขนมจีนหล่มเก่า
2. เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการทำขนมจีนหล่มเก่า
3. เพื่อให้ผู้เรียนมีความตระหนักรู้จักการอนุรักษ์ขนมธรรมเนียมประเพณี และสืบสานการทำขนมจีนหล่มเก่า

เนื้อหาหลักสูตร  
ประกอบด้วยเนื้อหา 5 เรื่อง ดังนี้
1. ประวัติความเป็นมาของขนมจีน
2. วิธีการทำขนมจีนหล่ม
3. การบรรจุภัณฑ์
4. การบริหารจัดการและการตลาด
5. การให้บริการ

เวลาเรียน
หลักสูตรการทำขนมจีน น้ำยา หล่มเก่า ใช้เวลาเรียนทั้งหมด 50 ชั่วโมง
ภาคทฤษฎี 18 ชั่วโมง
ภาคปฏิบัติ 32 ชั่วโมง

แหล่งการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียน
1. ใบความรู้เนื้อหาวิชาการทำขนมจีน ประกอบด้วย 5 เรื่อง
2. แหล่งเรียนรู้ ร้านบุญมีขนมจีน อำเภอหล่มเก่า

กิจกรรมการเรียนรู้
1. ศึกษาความรู้ด้านทฤษฎี
2. ฝึกปฏิบัติ
3. ศึกษาจากแหล่งเรียนรู้

การวัดผลประเมินผล
1. การสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้/การมีส่วนร่วม
2. การประเมินผลงาน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการทำขนมจีน น้ำยา หล่มเก่า
2. ผู้เรียนสามารถทำขนมจีน น้ำยา หล่มเก่า ได้
3. ผู้เรียนมีความตระหนักการอนุรักษ์ขนมธรรมเนียมประเพณี และสืบสานการทำขนมจีนหล่มเก่า
4. ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ ในการประกอบอาชีพได้

โครงสร้างเนื้อหาหลักสูตร
เรื่องที่ ประวัติความเป็นมาของขนมจีน จำนวน 3 ชั่วโมง
1.1 ประวัติขนมจีนทั่วไป
1.2 ประวัติขนมจีนหล่มเก่า
เรื่องที่ วิธีการทำขนมจีนหล่มเก่า จำนวน 27 ชั่วโมง
2.1 วัสดุ อุปกรณ์ และวัตถุดิบสำหรับทำขนมจีนหล่มเก่า
2.2 วิธีการ และขั้นตอนการทำขนมจีนหล่มเก่า
2.3 การทำน้ำยา
2.4 การทำเครื่องเคียง
เรื่องที่ การบรรจุภัณฑ์ จำนวน 9 ชั่วโมง
3.1 การออกแบบและบรรจุภัณฑ์
เรื่องที่ การบริหารจัดการและการตลาด จำนวน 3 ชั่วโมง
4.1 วางแผน
4.2 เทคนิคการขาย
4.3 การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย
เรื่องที่ การให้บริการ จำนวน 8 ชั่วโมง
5.1 ความหมาย ความสำคัญของการให้บริการ
5.2 เทคนิคการการบริการสำหรับผู้ประกอบการ
5.3 การปฏิบัติตนในการให้บริการลูกค้า




หลักสูตรการทำข้าวหลาม  น้ำหนาว




ความสำคัญ

     ปัจจุบันประชาชนอำเภอน้ำหนาว มีการประกอบอาชีพเสริม ด้วยการทำข้าวหลาม  โดยนำเอาวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น คือไม้ไผ่ และข้าวไร่ (พันธ์พญาลืมแกง) มาทำเป็นข้าวหลาม เพื่อรับประทานและทำจำหน่าย เป็นสินค้าประจำท้องถิ่น นอกจากนั้นยังเป็นการส่งเสริมประเพณีเผาข้าวหลามประจำปีของอำเภอน้ำหนาว ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนธันวาคมของทุกปีอีกด้วย


จุดมุ่งหมาย
1. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในท้องถิ่นมีอาชีพเสริม
2. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำข้าวหลามน้ำหนาว และสามารถทำข้าวหลามได้
3. เพื่อส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์ประเพณีเผาข้าวหลาม ประจำปีของอำเภอน้ำหนาว

วัตถุประสงค์
        1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำข้าวหลามน้ำหนาว
        2. เพื่อให้มีทักษะในการทำข้าวหลาม
        3. เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพได้

เนื้อหาของหลักสูตร
ประกอบด้วยเนื้อหา 2 เรื่อง ดังนี้
1. วัสดุ อุปกรณ์ ในการทำข้าวหลาม
2. ขั้นตอนในการทำข้าวหลาม ไส้ต่าง ๆ

เวลาเรียน                                                                               
        ภาคทฤษฎี ชั่วโมง
        ภาคปฏิบัติ  15 ชั่วโมง

สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้
         1. ใบความรู้เรื่องการทำข้าวหลามน้ำหนาว
         2. แหล่งการเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น การทำข้าวหลามน้ำหนาว

กิจกรรมการเรียนรู้
           1. การเรียนรู้ทฤษฎี
           2. การฝึกปฏิบัติ
           3. ศึกษาดูงานแหล่งการเรียนรู้

การวัดและประเมินผล
             วิธีวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ประกอบด้วย
             1. การสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ และการมีส่วนร่วม
             2. การประเมินชิ้นงาน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำข้าวหลามน้ำหนาว
2. ผู้เรียนสามารถทำข้าวหลามน้ำหนาวได้
3. ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพได้

โครงสร้างเนื้อหาหลักสูตร
            เรื่องที่ 1. วัสดุอุปกรณ์ในการทำข้าวหลาม  จำนวน 5 ชั่วโมง วัสดุอุปกรณ์ในการทำข้าวหลาม ได้แก่ ไม้ไผ่ ข้าวเหนียว น้ำกะทิ เกลือป่น น้ำตาลทราย และเผือก/ถั่ว

            เรื่องที่ ขั้นตอนการทำข้าวหลาม   จำนวน 13  ชั่วโมง
                                – การคัดเลือกชนิดไม้ไผ่
                                – การแช่ข้าวเหนียว
                                – การผสม น้ำกะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่น เข้าด้วยกัน
                                – การนำข้าวเหนียว มาคลุกเคล้ากับส่วนผสม และใส่ไส้ชนิดต่าง ๆ
                                – การกรอกส่วนผสมใส่กระบอก
                                – การเผาข้าวหลาม

แหล่งข้อมูล 
https://panchalee.wordpress.com/2009/10/06/local_curricula/

วันเสาร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2561

สรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับหลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2560





สรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับหลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2560

ช่วงนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษาหลายๆท่าน 
คงกำลังติดตามข่าวคราวเกี่ยวกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำหลักสูตรไปใช้ในระดับ ป.1 ป.4 ม.1 และ ม.4 ในปีการศึกษา 2561 อีกเพียงไม่กี่เดือนต่อจากนี้้ 

ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งเรื่อง ให้ใช้มาตรฐานและตัวชี้วัด กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภูมิศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2560 อ้างอิง https://drive.google.com/file/d/0B9t56k6dmUe5Ul9yc0o5TG43Um8/view และเมื่อไม่นานมานี้ได้มีคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ สพฐ. 30/2561 ลงวันที่ 5 มกราคม 2561  เรื่อง ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) อ้างอิงhttps://drive.google.com/file/d/1UHeCXXby0lT6SMNckOL2Qdw5QSDZTIa1/view 

ซึ่งทำให้หลายๆท่านเกิดความสับสนและไม่เข้าใจในการเปลี่ยนแปลงของหลักสูตรที่เกิดขึ้น ผมจึงได้นำเนื้อหารายละเอียดในคำสั่งดังกล่าวมาจัดทำเป็นแผนผังมโนทัศน์สรุปสาระสำคัญเพื่อให้เห็นภาพรวมของหลักสูตรใหม่และให้ง่ายต่อความเข้าใจของคุณครู ซึ่งขอสรุปเป็นประเด็นที่สำคัญ ได้ดังนี้

1. กลุ่มสาระฯ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับหลักสูตรใหม่ มีเพียง 3 กลุ่มสาระ คือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษาฯ ในสาระภูมิศาสตร์ ส่วนกลุ่มสาระฯการงานอาชีพและเทคโนโลยี มีผลกระทบเล็กน้อยเพราะมีการย้ายสาระที่ 2 การออกแบบและเทคโนโลยี และสาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จากกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีมาเป็นสาระที่ 4 ของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

*หมายเหตุ ปัจจุบันยังไม่มีประกาศยกเลิกสาระที่ 2 และ 3 ของกลุ่มสาระการงานอาชีพฯ อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของผมเอง จึงขอตรวจสอบในประเด็นนี้ก่อนอีกครั้ง แล้วจะแจ้งให้ทราบในลำดับต่อไป


2. การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ยังคงมีรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมเหมือนเดิม แต่ในส่วนของรายวิชาเพิ่มเติม มีการกำหนดผลการเรียนรู้ในหลักสูตร ให้มีความชัดเจนและง่ายสำหรับการนำไปใช้มากยิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้


2.1 กลุ่มสาระฯคณิตศาสตร์
- ปรับลดเนื้อหา
- ปรับย้ายเนื้อหาระหว่างชั้น
- เพิ่มเนื้อหาใหม่
- แบ่งรายวิชาออกเป็น

*คณิตศาสตร์พื้นฐาน ที่กำหนดสาระการเรียนรู้แกนกลาง กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สำหรับผู้เรียน ชั้น ป.1-ม.3 และ ม.4-6 แผนการเรียนอื่นๆ จำนวน 3 สาระการเรียนรู้
สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต
สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต
สาระที่ 3 สถิติและความน่าจะเป็น

*คณิตศาสตร์เพิ่มเติม ที่กำหนดสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม กำหนดผลการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานการเรียนรู้ในสาระที่ 1-3 และผลการเรียนรู้ในสาระแคลคูลัส สำหรับผู้เรียนชั้น ม.4-6 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์

2.2 กลุ่มสาระฯวิทยาศาสตร์
- ปรับลดเนื้อหา
- ปรับย้ายเนื้อหาระหว่างชั้น
- เพิ่มเนื้อหาใหม่
- แบ่งรายวิชาออกเป็น
*วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ที่กำหนดสาระการเรียนรู้แกนกลาง กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สำหรับผู้เรียนชั้น ป.1-ม.3 และ ม.4-6 แผนการเรียนอื่นๆ จำนวน 4 สาระการเรียนรู้
สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ
สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ
สาระที่ 4 เทคโนโลยี ซึ่งประกอบด้วย

- การออกแบบและเทคโนโลยี
- วิทยาการคำนวณ โดยสามารถดาวน์โหลดคำอธิบายรายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี และวิชาวิทยาการคำนวณได้ที่ http://oho.ipst.ac.th/ipst-cs-course-description/
*วิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ที่กำหนดสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม และกำหนดผลการเรียนรู้ สำหรับผู้เรียนชั้น ม.4-6 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ จำนวน 4 สาระการเรียนรู้
สาระชีววิทยา
สาระเคมี
สาระฟิสิกส์
สาระโลก ดาราศาสตร์ อวกาศ


ทั้งนี้รายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติมและวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมอื่นๆ ในระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย สามารถเปิดสอนได้ตาม ความพร้อมและจุดเน้นของโรงเรียน ตามความต้องการและความถนัดของผู้เรียน โดยโรงเรียนกำหนดผลการเรียนรู้ของรายวิชานั้นๆ
2.3 กลุ่มสาระฯสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
- ปรับสาระภูมิศาสตร์ ที่ให้ความสำคัญกับการรู้เรื่องภูมิศาสตร์ (Geo-Literacy) ซึ่งเน้น ความรู้ทางภูมิศาสตร์ ความสามารถทางภูมิศาสตร์ ทักษะทางภูมิศาสตร์และกระบวนการทางภูมิศาสตร์
- มีการตัดเนื้อหา เพิ่มเนื้อหา เปลี่ยนคำและข้อความบางส่วน


3. การจัดรายวิชาตามโครงสร้างของหลักสูตรและการปรับหลักสูตรสถานศึกษา ยังคงมีรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมเหมือนเดิม แต่ต้องมีการเปิดรายวิชาใหม่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เนื่องจากมีการย้ายสาระที่ 2 การออกแบบและเทคโนโลยี และสาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จากกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีมาเป็นสาระที่ 4 ของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วย มาตรฐาน ว 4.1 การออกแบบและเทคโนโลยี และ มาตรฐาน ว 4.2 วิทยาการคำนวณ โดยเฉพาะวิชาคอมพิวเตอร์เดิม ที่จะต้องเปลี่ยนรหัสวิชาจาก "ง" มาเป็น "ว" (นี่ผมยังคิดว่า ถ้าเอาตามหลักสูตรใหม่แบบเดิมก่อนเปลี่ยนแปลงที่กำหนดให้ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยาและโลก ดาราศาสตร์อวกาศเป็นรายวิชาพื้นฐาน โรงเรียนคงวุ่นวายกับการกำหนดรหัสวิชาใหม่อย่างแน่นอน การที่ สพฐ. กลับลำให้เป็นรายวิชาเพิ่มเติมเหมือนเดิม โดยส่วนตัวผมคิดว่าทำให้ง่ายสำหรับโรงเรียนมากขึ้น)


4. การจัดครูผู้สอน กลุ่มสาระฯคณิตศาสตร์ กับ สังคมศึกษาฯ คงมีผลกระทบไม่มากนัก หลักๆคงเป็นกลุ่มสาระฯ วิทยาศาสตร์ที่จะต้องนำครูเทคโนโลยี/ครูคอมพิวเตอร์ ซึ่งเดิมอยู่กับกลุ่มสาระฯการงานอาชีพ มารวมกับกลุ่มสาระฯวิทยาศาสตร์ จึงอาจส่งผลให้กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ มีจำนวนครูผู้สอนเพิ่มขึ้น มีจำนวนรายวิชาที่เปิดสอนและจำนวนคาบสอนเพิ่มขึ้น อาจกระทบกับอัตรากำลัง ดังนั้นโรงเรียนจึงต้องวางแผนในระยะยาว นอกจากนี้อาจประสบปัญหาต้องเปิดรายวิชาใหม่ตามมาตรฐาน ว 4.1 การออกแบบและเทคโนโลยี ที่เป็นลักษณะของการจัดกิจกรรมตามแนวคิดสะเต็มศึกษา ซึ่งอาจหาครูผู้สอนในวิชานี้ได้ยาก (เกี่ยงกันระหว่างครูวิทย์กับครูคอม) เพราะครูผู้สอนวิชานี้ต้องเข้าใจ Concept ของ STEM Education พอสมควร ส่วนประเด็นเรื่องที่นั่งของครูว่าครูคอม ต้องย้ายมานั่งห้องพักครูวิทย์ไหม อันนี้คงแล้วแต่ความเหมาะสมตามบริบทของแต่ละสถานศึกษา จะนั่งตามที่เดิมก็ไม่ได้มีผลอะไรสิ่งสำคัญหรือเปลี่ยนแปลงหลักสูตรและการสอนต่างหาก


5. การใช้หลักสูตรกับนักเรียนในระดับชั้นต่างๆ
- ปีการศึกษา 2561 เริ่มใช้กับ ระดับ ป.1 ป.4 ม.1 และ ม.4
- ปีการศึกษา 2562 เริ่มใช้กับ ระดับ ป.1 ป.2 ป.4 ป.5 ม.1 ม.2 ม.4 และ ม.5
- ปีการศึกษา 2563 เป็นต้นไป ใช้ครบทุกระดับชั้น
อย่างไรก็ตามในปีการศึกษา 2561 ที่จะถึงนี้คงจะยุ่งๆ และวุ่นวายหน่อยเพราะเป็นปีแรกของการใช้หลักสูตรใหม่และยังต้องใช้หลักสูตรเดิมควบคู่กันไป ครูผู้สอนก็อาจมึนๆไปบ้าง


6. หนังสือเรียนตามหลักสูตรใหม่ ที่จะใช้ในระดับ ป.1 ป.4 ม.1 และ ม.4 ในปีการศึกษา 2561 เท่าที่ทราบ ณ ตอนนี้คงยังไม่มีสำนักพิมพ์ไหนที่ทำเสร็จและได้รับอนุญาต เนื่องจาก สพฐ. เพิ่งออกคำสั่งใหม่และมีการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มสาระฯวิทยาศาสตร์ กับคณิตศาสตร์มากพอสมควร สำนักพิมพ์คงต้องกลับไปปรับกันใหม่ ยังไงโรงเรียนก็คงต้องเลือกหนังสือจากสำนักพิมพ์ใดสำนักพิมพ์หนึ่งไปก่อนเพราะช่วงนี้ก็เป็นช่วงพิจารณาหนังสือเรียนแล้ว


อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆ ตามที่ได้กล่าวมานี้บางส่วนอาจเป็นการตีความจากเอกสาร ประกาศและคำสั่งต่างๆ ตามความเข้าใจของผมเอง แต่ก็ตั้งใจทำขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจและตอบข้อสงสัยที่หลายๆท่านอยากรู้ หรืออยากทราบแนวทาง ดังนั้นจึงขอให้ท่านช่วยตรวจสอบ ร่วมวิพากษ์และแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน หากมีประเด็นใดที่ไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนไปบ้าง ผมยินดีรับฟังและขอน้อมรับได้โปรดแจ้งและแนะนำด้วย จักขอบคุณยิ่ง เพื่อจะได้ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกท่านในการจัดการศึกษาต่อไป


สุดท้ายนี้ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสาร ประกาศ คำสั่ง และตัวชี้วัดของหลักสูตร 2560 ได้จากเว็บไซต์ของ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาhttp://academic.obec.go.th/newsdetail.php?id=41 และสามารถติดตามการประชุมทางไกล (Conference) การสร้างความเข้าใจ เรื่อง หลักสูตรวิทย์-คณิต-ภูมิศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง 2560) ซึ่งจัดโดย สพฐ.และ สสวท. ได้ ในวันศุกร์ที่ 26 มกราคม 2561 เวลา 9.30-11.30 น. 

หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านที่สนใจ

ดร.กอบวิทย์ พิริยะวัฒน์
13 มกราคม 2561

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1940201259341184&set=a.118832161478112.15682.100000539852258&type=3&theater





วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2560

บทความ งานวิจัย ข้อคิด-ข้อเขียนเกี่ยวกับการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม

บทความ งานวิจัย ข้อคิด-ข้อเขียนเกี่ยวกับการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม 

 15 วิธีการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็ก LD ทำได้อย่างไร >>> คลิก 
 เด็กเป็น LD รักษาได้ >>> คลิก 
 “ดนตรี”บำบัดเด็กพิเศษ >>> คลิก
 การวัดและประเมินผลเด็กพิการเรียนร่วม >>> คลิก
 (บทคัดย่อ) การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างศักยภาพสมองของนักเรียนที่มีแนวโน้มบกพร่องทางการเรียนรู้ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน >>> คลิก  
 สพฐ.ประกาศ ปี 2559 เป็นปีดูแลเด็กพิการ >>> คลิก 
 งานวิจัยระบบฐานข้อมูลสารสนเทศเพื่อการดูแลคนพิการ >>> คลิก 
 รวมงานวิจัยเด็ก LD >>> คลิก
 การศึกษาแบบเรียนรวม สถาบันราชภัฎนครราชสีมา >>> คลิก
 ตัวอย่างงานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาพิเศษ CMU >>> คลิก
 ตัวอย่างงานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาพิเศษ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร >>> คลิก
 เอกสารจากวิทยานิพนธ์และการศึกษาค้นคว้าอิสระ เกี่ยวกับความบกพร่องทางการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ >>> คลิก
 จดหมายเปิดผนึกจากสภาเครือข่ายบุคคลที่มีความต้องการพิเศษและครอบครัว >>> คลิก
 50 วิธีช่วยครูแก้ไขโรคสมาธิสั้นของเด็กนักเรียน >>> คลิก 
 การจัดการศึกษาแบบเรียนร่วม Slide Share >>> คลิก
 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการศึกษาแบบเรียนรวม Slide Share >>> คลิก
 การเรียนรู้แบบเรียนรวม >>> คลิก
 การบูรณาการการเรียนรู้แบบเรียนรวม >>> คลิก
 การบริหารจัดการเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้าง SEAT (ดร.พัชรพงษ์ ทัดศรี) >>> คลิก
 รูปแบบการบริหารจัดการเรียนร่วมตามโครงสร้างซีท (SEAT) >>> คลิก
 การเรียนร่วมของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ศน.นิติธร ปิลวาสน์ >>> คลิก
 การพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 >>> คลิก
 ความจำในเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ >>> คลิก
 ตัวอย่างแผน IEP แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) >>> คลิก
 เด็กพิเศษแอลดี ภาวะบกพร่องในการเรียนรู้ >>> คลิก
 ความบกพร่องในการเรียนรู้ >>> คลิก
 ความบกพร่องในการเรียนรู้ >>> คลิก
 วิธีการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็ก LD ทำได้อย่างไร >>> คลิก
 เด็ก LD >>> คลิก
 รับมือเด็ก`สมาธิสั้น LD ออทิสติก >>> คลิก
 เด็กแอลดี คู่มือสำหรับพ่อแม่/ผู้ปกครอง >>> คลิก
 แอลดีความบกพร่องทางการเรียนรู้ >>> คลิก
 เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้ 1 >>> คลิก
 เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้ 2 >>> คลิก
 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการศึกษาแบบเรียนรวม >>> คลิก
 การศึกษาพิเศษ : ความหมาย ประวัติ >>> คลิก
 การศึกษาพิเศษในประเทศไทย >>> คลิก
 โครงการเพื่อนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ >>> คลิก
 การดูแลเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการและพฤติกรรม >>> คลิก
 การดูแลเด็กที่มีภาวะบกพร่อง >>> คลิก 
 เด็กพิเศษ ดูแลด้วยความรัก พัฒนาด้วยความเข้าใจ >>> คลิก
 การดูแลเด็กพิเศษเบื้องต้น Inciusion Policy >>> คลิก
 การจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ >>> คลิก

แหล่งข้อมูล http://chaisri-nites.hi-supervisory5.net/ld